e-Commerce/SMEs
Hot News: LINE เปิดตัว LINE SHOPPING
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
LINE เปิดตัว LINE SHOPPING
นายเลอทัด ศุภดิลก หัวหน้าฝ่ายธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ทิศทางและแนวโน้มของตลาดออนไลน์ในไทยมีการเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยจากการสำรวจ* พบว่าตลาดช็อปปิง ออนไลน์ จะมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 470,000 ล้านในปี 2565 โดยมีอัตรา โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16% ต่อปี ทำให้ช่องทางออนไลน์ช็อปปิ้ง มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 8.2% ในปี 2565 เมื่อเทียบกับภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกค้าส่งทั้งระบบ โดยรูปแบบของ e-Market Place จะเป็น Online-Platform ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น อย่างไรก็ตามในขณะที่ตลาดกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด คนไทยยังพบปัญหาในการช็อปปิง ออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นความยุ่งยากในการเลือกซื้อสินค้าจากหลายแหล่งร้านค้าออนไลน์ และเมื่อซื้อสินค้ามาก็ไม่ได้ราคาที่ถูกจริงตามที่ต้องการ LINE เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักช็อปชาวไทย จึงเปิดตัวบริการ LINE SHOPPING ประตูสู่โลกการซื้อขายออนไลน์ที่ให้ความคุ้มค่ามากที่สุด เพื่อเป็นบริการใหม่ที่จะแก้ปัญหาและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ ด้วยรูปแบบแหล่งรวมสินค้าและการเปรียบเทียบราคาจากหลากหลายมาร์เก็ตเพลสชื่อดังของไทยมากกว่า 15 แห่ง อาทิ LAZADA, Shopee, Advice, Makro, Asia Books, All About You, Aston, Beauticool, Beauty Plaza, TV Direct, Wellness Mark Shop, Nespresso, MISSHA, It’s Skin โดยร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มกับ Priceza ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคาอันดับหนึ่งของไทย เพื่อสร้างแพลตฟอร์มการ ช็อปปิงออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านความสะดวกสบายและความคุ้มค่าของผู้ใช้ ให้นักช็อปสนุกกับการเปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกซื้อตามความพึงพอใจมากที่สุด
LINE SHOPPING นำร่องให้บริการมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ใช้งานต่อเนื่อง (Active User) อยู่ที่ 2.5 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยคาดหวังว่าจะมีผู้ใช้บริการมากกว่า 8 ล้านคน หรือคิดเป็น 18 % ผู้ใช้งาน LINE ทั้งหมดของประเทศไทย ภายในสิ้นปีนี้ พร้อมเดินหน้าสู่อันดับหนึ่งแพลตฟอร์มช็อปปิงออนไลน์ในใจของคนไทยที่มอบความคุ้มค่าที่สุดให้ได้ การเปิดตัว LINE SHOPPING ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในธุรกิจอีคอมเมิร์ซของไลน์ในประเทศไทย ที่จะช่วยตอกย้ำวิสัยทัศน์ Life on LINE ที่มุ่งสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานชีวิตอย่างไร้รอยต่อของคนไทยให้ชัดเจนยิ่งขึ้นการเข้าใช้งาน LINE SHOPPING นั้น มีความสะดวกสบายและรวดเร็ว ดังนี้ เพียงแค่เปิด LINE เข้า Wallet แล้วกด LINE SHOPPING ก็สามารถเลือกซื้อสินค้าหลากหลายประเภททั้งกลุ่มสินค้าแฟชั่น บิวตี้ เครื่องใช้ไฟฟ้า แกดเจ็ต และคอลเลกชันพิเศษจากหลากหลายแบรนด์ชื่อดัง หรือเข้าผ่านทาง https://www.lineshopping.me/ ยิ่งช็อป ยิ่งคุ้ม เมื่อซื้อสินค้าจากร้านค้าที่ร่วมรายการผ่าน LINE SHOPPING รับ LINE Points Back ฟรี จากยอดซื้อ ไปใช้ซื้อสติกเกอร์และธีมของ LINE ได้ ค้นหาสินค้า (Search) และเปรียบเทียบราคาจากทุกแหล่งช็อป (Price Comparison) ภายในที่เดียว มี Wishlist Price Notification แจ้งเตือนเมื่อมีการลดราคาของสินค้าชิ้นโปรด มี Top Deals & Weekly Trends สินค้าลดราคาและสินค้าฮิตประจำสัปดาห์ให้นักช็อปมือใหม่หรือนักช็อปขาส่องเข้ามาสนุกกับการเลือกซื้อมากขึ้น มี Personalised Notification Message รู้ใจนักช็อป แจ้งอัพเดทสินค้าตามประเภทที่ผู้ใช้งานตั้งค่าไว้ แสดงสินค้าตามหมวดหมู่ได้ตรงตามความต้องการ LINE SHOPPING มอบความคุ้มค่ายิ่งกว่าด้วย LINE Points Back จากยอดซื้อทุกครั้งที่ซื้อสินค้าผ่าน LINE SHOPPING โดยพอยท์ที่ได้สามารถนำไปใช้ซื้อสติกเกอร์และธีมของ LINE ทั้งนี้ หากนักช็อปแชร์สินค้าหรือคอลเลกชันจาก LINE SHOPPING ให้กับเพื่อนและบุคคลอื่น จะได้รับ 5 พอยท์ไปฟรีๆ เช่นกัน พิเศษสำหรับช่วงเปิดตัว ตั้งแต่วันที่ 8 – 18 สิงหาคม 2562 พบกับโปรโมชั่นส่วนลดสุดพิเศษจากแบรนด์ดัง และดีลสุดพิเศษพร้อมรับ LINE Points Back 8% จากทุกยอดซื้อสินค้า 8 ร้านดัง ได้แก่ LAZADA, Shopee, Asia Books, Beauticool, Konvy, All About You, It’s Skin, MISSHA และระหว่างวันที่ 15-18 สิงหาคมนี้ นักช็อปยังจะได้รับแจกฟรีคูปองส่วนลด 88 บาท โดยใช้คูปองโค้ด ‘LINE88’ จาก 8 ร้านดัง ผ่าน LINE SHOPPING อีกด้วย

Go To Lead


กสอ. มุ่งสร้างฟู้ดทรัคหน้าใหม่
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมร้านจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ หรือ ฟู้ดทรัค กำลังเป็นกระแสนิยมและมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลการส่งเสริมธุรกิจฟู้ดทรัคของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ระบุว่า ปัจจุบันมีรถฟู้ดทรัคกว่า 1,500 คันทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ กว่า 1,350 ล้านบาท สร้างรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 4,000 บาท/วัน ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่ค่อนข้างสูง กสอ. จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการกลุ่มฟู้ดทรัคหน้าใหม่ให้เพิ่มขึ้น เพื่อขยายฐานการตลาดให้เพิ่มขึ้นสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงยกระดับมาตรฐานอาหารสตรีทฟู้ด ให้มีความสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล การพัฒนาบ่มเพาะผู้ประกอบการฟู้ดทรัคให้เข้มแข็ง เป็นมาตรการที่ 2 หรือ บันไดขั้นที่ 2 ซึ่งเป็นหนึ่งในบันได 5 ขั้นสู่ความสำเร็จในธุรกิจฟู้ดทรัค ตามแผนการส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการฟู้ดทรัคเพิ่มขึ้นของ กสอ. มีการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ในการให้องค์ความรู้ตั้งแต่การเริ่มต้นทำธุรกิจฟู้ดทรัค การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ การเขียนแบบจำลองธุรกิจ และกิจกรรมให้คำปรึกษารายเดี่ยว โดยจัดอบรม 4 วัน มีผู้เข้าร่วมอบรม 2 รุ่น รวม 100 ราย ส่วนกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจฟู้ดทรัค (Food Truck Business Networking) ที่จัดขึ้นนี้ เป็นกิจกรรมที่ให้กลุ่มผู้ประกอบการที่เข้ารับการฝึกอบรมได้มีโอกาสพบปะผู้ประกอบการที่สนับสนุนธุรกิจฟู้ดทรัค จำนวนกว่า 30 ราย ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตรถฟู้ดทรัค ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ธนาคาร ประกันภัย ผู้ผลิตซอฟแวร์ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจภายนอกเข้าร่วมกิจกรรมด้วย โดยเน้นโอกาสในการสร้างรายได้เสริมให้กับมนุษย์เงินเดือน ช่วยเหลือผู้ว่างงาน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาชีพสื่อมวลชนที่ขณะนี้มีการเลิกจ้างพนักงานเป็นจำนวนมาก หรือ แม้แต่ผู้ที่เกษียณและอยากมีกิจกรรมทำเพิ่มเติม ภายในงานยังจัดให้มีกิจกรรมเสวนาเรื่อง “ฟู้ดทรัค ธุรกิจติดล้อ ไม่ง้อเงินเดือน” โดยวิทยากรจากเครือข่ายฟู้ดทรัคคลัสเตอร์แห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ที่สนใจจะเข้าสู่ธุรกิจฟู้ดทรัคในอนาคต รวมถึงมาตรการพิเศษเฉพาะสำหรับผู้ว่างงาน คือ 1) การให้เช่ารถฟู้ดทรัคในราคาพิเศษ พร้อมแฟรนไชส์ 2) การให้ทดลองทำธุรกิจฟู้ดทรัคแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น ที่บริเวณถนนจันทน์ และวัชรพล เป็นต้น 3) การบริการให้คำปรึกษาแนะนำในการเริ่มต้นธุรกิจฟู้ดทรัคกับทีมงานคลัสเตอร์ประเทศไทย 4) กิจกรรมขายสินค้าทดสอบตลาดในบริเวณหน่วยงานราชการ และหน่วยงานเครือข่ายต่าง ๆ และ 5) สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ย 4%ผู้ประกอบการผ่านการพัฒนาในบันไดขั้นที่ 2 นี้แล้ว กสอ. ยังมี 5 มาตรการให้การสนับสนุน ตั้งแต่ มาตรฐาน SMART4 หลักสูตรการบ่มเพาะต่อเนื่องต่าง ๆ กลไกช่วยเหลือของคลัสเตอร์ การออกตลาดฟู้ดทรัค และสินเชื่อพิเศษ ซึ่ง กสอ. มุ่งหวังที่จะสร้างรายได้เสริมให้กับพนักงานประจำ รวมถึงช่วยเหลือผู้ว่างงาน และพร้อมเตรียมยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งกว่า 500 ราย โดยได้วางกรอบของบประมาณในปี พ.ศ. 2563 เอาไว้ กว่า 20 ล้านบาท พร้อมเน้นย้ำว่า กสอ. มุ่งมั่นส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการฟู้ดทรัคให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม เกิดความเข้มแข็ง และมีความยั่งยืน โดยจะส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการฟู้ดทรัคได้มากกว่า 3,500 ราย และคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3,000 ล้านบาท และเกิดเงินหมุนเวียนในเครือข่ายธุรกิจนี้ได้อีกกว่า 20,000 ล้านบาท” นายกอบชัย กล่าวทิ้งท้าย

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com