|
|
กทม. ประกาศมาตรการ Phone Off, Learning On นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุง
เทพมหานคร กล่าวว่า กทม. ประกาศมาตรการเชิงรุกในการควบคุมและกำกับการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล (โทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์) ภายในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ภายใต้โครงการ Phone Off, Learning On โฟกัสการเรียนรู้ ฝากมือถือไว้กับครู เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และป้องกันผลกระทบด้านสุขภาพและพฤติกรรมจากการใช้งานหน้าจอเกินความจำเป็น ซึ่งโรงเรียนในหลายๆ ประเทศก็มีมาตรการแบบนี้เช่นกัน โดยเหตุผลสำคัญที่ต้องควบคุมการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ คือ เยาวชนมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนน้อยลง สนใจในการเรียนน้อยลง เด็กใช้ชีวิตในโลกเสมือนเยอะ มีภาวะอ้วนมากขึ้นเนื่องจากไม่ออกกำลังกาย และเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงได้เกิดมาตรการเหล่านี้ขึ้นมาสำหรับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยในรายวิชาที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดิจิทัลครูในแต่ละวิชาก็จะเป็นผู้อนุญาต ส่วนในกรณีฉุกเฉินก็มีไลน์หรือเบอร์โทรศัพท์ที่ผู้ปกครองสามารถติดต่อในกรณีที่จำเป็นได้ โดยมาตรการนี้มีกำหนดใช้ในปีการศึกษาหน้าเป็นต้นไป
โครงการ Phone Off, Learning On โฟกัสการเรียนรู้ ฝากมือถือไว้กับครู มีหลักการสำคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1. การเรียนรู้อย่างมีจุดมุ่งหมาย: สนับสนุนให้ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเป็น "เครื่องมือการเรียนรู้" ภายใต้การดูแลของครูผู้สอนในคาบเรียนที่เหมาะสม แทนการใช้งานเพื่อความบันเทิงอย่างไร้ทิศทาง 2. สุขภาวะและพัฒนาการทางสังคม: กำหนดเขตปลอดดิจิทัล (Digital-Free Zone) ในบางช่วงเวลา เช่น พักเที่ยง หรือพื้นที่ส่วนรวม เพื่อกระตุ้นให้เด็กนักเรียนมีการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ออกกำลังกาย และพักสายตาจากหน้าจอ 3. ความปลอดภัยทางไซเบอร์: สร้างระบบเฝ้าระวังเพื่อป้องกันปัญหาการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyberbullying) และการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในสถานศึกษา
Go To Lead
|
|
'มจพ.' เปิดตัวหลักสูตรการบิน ABMS เรียนจริงบน Boeing 737
ศ.ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กล่าวว่า มจพ. เปิดตัวหลักสูตรการบิน ABMS (Aviation Business Management and Service in the Digital Age) ซึ่งออกแบบมาให้สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินแบบไร้พรมแดน ครอบคลุมองค์ความรู้สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ บริการบนเครื่องบิน (In-flight Services), บริการภาคพื้น (Ground Services), การขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ (Air Cargo & Logistics) และ การบริหารอุตสาหกรรมการบิน (Aviation Industry Management) เสริมสร้างความเข้าใจเชิงลึกทั้งด้านธุรกิจ การบริการ และการจัดการในบริบทโลกยุคดิจิทัล โดยอาจกล่าวได้ว่าหลักสูตรนานาชาติ ABMS พร้อม จัดเต็ม สร้างบุคลากรระดับ Solution Seeker ที่ใช้ข้อมูล กลยุทธ์และการจัดการยุคใหม่บนมาตรฐานสากล พร้อมขับเคลื่อนโลจิสติกส์โลก ด้วยจุดเด่นสำคัญของหลักสูตรคือการจัดการเรียนการสอนภาคปฏิบัติบนเครื่องบินจริงเต็มลำ Boeing 737 HS-KMUTNB ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการจำลองสถานการณ์บนเครื่องเสมือนจริงและเป็นเครื่องบินของมหาวิทยาลัยเอง เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะการทำงาน การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การจัดการธุรกิจและบริการการบินในยุคดิจิทัลที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการจัดการข้อมูล และการนำเทคโนโลยีมาใช้จัดการระบบบริหารจัดการ ตลอดจนการสร้างความคุ้นเคยกับอุปกรณ์จริง ก่อนก้าวสู่สนามการทำงานในอุตสาหกรรมการบินอย่างมืออาชีพ
หลักสูตรนานาชาติ ABMS เรียนจำนวน 121 หน่วยกิต ใช้ภาษาอังกฤษ 100% ภายใต้มาตรฐานสากล พร้อมเสริมภาษาที่ 3 สร้างความได้เปรียบด้วยการผสานทักษะการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) สู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Strategic Decision Making) ช่วยยกระดับศักยภาพผู้เรียนให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดงานระดับโลก เปิดประตูสู่อาชีพหลากหลาย ทั้งนี้ หลักสูตรกำลังเปิดรับนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2569 ผ่านระบบ TCAS สมัครเรียนที่เว็บไซต์ http://www.admission.kmutnb.ac.th และชำระเงินค่าสมัคร ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.inter.kmutnb.ac.th, Facebook : International College KMUTNB หรือสอบถามข้อมูลได้ที่โทรศัพท์ 092-742-4458 หรือสแกน QR Code ดูระเบียบการรับสมัครและคุณวุฒิและเกณฑ์การพิจารณา
Go To Lead
|
สัตวแพทย์ จุฬาฯ อันดับ 1 ของไทย TOP 10 เอเชีย
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้งเนื่องในโอกาสที่คณะครบรอบ 91 ปี ด้วยการได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย อันดับ 9 ของเอเชีย และอันดับ 34 ของโลก ด้านความเข้มแข็งของงานวิจัยสาขาสัตวแพทยศาสตร์ (Veterinary Research Integrity) จากการจัดอันดับโดย SCImago Institutions Ranking (Sector: Universities) ประจำปี 2026 ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัยและนวัตกรรมของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ที่โดดเด่นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ การได้รับการอ้างอิงในระดับสูง ตลอดจนความร่วมมือด้านวิจัยและวิชาการกับเครือข่ายนักวิจัยทั่วโลก ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ใหม่และนวัตกรรมที่ส่งผลกระทบต่อวงการสัตวแพทยศาสตร์และสังคมในระดับสากล
สำหรับเกณฑ์การจัดอันดับของ SCImago ประเมินจากตัวชี้วัดหลัก 3 ด้าน ได้แก่ Research (50%) วัดความเข้มแข็งของผลงานวิจัยและการอ้างอิง Innovation (30%) วัดศักยภาพด้านนวัตกรรมและการนำองค์ความรู้ไปต่อยอด Societal Impact (20%) วัดการมีส่วนร่วมและการรับรู้ในระดับสาธารณะ การได้รับการจัดอันดับในระดับแนวหน้าของโลกในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องของคณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาฯเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำที่ขับเคลื่อนองค์ความรู้เพื่อสังคมอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ
Go To Lead
|
|
นวเวช ประกาศยุทธศาสตร์ Health Partner
นายณัฐพล เดชวิทักษ์ กรรมการ บริษัท นวเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลนวเวชเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการวางรากฐานขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิด Healthy Neighborhood สุขภาพดี
เพราะมีหมอเป็นเพื่อนบ้าน มุ่งสร้างความใกล้ชิด ความไว้วางใจ และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดีมีคุณภาพอย่างต่อเนื่องให้กับคนในชุมชน ซึ่งวิสัยทัศน์ Health Partner คือการยกระดับบทบาทคู่คิดด้านสุขภาพระยะยาวให้กับประชาชน โดยยุทธศาสตร์ใหม่นี้จะสะท้อนผ่านกรอบกลยุทธ์สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ From Treatment to Preventive ไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเกิดโรค สู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันตั้งแต่ก่อนเกิดโรค From Disease to Lifestyle Design มองสุขภาพในมิติของการออกแบบ Lifestyle เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว From Hospital to Health Partner เปลี่ยนบทบาทจากโรงพยาบาล สู่การเป็นคู่คิดด้านสุขภาพตลอดชีวิต
สุขภาพในอนาคตไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเกิดอาการเท่านั้น แต่คือการช่วยให้ผู้คนสามารถออกแบบชีวิตและคุณภาพชีวิตของตนเองได้ โรงพยาบาลจึงต้องทำหน้าที่มากกว่าการรักษามุ่งสู่การเป็น Health Partner ที่อยู่เคียงข้างคุณในทุกช่วงชีวิต นายณัฐพล กล่าวและว่า
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2567-2568 โรงพยาบาลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเติบโตจากรายได้ 5 ศูนย์บริการหลัก ได้แก่ ฉุกเฉินและอุบัติเหตุ, แม่และเด็ก, กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ,หัวใจ และสมอง ซึ่งเติบโตมากกว่า 16% และจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 12% โดยเฉพาะการบริการผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ มีรายได้เติบโตมากกว่า 30% สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้รับบริการและความพร้อมในการให้บริการของโรงพยาบาล สำหรับปี 2569 นี้ นวเวชตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 20% พร้อมแผนพัฒนาชั้นผู้ป่วยใน พรีเมียม เพื่อรองรับกลุ่มผู้ป่วยระดับพรีเมียมและชาวต่างชาติ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการยกระดับสู่การเป็น Health Partner
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|