Education/Health/Culture
Hot News: ยืนยันคุม 'ไข้เลือดออกระบาด' // สธ.เร่งรัดพัฒนาเครือข่ายโรคหัวใจ //'ม.มหิดล' จับมือ 'ซีพีเอฟ' ต่อยอดนวัตกรรมอาหาร//ศธ.เดินหน้าชูสอน 'โค้ดดิ้ง'
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ยืนยันคุม 'ไข้เลือดออกระบาด'
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกของประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของรัฐมนตรี และปลัด สธ. โดยให้หน่วยงานในสังกัดประสานงานเร่งรัดการปฏิบัติและติดตามผลการป้องกันควบคุมโรคควบคู่กันไปเพื่อให้ได้ผลอย่างต่อเนื่อง และมีแนวทางให้ชาวบ้านจัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้ยุงลายเกิดและกัดได้ ทำให้สถานการณ์การเกิดโรคชะลอตัวลงสามารถควบคุมได้ และจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกในหลายพื้นที่ลดลง ในช่วงนี้ประเทศไทยอยู่ในฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้ป่วยไข้เลือดออกมากเช่นเดียวกับประเทศต่างๆ ซึ่งในแถบประเทศอาเซียนนี้พบโรคไข้เลือดออกได้ 4 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีความรุนแรงไม่แตกต่างกันมาก
สำหรับประเทศไทย สถานการณ์โรคไข้เลือดออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-6 สิงหาคม 2562 พบผู้ป่วย 64,159 ราย เสียชีวิต 72 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ในปีนี้พบในกลุ่มเด็กเล็ก เด็กวัยเรียน และวัยผู้ใหญ่ตอนต้น พบมากสุดคือกลุ่มอายุ 5-14 ปี รองลงมา 15-34 ปี และแรกเกิด-4 ปี ตามลำดับ ขอให้ประชาชนใช้มาตรการ "3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค" ดังนี้ 1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค ต้องปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่จะสามารถป้องกันได้ 3 โรค คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3.โรคไข้ปวดข้อยุงลาย

Go To Lead


สธ.เร่งรัดพัฒนาเครือข่ายโรคหัวใจ
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุมวิชาการและสรุปผลการดำเนินงานโครงการ “วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย (Save Thais from Heart Diseases)” โดยกล่าวว่า กรมการแพทย์ได้จัดทำแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาโรคหัวใจเพื่อตอบสนองนโยบายในการลดอัตราการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจ จึงเร่งรัดการพัฒนาเครือข่ายโรคหัวใจ และได้มีการจัดทำโครงการ “วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย (Save Thais from Heart Diseases)” มีโรงพยาบาลทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ ตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลศูนย์/ โรงพยาบาลทั่วไป ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่เฉียบพลันรุนแรงหรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะและเสียชีวิตได้
ทั้งนี้ การป้องกันผลแทรกซ้อนโดยเน้นการรักษาที่รวดเร็วโดยการให้ยาละลายลิ่มเลือดและหรือการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน ทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้นและลดอัตราการเสียชีวิต โครงการนี้มีส่วนในการกระตุ้นและติดตามการทำงานของเครือข่ายเพื่อตอบสนองนโยบายการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ Service Plan สาขาโรคหัวใจ ลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการที่ตอบสนองต่อความจำเป็นด้านสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มและเป็นโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านบริการเป็นเลิศ(Service Excellent) ของกระทรวงสาธารณสุข
ผลการดำเนินงานตั้งแต่ตุลาคม 2561 – 30 มิถุนายน 2562 จากโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ 608 แห่ง โรงพยาบาลที่มีห้องสวนหัวใจได้ 43 แห่ง โรงพยาบาลนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 41 แห่ง มีผู้เข้ารับการรักษาจำนวน 15,737 ราย ข้อมูลที่สมบูรณ์ 11,480 ราย เป็นผู้ป่วยประเภท STEMI 4,091 ราย, NSTEMI 5,277 ราย Unstable Angina 1,052ราย ผู้ป่วยได้รับยาละลายลิ่มเลือดภายในระยะเวลาที่กำหนดร้อยละ 49.09 และทำ PPCI ภายในเวลาที่กำหนดร้อยละ 47.56 อัตราตาย STEMI ร้อยละ 5.41, NSTEMI ร้อยละ 4.04 ผู้ป่วยได้รับการรักษาและมีการส่งต่ออย่างรวดเร็ว ในกรณีที่เกินศักยภาพของโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลชุมชนขนาดกลางขึ้นไปสามารถให้ยาละลายลิ่มเลือดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ โรงพยาบาลที่มีศูนย์หัวใจทำบอลลูนขยายเส้นเลือดหัวใจได้มากขึ้น ทั้งหมดนี้ ทำให้อัตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาลลดลงน้อยกว่าร้อยละ 1

Go To Lead


'ม.มหิดล' จับมือ 'ซีพีเอฟ' ต่อยอดนวัตกรรมอาหาร
รองศาสตราจารย์ ดร.สุวัฒนา จุฬาวัฒนทล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือด้านการวิจัย เรื่องการพัฒนางานวิจัยและต่อยอดวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ ระหว่างคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ ซีพีเอฟ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการนวัตกรรมอาหารเพื่อสังคม ที่มหาวิทยาลัยร่วมมือกับภาคเอกชน ในการต่อยอดองค์ความรู้ของมหิดลสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านอาหารเพื่อสุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ก่อให้เกิดการพัฒนายั่งยืนของสังคม ตลอดจนการสร้างเครือข่ายกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนานวัตกรรมอาหาร เพิ่มมูลค่าสินค้าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ดร.สมหมาย เตชะศิรินุกูล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทมีความมุ่งมั่น ในการวิจัยและพัฒนาอาหาร เพื่อส่งเสริมศักยภาพความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารของไทยและระดับสากล ตามวิสัยทัศน์ "ครัวของโลกที่ยั่งยืน" โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารซีพีเอฟ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยทั่วโลก ค้นคว้าวิจัยเชิงลึกในด้านโภชนาศาสตร์ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลาย ตอบรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรและอุตสาหกรรมอาหารและสร้างสุขโภชนาการที่ดีแก่ผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย
"บริษัทนำความพร้อมด้านทีมงานวิจัยและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาตรฐานระดับโลก ผสานความร่วมมือและต่อยอดองค์ความรู้ด้านวิชาการของมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อวิจัยพัฒนานวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารเฉพาะทาง และเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อผู้บริโภคทุกช่วงวัยและเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป" ดร.สมหมาย กล่าว

Go To Lead


ศธ.เดินหน้าชูสอน 'โค้ดดิ้ง'
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงนโยบายด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาคนสู่ศตวรรษที่ 21 ที่โครงการ W DISTRICT พระโขนง ว่า รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนที่จะทำในปีแรก คือ การเตรียมคนสู่ศตวรรษที่ 21 โดยกระทรวงศึกษาธิการจะสอนเรื่องโค้ดดิ้งให้กับเด็กไทย ตั้งแต่ ป.1-3 ในเดือนพฤศจิกายนของภาคเรียนที่ 2/2562 นี้ โดยโค้ดดิ้ง Coding มีความหมายดังนี้ C หมายถึง Creative Thinking หรือคิดแบบสร้างสรรค์ O หมายถึง Organized Thinking หรือคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ D หมายถึง Digital Literacy หรือ เข้าใจภาษาดิจิทัล I หมายถึง Innovation หรือคิดเกิดนวัตกรรม N หมายถึง Newness คือ สนับสนุนการริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ และ G หมายถึง Globalization คือ เข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ ดังนั้นจึงหมายถึง การสอนให้เด็กไทยคิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ เพื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 และเป็นโค้ดดิ้งที่คนไทยทุกคนเรียนได้ ทั้งยังถือเป็นการ ปฏิรูปการศึกษาที่ถึงตัวเด็กเป็นครั้งแรก

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com