|
|
|
ยกระดับการดูแลผู้ป่วยและวิชาการด้านทันตกรรม
ศ.ทพ.ดร.พรชัย จันศิษย์ยานนท์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับโรงพยาบาลบีเอ็นเอช เพื่อพัฒนาทางด้านการดูแลผู้ป่วยและด้านวิชาการ แนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของโรงพยาบาล นำไปสู่การยกระดับคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย การพัฒนามาตรฐานการให้บริการทางทันตกรรมและศัลยกรรมช่องปาก ตลอดจนการแลกเปลี่ยน องค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างบุคลากรของทั้งสองสถาบัน คณะทันตแพทยศาสตร์ในฐานะหน่วยงานภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก ซึ่งในบางช่วงมีข้อจำกัดด้านเวลาและทรัพยากร โดยเฉพาะการผ่าตัดนอกเวลาราชการ ความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนจึงช่วยเปิดทางเลือกให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีมาตรฐานและความคล่องตัวมากขึ้น ขณะเดียวกัน คณะฯ มีความพร้อมด้านองค์ความรู้ งานวิจัยและนวัตกรรม เมื่อผสานกับระบบบริการของภาคเอกชนจะช่วยยกระดับคุณภาพการรักษา สร้างฐานข้อมูลทางการแพทย์ที่เข้มแข็ง และเป็นต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่มุ่งประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางสำคัญ
ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กับโรงพยาบาลบีเอ็นเอช เป็นการต่อยอดเครือข่ายที่มีอยู่เดิมให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติการรักษา การทำงานที่คล่องตัว และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยเฉพาะการเรียนรู้ด้าน Service Mind และมาตรฐานการบริการแบบภาคเอกชน เพื่อนำมาพัฒนาระบบบริการของหน่วยงานรัฐให้ผู้ป่วยได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น ความร่วมมือนี้ยังเปิดโอกาสในการพัฒนานวัตกรรม งานวิจัย และการขยายผลสู่การใช้งานจริง ตลอดจนเสริมภาพลักษณ์และศักยภาพของคณะฯ ผ่านการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลเอกชนที่มีมาตรฐานระดับสากล โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือยกระดับคุณภาพการรักษาและประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย
Go To Lead
|
สมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยโรคหัวใจ
พลตำรวจตรี นพ.เกษม รัตนสุมาวงศ์ นายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคหัวใจ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด และภาวะหัวใจล้มเหลว มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปหากเกิดการติดเชื้อ ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรืออาจเสียชีวิตได้ สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ จึงได้ร่วมกับบริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GSK ดำเนินโครงการนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของอายุรแพทย์โรคหัวใจให้มีความรู้ที่ทันสมัย สามารถแนะนำวัคซีนที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยโรคหัวใจได้อย่างมั่นใจ และเสริมสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ป่วยโรคหัวใจและประชาชน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคติดเชื้อด้วยวัคซีน ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพของตนเอง
ศาสตราธิคุณ พญ.สมนพร บุณยะรัตเวช สองเมือง อุปนายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวเสริมว่า การดูแลผู้ป่วยไม่ได้จำกัดเพียงแค่การรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการป้องกันโรคติดเชื้อที่อาจกระตุ้นให้โรคประจำตัวของผู้ป่วยมีอาการกำเริบหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น ซึ่งการป้องกันโรคติดเชื้อมักถูกมองข้าม ในผู้ป่วยโรคหัวใจการติดเชื้อสามารถส่งผลโดยตรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเข้ารักษาในโรงพยาบาล และอาจจะทำให้อาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการป้องกันโรคติดเชื้อด้วยวัคซีนจึงเป็นแนวทางสำคัญในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ความร่วมมือนี้จะช่วยให้แพทย์มีข้อมูลและเครื่องมือที่ชัดเจน ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้ที่ถูกต้องและเข้าใจง่ายแก่ผู้ป่วย อันจะนำไปสู่การป้องกันเชิงรุกที่เกิดขึ้นได้จริง
สำหรับโครงการ Guardian For Healthy Heart จะมีการดำเนินการ 3 ด้าน ดังต่อไปนี้ 1. การจัดทำสื่อข้อมูลเพื่อผู้ป่วยผ่านช่องทางความรู้สู่ประชาชนของสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ ในชื่อ Thai Healthy Heart ในรูปแบบวิดีโอสั้นและอินโฟกราฟิก โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจถ่ายทอดข้อมูลที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวรับรู้ความสำคัญของวัคซีนอย่างถูกต้องและเชื่อถือได้ 2. การสนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการสำหรับอายุรแพทย์โรคหัวใจ และ 3. การจัดทำเครื่องมือสำหรับแพทย์ในการแนะนำวัคซีน โดยอ้างอิงแนวทางสากลที่ทันสมัย เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
Go To Lead
|
|
จุฬาฯ Top 10 อาเซียน 6 สาขา
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอกย้ำบทบาทการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของไทย จากผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของโลก Times Higher Education World University Rankings by Subject 2026 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความ โดดเด่นในภูมิภาคอาเซียน สะท้อนความเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ การผลิตบัณฑิต และการสร้างผลงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยจุฬาฯ ติดอันดับ Top 10 ของอาเซียนใน 6 กลุ่มสาขาวิชา ได้แก่ Medical & Health และ Psychology อันดับ 5 Arts & Humanities และ Life Sciences อันดับที่ 8 Social Sciences อันดับ 9Physical Sciences อันดับ 10
นอกจากนี้ จุฬาฯ ยังครองอันดับ 1 ของไทยใน 7 กลุ่มสาขาวิชา ได้แก่ Arts and Humanities, Business & Economics, Computer Science, Engineering, Physical Sciences, Psychology และ Social Sciences ในส่วนของคะแนนรวม (Overall Score) ของจุฬาฯ ในกลุ่มสาขาวิชาต่าง ๆ คะแนนรวมของจุฬาฯ ในปี 2569 ปรับตัวสูงขึ้นในหลายกลุ่มสาขาวิชา โดยเฉพาะในกลุ่มสาขาวิชา Life Sciences, Medical & Health และ Physical Sciences ส่งผลให้กลุ่มสาขาวิชาดังกล่าวของจุฬาฯ ติดอันดับโลก โดยอยู่ในอันดับที่สูงขึ้นกว่าปี 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการอย่างต่อเนื่องทั้งด้านการเรียนการสอน สภาพแวดล้อมการวิจัย และคุณภาพงานวิจัยในระดับสากล
การจัดอันดับ THE University Rankings by Subject 2026 พิจารณาจาก 5 ตัวชี้วัด ได้แก่ การเรียนการสอน (Teaching) สภาพแวดล้อมด้านการวิจัย (Research Environment) คุณภาพงานวิจัย (Research Quality) ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม (Industry) และมุมมองความเป็นนานาชาติ (International Outlook) ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการวิจัยอย่างรอบด้าน พร้อมเสริมสร้างบทบาทความเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศและผู้นำทางวิชาการในภูมิภาคอาเซียน
Go To Lead
|
'มหิดล' เปิดเทรนด์โลก 2026 รับกระแส Longevity
รศ.ดร.วิริยะ เตชะรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) ม.มหิดล เปิดเผยว่า โลกในปี 2026 กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการถอดรหัสการใช้ชีวิตของมนุษย์ให้มีคุณภาพและยืนยาวขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับจากการเป็นผู้บริโภคเทคโนโลยี มาเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมในด้านคุณภาพชีวิตและ Longevity สถาบัน INT มหิดล จึงเดินหน้ายุทธศาสตร์ที่จะเป็นประตูสู่โอกาสในการเชื่อมโยงและผลักดันงานวิจัยเชิงลึกจากห้องปฏิบัติการสู่ตลาดจริง โดยมุ่งเน้น 3 แกนนวัตกรรมหลักที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ เทคโนโลยีการแพทย์ด้านเซลล์และยีนบำบัด (Cell and Gene Therapy), การเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเท่าเทียม และเวชศาสตร์ชะลอวัยและความงาม
ทุกวันนี้ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับเรื่อง Wellness และ Longevity ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุชัดเจนว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) แล้ว โดยมีประชากรผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ดังนั้น นวัตกรรมจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นทั้งโอกาสและความหวัง ในการทำให้คนไทย ป่วยน้อยลง หายเร็วขึ้น และมีความสุขมากขึ้น นอกจากมิติด้านคุณภาพชีวิต นวัตกรรมยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการ ลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการแพทย์และการรักษาที่มีมาตรฐานอย่างเท่าเทียมโดย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อีกทั้งยังเป็นตัวแปรสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้า เพราะโลกธุรกิจยุคใหม่จะวัดผลแพ้ชนะกันด้วยนวัตกรรม รศ.วิริยะกล่าว
Go To Lead
|
มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ เตรียมความพร้อมแพทย์ไทยรุ่นใหม่
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ ประเทศเกรเนดา หมู่เกาะเวสต์อินดีส ตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนทางการแพทย์ในประเทศไทย จึงเน้นย้ำแนวทางการจัดการศึกษาด้านแพทยศาสตร์ที่สนับสนุนการพัฒนาทักษะทางคลินิกซึ่งเกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในบริบทของระบบสาธารณสุขที่หลากหลาย ความท้าทายดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มระดับโลกที่การดูแลผู้ป่วยมะเร็งพึ่งพาการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพมากกว่าการขยายจำนวนแพทย์เฉพาะทางเพียงอย่างเดียว หลักสูตรของ SGU ได้รับการออกแบบเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งด้านการวินิจฉัยทางคลินิก การสื่อสารกับผู้ป่วย และการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งและโรคที่เกี่ยวข้อง ผ่านห้องปฏิบัติการกายวิภาคศาสตร์ การเรียนรู้ด้วยสถานการณ์จำลอง และเครื่องมือดิจิทัลแบบบูรณาการ นักศึกษาได้พัฒนาทักษะทางคลินิกพื้นฐานในสภาพแวดล้อมที่มีโครงสร้างและการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับการปฏิบัติทางการแพทย์ในโลกจริง
นอกเหนือจากการฝึกอบรมทางการแพทย์หลัก SGU ยังมอบโอกาสให้นักศึกษาได้ทำงานด้านการป้องกัน การวินิจฉัย และการดูแลผู้ป่วยโดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางตั้งแต่ระยะแรก เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อน SGU มีความร่วมมือระยะยาวกับโรงพยาบาลและศูนย์คลินิกมากกว่า 75 แห่งในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร การฝึกปฏิบัติทางคลินิกเหล่านี้ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากผู้ป่วยหลากหลายกลุ่มและสภาพแวดล้อมการรักษาที่แตกต่างกัน รวมถึงสถานพยาบาลที่การวินิจฉัยและการจัดการโรคมะเร็งเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตามปกติ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรและเส้นทางการศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ SGU ได้
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|