Education/Health/Culture
Hot News: ทปอ.เปิดเวทีสาธารณะพัฒนา'ทีแคส 62'//'ราชมงคล' ตั้งศูนย์ป้องกันพนันบอล//'เนสท์เล่' พัฒนานักวิทย์ทางอาหาร //ห่วงผู้สูงอายุไทย 'สมองเสื่อม'//'สภากาชาดไทย' ช่วยผู้ปวยปากแหว่ง-เพดานโหว่
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ทปอ.เปิดเวทีสาธารณะพัฒนา'ทีแคส 62'
ศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า จากการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3/2561 ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการวางแผนพัฒนาการทำงานในปีการศึกษา 2562 จำนวน 3 ชุด เพื่อร่วมกันหาข้อเท็จจริง ผลดี ผลกระทบ ปัญหา ของการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระบบ TCAS และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ โดยเร็ว คณะกรรมการทั้ง 3 ชุด ประกอบด้วย 1. คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของระบบการคัดเลือก TCAS ปีการศึกษา 2561 โดยมี ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ เป็นประธาน 2. คณะกรรมการพัฒนาระบบ TCAS ปีการศึกษา 2562 โดยมี รศ.ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล เป็นประธาน 3. คณะกรรมการพัฒนาระบบสารสนเทศ TCAS ปีการศึกษา 2562 โดยมี รศ.ดร.นพ.ชัยเลิศ พิชิตพรชัย เป็นประธาน ทั้งนี้ กรรมการทั้ง 3 ชุดนี้จะประสานกันทำงาน แลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมกันตัดสินใจ กำหนดแนวทางการดำเนินงานในปีการศึกษา 2562 คาดว่าจะได้ข้อสรุปในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือนนับจากนี้
สำหรับนโยบายที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา TCAS นั้น ทปอ. จะมุ้งเน้นการหาแนวทางที่จะลดค่าใช้จ่ายในการสมัครให้มากที่สุด โดยยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนจะมีการทำประชาพิจารณ์จากผู้มีส่วนได้เสีย เช่น นักเรียน ผู้ปกครอง และมหาวิทยาลัย รวมถึงกำหนดให้การจัดเวทีสาธารณะ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากนักศึกษาให้มากขึ้น โดยเวทีดังกล่าวจะสามารถเสนอแนะความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของประเทศ อย่างไรก็ตามเวทีประชุมดังกล่าวเตรียมกำหนดจัดครั้งแรกที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยรายละเอียดการจัดจะแจ้งทราบต่อไป

Go To Lead


'ราชมงคล' ตั้งศูนย์ป้องกันพนันบอล
รศ.สุภัทรา โกไศยกานนท์อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กล่าวว่า จากกระแสการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ได้รับความสนใจอย่างคึกคัก จึงทำให้กังวลในเรื่องของการพนันฟุตบอลออนไลน์ซึ่งนักศึกษาที่เป็นเยาวชนเข้าถึงโซเชียลมีเดียอย่างง่ายดาย มหาวิทยาลัยฯ มีมาตรการป้องกันโดยจัดตั้งหน่วยเฝ้าระวังและกำชับให้ฝ่ายกิจการนักศึกษาทุกคณะสอดส่องร้านอินเตอร์เน็ตบริเวณรอบรั้วมหาวิทยาลัยฯ และเพิ่มช่องทางออนไลน์สำหรับแจ้งเบาะแสนักศึกษาที่กระทำความผิดเล่นการพนันฟุตบอล หากพบพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์จะตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ถ้ากระทำความผิดจริงมีการลงโทษตั้งแต่ตัดคะแนน จนถึงพักการเรียน
ด้าน ผศ.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่า กล่าวเสริมว่า เทศการฟุตบอลโลกปีนี้ตรงกับช่วงการจัดกิจกรรมปฐมนิเทศนักศึกษาปีที่ 1 จึงมีแนวคิดให้สอดแทรกเนื้อหาความรู้และผลเสียในการเล่นพนันฟุตบอลผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ พร้อมสนับสนุนให้ดูกีฬาอย่างสร้างสรรค์ และนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำงานเป็นทีม การนำเทคนิคการเล่นฟุตมามาใช้ เพื่อป้องกันนักพนันหน้าใหม่ในกลุ่มเด็กและเยาวชน นอกจากนี้อยากให้นักศึกษาทุกคนแบ่งเวลารับชมและเชียร์ฟุตบอลเพื่อสุขภาพ ความพร้อมในการเรียน

Go To Lead


'เนสท์เล่' พัฒนานักวิทย์ทางอาหาร
สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT) ร่วมกับบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เดินหน้าจัดการแข่งขันตอบปัญหาวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร หรือ FoSTAT-Nestle Quiz Bowl ปีที่ 16 ตอกย้ำความสำเร็จในการพัฒนาบุคลากรสู่ความก้าวหน้าในแวดวงโภชนาการของประเทศไทย ด้วยการส่งเสริมนิสิตและนักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารทั่วประเทศแสดงศักยภาพของตัวเองในการแข่งขันตอบปัญหาวิชาการที่มีผู้เข้าร่วมในเวทีการแข่งขันนี้มาแล้วกว่า 3,600 คน
ในปีนี้ทีมชนะเลิศได้แก่ นิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รับถ้วยรางวัลจากนายอำพล เสนาณรงค์ ผู้เคยดำรงตำแหน่งองคมนตรีในรัชกาลที่ 9 และเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับภูมิภาคของเนสท์เล่ เพื่อเปิดประสบการณ์และสัมผัสบรรยากาศการทำงานที่ประเทศสิงคโปร์อีกด้วย โดยทีมจากมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรีคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีมมหาวิทยาลัยมหิดล รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 และทีมจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ตามลำดับ
เนสท์เล่ สนับสนุนการจัดกิจกรรมแข่งขันตอบปัญหาวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารมากว่า 16 ปี สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของเนสท์เล่ (Nestle Purpose) ในการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิต เสริมสร้างสุขภาพดีสู่อนาคต (Enhancing quality of life and contributing to a healthier future) และยังเป็นการส่งเสริมให้นิสิตและนักศึกษานำวิชาความรู้ความสามารถมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์อาหารที่มีประสิทธิภาพและเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศต่อไปในอนาคต

Go To Lead


ห่วงผู้สูงอายุไทย 'สมองเสื่อม'
นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุ ซึ่งมักมีปัญหาภาวะสมองเสื่อมถอยความสามารถหลายด้าน เช่น สูญเสียความจำ สมาธิ ความสามารถทางสติปัญญาลดลง คิดและ จำเรื่องที่เป็นปัจจุบันไม่ได้ มีอาการหลงลืม ผลสำรวจของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) โดยการตรวจร่างกาย ปี 2557 พบผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีภาวะสมองเสื่อม 8.1 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 8 แสนกว่าคน พบในผู้หญิงมากกว่าชาย อายุยิ่งมากยิ่งพบมาก ในจำนวนผู้สมองเสื่อมกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 7 แสนกว่าคนมีปัญหาพฤติกรรมและจิตใจร่วมด้วย หากไม่มีการดูแลตัวเองตั้งแต่ต้น คาดว่าผู้ป่วยโรคนี้อาจเพิ่มขึ้นนับล้านคน มีปัญหาพฤติกรรมและจิตใจเพิ่มขึ้นนับแสนคน จึงให้ รพ.สวนสราญรมย์ ซึ่งเป็นศูนย์เชี่ยวชาญเรื่องโรคจิตเวชในผู้สูงอายุของกรมสุขภาพจิต เร่งให้ความรู้ความเข้าใจประชาชน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุมีภาวะสมองเสื่อม
ด้าน นพ.จุมภฎ พรมสีดา ผอ.รพ.สวนสราญรมย์ กล่าวว่า ภาวะสมองเสื่อมอาจเกิดจากสารสื่อประสาทมีการเปลี่ยนแปลง รวม ทั้งอาจเกิดมาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น สภาพอากาศร้อน เสียงดัง ผู้คนพลุกพล่านรบกวน แสงสว่างไม่พอ เป็นต้น ก็ได้ ทั้งนี้ที่ รพ. มีผู้ป่วยสมองเสื่อมเข้ารับการรักษาประมาณ 500 คน ต่อปีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เกือบทุก คนมีอาการผิดปกติทางพฤติกรรมและจิตใจอย่างน้อย 1 อาการร่วมด้วย ที่พบบ่อย 9 อาการได้แก่ 1. เฉยเมยไม่สนใจสิ่งรอบตัว 70 เปอร์ เซ็นต์ 2. ซึมเศร้า 40-50 เปอร์เซ็นต์ 3. ปัญหาการกิน 40-50 เปอร์เซ็นต์ 4. ปัญหาการนอน 30-50 เปอร์เซ็นต์ 5. หงุดหงิด โกรธง่าย 40 เปอร์เซ็นต์ 6. หลงผิด 30-40 เปอร์เซ็นต์ 7. ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจพฤติกรรมได้ 30-40 เปอร์เซ็นต์ 8. มีพฤติกรรมแปลก ๆ ทำอะไร ซ้ำ ๆ เช่นผุดลุกผุดนั่ง สะสมของในบ้าน 30-40 เปอร์เซ็นต์ และ 9. หูแว่ว ประสาทหลอน 20-30 เปอร์เซ็นต์ ผู้มีปัญหาสามารถปรึกษาแพทย์ใกล้บ้านได้ หรือโทรฯ สายด่วน 1323.

Go To Lead


'สภากาชาดไทย' ช่วยผู้ปวยปากแหว่ง-เพดานโหว่
นพ.พิชิต ศิริวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ปากแหว่ง- เพดานโหว่ เป็นความพิการบนใบหน้าที่พบมากที่สุดในบรรดาความพิการแต่กำเนิดบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ และเนื่องจากอยู่บนใบหน้าจึงเห็นเด่นชัดมากและไม่สามารถซ่อนได้หรือแม้จะเป็นเพียงเพดานโหว่ซึ่งทำให้พูดไม่ชัด คนก็รู้อยู่ดี เพราะฉะนั้นจึงเป็นความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยทั้งร่างกายและจิตใจ โครงการศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขปากแหว่ง-เพดานโหว่และความพิการซ่งสภากาชาดไทยดำเนินการมากว่า 20ปี โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะใช้เงินบริจาคเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ออกหน่วยผ่าตัดรักษาประชาชนปีละ 6 จังหวัด โดยประสานงานร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลจังหวัด ให้ช่วยค้นหาผู้ป่วยในหมู่บ้านที่ด้อยโอกาส ลงทะเบียน และจัดรถพาไป โรงพยาบาลประจำจังหวัดเพื่อให้ทีมแพทย์จากสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ เป็นผู้คัดกรองและผ่าตัด
อย่างไรก็ตาม จนถึงปี 2548 จากสถิติย้อนหลังพบว่า อายุเฉลี่ยของเด็กที่มาผ่าตัดยังสูงเกินไป เช่น ปากแหว่งผ่าตัดตอนอายุ 5 ขวบ เด็กโดนล้อจนเป็นปมด้อยไปแล้ว หรือเพดานโหว่ผ่าตัดตอนอายุ 7-8 ขวบ เด็กก็พูดไม่ชัดไปแล้ว ช่วงอายุที่เหมาะสมในการผ่าตัดคือ ปากแหว่งควรผ่าตัดตั้งแต่อายุ 3 เดือน และเพดานโหว่ควรผ่าตัดตอนอายุ 9 เดือนถึง 1 ขวบครึ่งไม่ควรเกินนั้น สภากาชาดไทยได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จัดทำโครงการ "ยิ้มสวย เสียงใส เทิดพระเกียรติ 50 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลโดยกระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่ลงทะเบียนเด็กแรกคลอดทุกรายที่มีภาวะปากแหว่ง-เพดานโหว่ แต่การนำตัวผู้ป่วยมาผ่าตัดจะมีค่า ใช้จ่าย สภากาชาดไทยจึงดำเนินการหาเงินบริจาคมาจ่ายให้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือต่างด้าว ผ่าตัดที่โรงพยาบาลใด สภา กาชาดไทยก็ยินดีออกค่าใช้จ่ายค่าเดินทางให้ รายละ 1,000 บาท ส่วน สปสช.จะชดเชยค่าผ่าตัดให้โรงพยาบาลอย่างเหมาะสม

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com