ASEAN News
Hot News: ASEAN Summit ทิศทางการค้าระหว่างประเทศ
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ASEAN Summit ทิศทางการค้าระหว่างประเทศ
ฝ่ายวิจัย EXIM Bank สรุปการประชุม ASEAN Summit ว่า ประการแรก อาเซียนจะยังคงเป็นตลาดส่งออกสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยยังต้องดูแลรักษา นอกเหนือจากการที่ RCEP ยังอาจต้องใช้เวลาในการตกลงร่วมกัน ทำให้ความหวังที่จะได้ประโยชน์จากตลาดการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกของ RCEP ต้องทอดเวลาออกไป ขณะที่กลไกการพัฒนาของอาเซียนที่รุกคืบไปมากยังเอื้อให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากความร่วมมือในอาเซียนเป็นตัวช่วยรุกตลาด ดังเช่นกรณีข้อตกลงยอมรับร่วมมาตรฐานสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนที่จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าระหว่างกันมากขึ้น หรือการใช้ความชำนาญด้าน Social Marketing ของผู้ประกอบการ รวมถึงความได้เปรียบด้านที่ตั้งในการรุกตลาด Social Commerce ของอาเซียนที่เติบโตกว่าร้อยละ 30 ในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการรุกตลาด CLMV ที่ยังมีความต้องการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งหลายประเทศยังจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก
ประการที่สอง การวางตัวของอาเซียนที่ค่อนข้างเป็นกลางระหว่างประเทศมหาอำนาจต่างๆ เอื้อให้อาเซียนจะยังคงเป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะท่ามกลางสงครามการค้า ซึ่งการที่อาเซียนไม่ได้ฝักไฝ่ฝ่ายใดเป็นพิเศษ ทำให้อาเซียนเป็นตัวเลือกลงทุนที่ปลอดภัยสำหรับผู้ผลิตสินค้าที่ต้องการหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสงครามการค้า การที่ไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกอาเซียนที่นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะใน EEC หรือในธุรกิจ S-Curve ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเป็นพิเศษ นับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โดยผู้ประกอบการที่จะได้รับประโยชน์ไม่ใช่เพียงผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ต้องการลงทุนใหม่ แต่หมายรวมถึงผู้ประกอบการที่พร้อมจะช่วยตอบโจทย์นักลงทุนต่างชาติได้ดีกว่าตัวเลือกอื่นในอาเซียน

Go To Lead


SACICT 'ดัน' ไทยฮับงานศิลปหัตถกรรมอาเซียน
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในโอกาสวันครบรอบวันสถาปนาของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ว่า SACICT ถือเป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญด้านการอนุรักษ์ สืบสานและต่อยอดคุณค่างานศิลปหัตถกรรม ที่สืบทอดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ที่สำคัญอย่างยิ่งคือสามารถสร้างงานสร้างโอกาส และรายได้ แก่ผู้ทำงานศิลปหัตถกรรม เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกิดความอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมทั่วทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ภารกิจของ SACICT จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการขับเคลื่อนประเทศ โดยมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคง เข้มแข็ง ยั่งยืนแก่เศรษฐกิจฐานราก ขณะเดียวกันทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป วงการศิลปหัตถกรรมไทยจำต้องหลอมรวมภูมิปัญญา องค์ความรู้งานหัตถศิลป์ไทย ผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มโอกาสทางการตลาด เชื่อมโยงเครือข่ายงานหัตถศิลป์ให้กว้างไกล อันจะช่วยให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมที่แข็งแกร่ง
จากภารกิจที่ต้องการสืบสาน พัฒนาและต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมไทย เริ่มจากการพัฒนาบุคลากร ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย ที่ปัจจุบัน SACICT ได้คัดเลือกและเชิดชูกลุ่มผู้ทำงานศิลปหัตถกรรมไทยจากทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรมไทย และทายาทช่างศิลปหัตถกรรมไทย ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 381 คน

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com