 |
|
บู๊ทส์ เฮลธ์ คลับ 'รุก'
ตลาดดูแล 'สุขภาพ'
ตลาดเฮลธ์คลับแข่งดุ 'บู๊ทส์'เดินหน้า ประกาศความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงาม พร้อมลุยบริการบัตร บู๊ทส์ เฮลธ์ คลับ สร้างคุณค่าเพิ่มให้สมาชิก จำนวน 50,000 ราย 'ย้ำ'ปีนี้ไม่ปรับราคาผลิตภัณฑ์ หวัง'อุ้ม'ผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
นายคลีฟ คอมบีส์ ดีพิวตี้ คันทรี เมเนเจอร์ ไดเร็คเตอร์ ออฟ เมอร์แชนไดส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง บริษัท บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ www.iclicknews.com ว่า จุดต่างของบริษัทกับแบรนด์อื่น นั่นคือ บู๊ทส์เป็นร้านขายยาและผลิตภัณฑ์ความงาม ที่ให้คุณค่าเพิ่มต่อผู้บริโภค ทางร้านมีการจำหน่ายทั้งยาและผลิตภัณฑ์ด้านความงามที่มีคุณภาพ ซึ่งเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ ปัจจุบันร้านบู๊ทส์มีจำนวนทั้งสิ้น 143 สาขา ทั่วประเทศไทย
สำหรับบู๊ทส์ เฮลธ์ คลับ (Boots Health Club)นั้น เป็นโปรแกรมพิเศษ ที่สร้างคุณค่าเพิ่มให้กับสมาชิกของเรา โดยบริษัทได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลชั้นนำ อาทิ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลเอ็นเอช (BNH) ศูนย์ฟิตเนส เฟิร์ส และบริษัทประกันชีวิต อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต ด้วยการมอบคูปองส่วนลดมูลค่ากว่า 40,000 บาท ให้แก่สมาชิก มีจำนวนจำกัด เพียง 50,000 รายเท่านั้น เราคาดว่ายอดขายในส่วนเฮลธ์แคร์ จะเพิ่ม 40 %
นอกจากสิทธิพิเศษโปรแกรมดูแลสุขภาพแล้ว ยังมอบส่วนลดให้สมาชิก เมื่อซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพแบรนด์บู๊ทส์ จะได้รับส่วนลด 5-10 % สำหรับสมาชิกอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ทุกครั้งที่ใช้บัตรสมาชิก จะมีการบันทึกข้อมูลของสมาชิกด้านต่างๆ เพื่อจัดทำแผนการตลาด ที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลในอนาคต เนื่องจากตลาดสุขภาพจะมีอัตราเติบโตขึ้น เพราะว่าปัจจัยจากความเครียดและมลภาวะเป็นพิษที่เพิ่มทุกวัน ทำให้ผู้บริโภคต้องหันมาดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้นและดูแลอย่างต่อเนื่อง
"ด้านราคาผลิตภัณฑ์ของเรานั้น ปีนี้เรายังไม่ปรับราคาเพิ่ม แต่จะปรับคุณค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์แทน" ดีพิวตี้ คันทรี เมเนเจอร์ ไดเร็คเตอร์ ออฟ เมอร์แชนไดส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง กล่าว
ด้านนายเอียน ฮันเตอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า สำหรับแผนการตลาดของบริษัท ได้ลอนช์โปรโมชั่นนำเสนอสินค้าคุณภาพราคาคุ้มค่า มีการจัดรายการเฮลธ์ตี้ แฟมิลี่ เซฟวิ่ง ตั้งแต่วันนี้จนถึง 24 กรกฎาคม นี้ ด้วยการนำผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสกินแคร์หลากหลายแบรนด์ ได้แก่ นัมเบอร์ เซเว่น โบทานิคส์ บู๊ทส์ ลูมิเนส บู๊ทส์ คอลลาจีนีส บู๊ทส์เอฟเอวร์รี่เดย์ อินดลเจนท์ โอเลย์ นูโทรจีนา บิโอเร และเคลียราซิล เป็นต้น
ในส่วนของโปรโมชั่นครั้งนี้ เมื่อลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์ 3 ชิ้น ราคา 199 บาท จะได้รับของแถมต่างๆที่บู๊ทส์แจกให้แก่ลูกค้า เมื่อซื้อของในร้านครบตามที่กำหนด เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้า ได้เลือกซื้อสินค้าตรงกับความต้องการ รวมทั้งมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอย่างต่อเนื่องทุกเดือน หลากหลายรายการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน
สัดส่วนยอดขายของบริษัท แบ่งเป็น กลุ่มสุขภาพและยา สัดส่วน 40 % กลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง สัดส่วน 38 % และกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคล สัดส่วน 22 % คาดว่ายอดขายของบริษัทปีนี้ จะมีอัตราการเติบโต 2 ดิจิก เท่ากับปีที่ผ่านมา
"ร้านบู๊ทส์ของเรา มีพนักงานประจำร้านกว่า 1,000 คน คอยให้บริการและทีมเภสัชกรที่มีความเชี่ยวชาญกว่า 200 คน พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำ ทุกร้านทุกสาขา เราคาดว่ากลางปีหน้า เราจะขยายสาขาเพิ่มอีก 20 แห่ง" กรรมการผู้จัดการกล่าวในที่สุด
|
|
'ไอเบอร์รี' ไม่กระทบมุ่งเจาะตลาดมีเดียม-ไฮ
นางสาวอัจฉรา บุรารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเบอร์รี โฮมเมด จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านไอศกรีมไอเบอร์รี เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมแผนงานเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจไอศกรีมไอเบอร์รี ทั้งการขยายตลาด และการขยายกำลังผลิตไอศกรีมโฮมเมด โดยครึ่งปีหลัง วางแผนเปิดสาขาเพิ่มอีกประมาณ 2-3 สาขา จากครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 2 แห่งที่ เอสพลานาด และจุดขายที่ร้านอาหารกับข้าวกับปลาที่เป็นธุรกิจใหม่ที่เพิ่งลงทุนเปิดบริการมาได้ 2 เดือนแล้วที่มาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ รวมปัจจุบันมีร้านไอเบอร์รี ทั้งที่เป็นร้านมีที่นั่งทาน กับร้านแบบคีออส รวม 16 สาขา แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 13 สาขา ซึ่งบริษัทลงทุนเอง เช่น สยามพารากอน สยามสแควร์ เมเจอร์รัชโยธิน สยามเซ็นเตอร์ เป็นต้น ส่วนอีก 3 สาขาอยู่ในต่างจังหวัด คือ พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นรูปแบบคล้ายๆ ร่วมลงทุน ซึ่งปีนี้ตั้งงบการตลาดไว้ที่ 2-3 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการของบริษัทในไทยช่วงปีที่แล้ว พบว่า มีอัตราการเติบโตมากกว่า 5-10% ซึ่งเป็นการเติบโตสม่ำเสมอหลังจากดำเนินธุรกิจมาเกือบ 10 ปี ซึ่งบริษัทเจาะกลุ่มเป้าหมาย มีเดียม-ไฮ จึงทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเท่าใดนัก เพราะกลุ่มเป้าหมายมีกำลังซื้อ โดยเฉลี่ยแล้วยอดใช้จ่ายต่อบิลประมาณ 150-200 บาทต่อคนต่อครั้ง โดยราคาสกู๊ปละ 49 บาทขนาด 80 กรัม และมีฐานสมาชิกกว่า 6,000 คน
|
|
'แคดเบอรี อาดัมส์' เปิดศึกหมากฝรั่งฝันกวาดแชร์ 70%
นายอาณัติ จุลินทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคดเบอรี อาดัมส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์หมากฝรั่งไทรเด้นท์ เดนทีน คลอเร็ท และชิเคล็ทส์ เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมรุกทำตลาดผลิตภัณฑ์หมากฝรั่งไทรเด้นท์อย่าง เต็มรูปแบบ หลังจากส่งไทรเด้นท์ รีแคลเด้นท์ หมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล ไม่ทำให้ฟันผุ เข้าตีตลาดตอบสนองกระแสผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจนประสบความสำเร็จ ส่งผลให้ยอดขายไทรเด้นท์เติบโตอย่างต่อเนื่อง และก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดหมากฝรั่งไร้น้ำตาล โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 33% ของตลาดหมากฝรั่งไร้น้ำตาล ที่มีมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท ปีนี้ บริษัทจึงได้ตัดสินใจเปิดตัวแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดเมืองไทย ภายใต้ตราสินค้า ไทรเด้นท์ สแปลช หลังพบว่ามีโอกาสในการทำตลาดสูง เพราะไทรเด้นท์ สแปลช ประสบความสำเร็จในทุกประเทศทั่วโลกที่ออกวางจำหน่าย อาทิ ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เป็นต้น ทั้งนี้ เพราะเป็นนวัตกรรมหมากฝรั่งรูปแบบใหม่สอดไส้ไร้น้ำตาล สองรสชาติใน เม็ดเดียว ฉ่ำอารมณ์สดชื่น ทุกครั้งที่เคี้ยว
ไทรเด้นท์ สแปลช ไม่ใช่แค่เพิ่มยอดขายให้กับกลุ่มไทรเด้นท์เท่านั้น แต่ยังผลักดันให้ตลาดหมากฝรั่งโดยรวมเติบโตขึ้นอีกด้วย บริษัทเชื่อมั่นว่า ไทรเด้นท์ สแปลช จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แคดเบอรี อาดัมส์ สามารถก้าวขึ้นครองส่วนแบ่งในตลาดหมากฝรั่ง ได้ถึง 70% ในปี 2554 จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 62% แม้ว่าภาพรวมของตลาดหมากฝรั่งจะมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดรุนแรง และสภาวะเศรษฐกิจมีการชะลอตัว ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงไปบ้างก็ตามที ช่วงแรกบริษัทนำไทรเด้นท์ สแปลช เข้ามาทำตลาด 2 รสชาติ ได้แก่ รสสตรอเบอร์รี่ไลม์ กับรสไฮเปอร์มินต์ และมีสองรูปแบบบรรจุภัณฑ์ คือแบบแผง บรรจุ 9 เม็ด แบบกระปุก บรรจุ 30 เม็ด พร้อมกันนี้บริษัทฯ ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 180 ล้านบาท ในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมส่งเสริมการขายหลากหลายรูปแบบ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับ แบรนด์ไทรเด้นท์ สแปลช ในกลุ่มเป้าหมาย และกระตุ้นยอดขายผลิตภัณฑ์
ปัจจุบันตลาดหมากฝรั่งมีมูลค่ารวมกว่า 2,600 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น 50% กลุ่มเน้นรสชาติ และให้ความเพลิดเพลิน 25% กลุ่มไร้น้ำตาล ไม่ทำให้ฟันผุ 25% โดยหมากฝรั่งในกลุ่มไร้น้ำตาล เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด ซึ่งมีไทรเด้นท์เป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 33% และคาดว่าหลังจาก ไทรเด้นท์ สแปลช ออกวางจำหน่ายจะทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของไทรเด้นท์เพิ่มสูงขึ้น 55% ของตลาดหมากฝรั่งไร้น้ำตาล
Go To Lead
|
|
'มาลี' ปฏิวัติเครื่องดื่มน้ำผลไม้ กระตุ้นยอดขายน้ำส้ม
นางสาวสุวรรณา โชคดีอนันต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มาลีสามพราน จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิต และจำหน่ายน้ำผลไม้แบรนด์มาลีเปิดเผยว่ามาลี ได้เปิดตัว น้ำส้มมาลีใหม่ ภายใต้แคมเปญ น้ำส้มมาลี 3 รสชาติใหม่ อร่อยเหลือเชื่อ คือ น้ำส้มแมนดาริน น้ำส้มเขียวหวาน และน้ำส้มเนเวล ซึ่งมีให้เลือก 2 ขนาด คือ 1000 ml และ 200 ml โดยน้ำส้มใหม่ทั้ง 3 รสชาติ มีจุดขายโดดเด่นในเรื่องรสชาติ ที่มีความสด อร่อย เหลือเชื่อ เหมือนคั้นจากผลส้มสดแท้ๆ เพราะเต็มด้วยเนื้อส้ม อร่อยเหมือนคั้นใหม่และให้ความรู้สึกสดใหม่เสมอ อุดมด้วยวิตามินซีสูง โดยกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้หญิงรุ่นใหม่ สาวทำงาน แม่บ้านทันสมัย และกลุ่มคนรักสุขภาพอายุระหว่าง 25-40 ปี รวมถึงประชาชนทั่วไปทั่วประเทศ
สำหรับแผนการตลาดของแคมเปญ น้ำส้มมาลี 3 รสชาติใหม่ อร่อยเหลือเชื่อ จะเน้นที่การสร้างการรับรู้สู่กลุ่มเป้าหมาย และผู้บริโภค อย่างกว้างขวาง เพื่อสร้างยอดขายของ น้ำส้มมาลี 3 รสชาติใหม่ ด้วยกลยุทธ์การตลาดด้วยการจัดโรดโชว์แนะนำ น้ำส้มมาลีรสชาติใหม่ อร่อย เหลือเชื่อ แก่ผู้บริโภคทั่วประเทศ ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ทั้งออฟฟิศ สำนักงาน ในย่านธุรกิจชั้นนำ พร้อมออกแคมเปญ Surprise โปรโมชั่น ลุ้นโชค 4 แบบ นอกจากนี้ ได้ออกภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่เพื่อสนับสนุนแคมเปญ ช้อปเซอร์ไพรส์ บุฟเฟ่ห์ทอง 1 ล้านบาท กับมาลี อีกด้วย โดยใช้วางงบการตลาดและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของ แคมเปญ น้ำส้มมาลี รสชาติใหม่ อร่อยเหลือเชื่อไว้ประมาณกว่า 50 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากกลยุทธ์การตลาดของแคมเปญ น้ำส้มมาลี รสชาติใหม่ อร่อยเหลือเชื่อ ที่สร้างการรับรู้แก่กลุ่มเป้าหมายภายในเวลาอันรวดเร็ว การจัดรายการโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่น่าสนใจ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครอบคลุม ทำให้เชื่อมั่นว่าจะสามารถกระตุ้นให้น้ำส้มมาลีใหม่ ทั้ง 3 รสชาติมียอดขายเติบโตขึ้นประมาณ 30% จากปัจจุบันตลาดรวมของน้ำผลไม้ 100% ยูเอชที มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี ทั้งนี้ตลาดน้ำส้มในเมืองไทยยังมีอัตราการขยายตัวได้อีกทุกๆ ปี เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการดูแลใส่ใจสุขภาพทั้งของตนเอง และคนรอบข้าง กระตุ้นให้ตลาดรวมมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Go To Lead
|
|
'อาร์เอสดิจิตอล' เน้นการทำตลาดเซกเมนต์เตชั่น
นายพอล มนัสถาวร ผู้อำนวยการสายงานอาร์เอสดิจิตอล บริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า อาร์เอสได้ให้บริการดาวน์โหลดคอนเทนต์ผ่านช่องทางเว็บไซต์โมบี้คลับดอทเน็ต ซึ่งเป็นเว็บไซต์หลักที่รวบรวมโมบายคอนเทนต์ต่างๆของศิลปินอาร์เอส ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากการที่คนเข้ามาดาวน์โหลดคอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้นทุกปี และปีนี้คาดว่าตลาดเว็บไซต์จะโตขึ้นอีก 20% ทั้งนี้เพื่อเป็นการรับกระแสการดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์ที่จะมาแรงในปีนี้ บริษัทจึงได้เปิดตัว Artist WAP Portal ขึ้นเป็นรายแรก โดยนำร่องด้วยศิลปินหญิงคุณภาพ ปาน-ธนพร มุ่งเน้นการทำการตลาดแบบเซกเมนต์เตชั่นเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงคอนเทนต์ได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยคอนเทนต์ที่นำมาให้บริการ ได้แก่ ทรูโทน (TrueTone) , ฟูลซอง ดาวน์โหลด (Full Song Download) และ ฟูลวีดีโอ ดาวน์โหลด (Full VDO Download) , เสียงรอสาย , มิวสิคทูเก็ตเตอร์ (M2G) และ คาราโอเกะ(Karaoke) เป็นต้น ซึ่งลูกค้าสามารถดาวน์โหลดได้ผ่านทาง wap.mobiclub.net/parn
เราต้องการให้ลูกค้าเข้าถึงคอนเทนต์ของอาร์เอสได้ง่ายที่สุด เราจึงเปิดตัว Artist WAP Portal ขึ้นเป็นรายแรก โดยเลือกศิลปิน ปาน-ธนพร เป็นศิลปินเบอร์แรกในการทำตลาดในครั้งนี้ เนื่องจากแต่ละอัลบั้มที่ผ่านมาของปานเป็นงานเพลงที่มีคุณภาพทั้งสิ้น โดยเฉพาะคอนเทนต์เก่าๆของปานเป็นคอนเทนต์ที่ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการ ทางบริษัทจึงเล็งเห็นว่าน่าจะเป็นการดีที่จะมีช่องทางหนึ่งเพื่อไว้สำหรับให้ลูกค้าได้สามารถหาคอนเทนต์เก่าๆของศิลปินคนนั้นได้ โดยประหยัดเวลาในการหาค้นหา และที่สำคัญยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะให้แฟนคลับสามารถติดตามผลงานของปานผ่านทางwap.mobiclub.net/parn ได้เป็นอย่างดี โดยในอนาคตทางบริษัทมีแผนที่จะนำคอนเทนต์ของศิลปินคนอื่นๆมาจัดทำเป็น Artist Wap portal อีกเช่นกัน นายพอลกล่าว
Go To Lead
|
| E-MARKET CLICK |
KFC Roasted Burger "
บริษัท ยัมเรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำเมนูใหม่ล่าสุดของ KFC KFC Roasted Burger " มีจุดเด่นที่เนื้อไก่คุณภาพดีเต็มชิ้น ผ่านกระบวนการอบไอน้ำไล่ไขมัน จนออกมาเป็นเบอร์เกอร์คุณภาพเยี่ยม ให้ความอร่อยแบบเต็มคำ ที่ขอเน้นย้ำว่าใช้เนื้อไก่เต็มๆ ชิ้น พร้อมกันนี้ เคเอฟซียังเอาใจลูกค้าที่รักสุขภาพด้วยการนำเสนอ 5 Magic Salad สลัด 5 สีสไตล์ญี่ปุ่น เสิร์ฟพร้อมกับน้ำสลัดซีอิ้วงาญี่ปุ่นที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ โดยเมนูสลัดนี้ทางเคเอฟซีจะออกใหม่อย่างต่อเนื่องทุกๆ 3 เดือนภายใต้แนวคิดเพื่อสุขภาพ 5 Colors A Day ซึ่งหมายถึง การรับประทานผักให้ได้ 5 สี เพื่อประโยชน์สูงสุด
|
โมโนริ ข้าวกรอบปลาผสมสาหร่าย
ฟิชโช ขอแนะนำเมนูใหม่ โมโนริ ข้าวกรอบปลาผสมสาหร่าย เป็นขนมขบเคี้ยวสายพันธุ์ใหม่ สำหรับวัยมันส์ มีให้เลือกลิ้มลอง 2 รสชาติ คือ รสออริจินอลเจแปนนิส และรสเจแปนนิส บาร์บีคิว ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเนื้อปลาซูริมิ ข้าวหอมมะลิ และสาหร่าย ตอบรับกับกระแสคนรักสุขภาพ โดยนำเอาเนื้อปลามาเป็นส่วนผสมหลักที่มีประโยชน์ และมีข้าวหอมมะลิของไทยเป็นส่วนประกอบขึ้นรูปและทอดกรอบ เป็นเนื้อขนมที่มีความหอมและเนื้อกรุบกรอบ โรยด้วยสาหร่ายและเครื่องเทศปรุงรส เคี้ยวเพลิน จนวางไม่ลง มีวางจำหน่ายแล้วตามซูเปอร์มาร์เกตชั้นนำทั่วไป
|
[ ENGLISH ]
|
|
 |
 |