Travel
Hot News: MACAO 'ชู' Creative City of Grastonomy
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
MACAO 'ชู' Creative City of Grastonomy
การท่องเที่ยว MACAO ดึง'โป๊ป' ธนวรรธน์ 'ชวน'แฟนคลับและนักชิมไปเที่ยว 'ชู' Creative City of Grastonomy 'ขาย'วัฒนธรรมท้องถิ่น มิกซ์โปรตุเกสและจีน
นางมาเรีย เฮเลน่า เดอ เซนน่า เฟอนานเดส ผู้ว่าการสำนักงานการท่องเที่ยวมาเก๊า เปิดเผยว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ให้ความสนใจมาเยือนมาเก๊าทุกปี โดยเฉพาะปีที่ผ่านมา มาเก๊า มีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 32,610,753 คน หนึ่ง นักท่องเที่ยวชาวไทยติดอยู่ในอันดับที่ 8 จำนวนตัวเลข 198,222 คน มาเก๊า จะพยายามพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้ได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด
นางสาวอุรชา จักรธรานนท์ ผู้จัดการทั่วไป การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย กล่าวว่า นักท่องเที่ยวชาวไทย และบรรดา“ฟู้ดเลิฟเว่อร์” ต่างให้ความสนใจมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะปีนี้ องค์การยูเนสโก ได้แต่งตั้ง เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ยกระดับให้เป็นเมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรมด้านอาหาร “Creative City of Gastronomy”
"เนื่องมาจาก มาเก๊า มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมจีน โปรตุเกส ทำให้มีความผสมผสานกันอย่างกลมกลืน จนถ่ายทอดมาสู่ อาหาร และเป็นที่โด่งดังขยายวงกว้างไปทั่วทุกมุมโลกนั่นเอง นอกจากนี้ ทางมาเก๊า ไม่หยุดที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นระบบขนส่งสาธารณะ การเปิดตัวโรงแรมใหม่ๆ ตลอดจนการเปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวใหม่หลายแห่ง รวมทั้งในเรื่องที่พักอาศัย และสถานบันเทิง ซึ่งยังไม่มีประเทศใดในภูมิภาคเอเชียลงทุนสูงขนาดนี้มาก่อน เพื่อเตรียมรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่สนใจมาเยือนมาเก๊า ที่มีอัตราการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นทุกปี" นางสาวอุรชา กล่าว
นอกจากนี้การท่องเที่ยวมาเก๊า ได้รังสรรค์ Macao Caf? อาหารสไตล์แมงกานีส (Macanese) สุดพิเศษ สูตรต้นตำหรับจากมาเก๊า คัดสรรเฉพาะเมนูอาหารซิกเนเจอร์ อาทิ ทาร์ตไข่สูตรมาเก๊า ( Macao egg tart), มาเก๊าพอร์คบัน (Macao pork bun) & ขนมเซอร์-ราดูล่า (Serradura) อันเกิดจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมอาหารโปรตุเกสและจีน
โดยเฉพาะที่มาเก๊าเอง เกิดการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดวัฒนธรรมด้านต่างๆ มากมาย รวมถึงเรื่องอาหาร จนเกิดกลายเป็นอาหารสไตล์แมงกานีส หรือ อาหารมาเก๊าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างทุกวันนี้

Go To Lead


ทีเส็บ 'เน้น'มาตรฐานสถานที่จัดงานไมซ์ 114 แห่ง
นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ทีเส็บมีนโยบายหลักที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้เติบโตทัดเทียมกับการแข่งขันของนานาประเทศ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ตั้งเป้าหมายให้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้างรายได้หลักของประเทศ โครงการมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย หรือ Thailand MICE Venue Standard (TMVS) เป็นหนึ่งในโครงการเพื่อที่ที่ พัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการด้านสถานที่จัดงานไมซ์ให้ได้มาตรฐานสากล เนื่องจากการมีมาตรฐานจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือ และยืนยันความเป็นมืออาชีพของสถานที่จัดงานในประเทศไทย เพื่อให้สามารถดึงงานและผู้จัดงานทั้งในและต่างประเทศเข้ามาจัดงานได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งในการประเมินมาตรฐาน TMVS นั้น ทีเส็บ ให้ความสำคัญทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพของสถานที่และบริการ รวมถึงการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจากการสำรวจความพึงพอใจของผู้ประกอบการสถานที่จัดงานไมซ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน TMVS ที่ผ่านมาพบว่า การได้รับตราสัญลักษณ์ทำให้ลูกค้ากลุ่มเดิมมั่นใจในการบริการมากขึ้น เพิ่มลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าจากต่างประเทศ โดยตัวชี้วัดของมาตรฐาน TMVS สามารถนำมาเป็นตัวกำหนดการตรวจสอบเพื่อรักษามาตรฐานให้คงที่และมีคุณภาพได้อย่างสม่ำเสมอ ปี พ.ศ. 2561 มีผู้ประกอบการสถานที่จัดงานไมซ์ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานสถานที่จัดงาน ประเภทห้องประชุม เพิ่มขึ้นจำนวนทั้งสิ้น 107 แห่ง 332 ห้อง แบ่งเป็น กลุ่มศูนย์ประชุม (Convention Center) จำนวน 46 ห้อง กลุ่มโรงแรมและ รีสอร์ท (Hotels/Resorts) จำนวน 265 ห้อง กลุ่มสถานที่ราชการและเอกชน (Public and Private Venue) จำนวน 21 ห้อง ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพมหานคร เมืองไมซ์ซิตี้ และเมืองรอง เพื่อรักษาคุณภาพและการให้บริการ อาทิ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ / บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด / ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค / โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอนด์ บางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ / โรงแรมจอมเทียน ปาล์มบีช โฮเต็ลแอนด์รีสอร์ท (ชลบุรี) / โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ (ขอนแก่น) และโรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (ภูเก็ต) เป็นต้น ซึ่งเป็นการรับรองมาตรฐานจำนวน 3 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2561 - 2563 หลังจากนั้นผู้ผ่านการรับรองจะต้องมาขอรับการประเมินใหม่อีกครั้ง ส่วน ประเภทสถานที่จัดงานแสดงสินค้า ที่ผ่านการประเมินประจำปี พ.ศ. 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 7 แห่ง 17 ห้อง แบ่งเป็น ประเภทที่ 1 พื้นที่ขั้นต่ำขนาด 5,000 ตร.ม. จำนวน 6 แห่ง และประเภทที่ 2 พื้นที่ขั้นต่ำขนาด 1,000 ตร.ม. จำนวน 1 แห่ง ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพมหานคร เมืองไมซ์ซิตี้ ได้แก่ 1.ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 2.พัทยา เอ็กซิบิชั่น 3.รอยัล พารากอน ฮอลล์ 4.โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ 5.ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค 6.ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี และ 7. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
สำหรับแผนดำเนินงานในปีนี้ จะแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนแรก การขยายความเป็นมาตรฐานสากลของสถานที่จัดงานไมซ์ไทย ด้วยการสานต่อ โครงการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย ประเภทห้องประชุม (Meeting room) และประเภทสถานที่จัดงานแสดงสินค้า (Exhibition Venue) ในเมืองไมซ์ซิตี้ทั้ง 5 แห่ง เริ่มจาก กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่น และเมืองรอง โดยร่วมมือกับ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (ISO) เพื่อยกระดับมาตรฐานสถานที่จัดงานในประเทศไทยให้ได้รับมาตรฐานตามเกณฑ์มาตรฐานรองรับการจัดงานในระดับสากล และสามารถผ่านการประเมินให้ได้รับตราสัญลักษณ์รับรอง ส่วนที่สอง การเพิ่มประเภทการตรวจประเมินมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย ประเภทสถานที่จัดกิจกรรมพิเศษ หรือ Special Event Venue) สถานที่จัดกิจกรรมพิเศษ คือ สถานที่จัดงานที่เกิดจากวาระโอกาสพิเศษ ไม่ว่าจะเพื่อความบันเทิง ความเกี่ยวข้องด้านวัฒนธรรมหรือความเชื่อ เหตุผลเฉพาะบุคคลหรือองค์กร ซึ่งจัดขึ้นนอกเหนือจากกิจกรรมปกติในชีวิตประจำวัน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ เฉลิมฉลอง สร้างความบันเทิงหรือสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนต่างๆ ซึ่งการจัดกิจกรรมพิเศษเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่หลายภาคส่วนในพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ ผู้จัดงาน (Organizer) ธุรกิจที่มาร่วมงาน เจ้าของสถานที่จัดงาน บริการขนส่งสาธารณะ บริการสาธารณูปโภค และอีกมากมายที่ได้รับประโยชน์ โดยการประเมินมาตรฐานสถานที่จัดงาน ประเภทสถานที่จัดกิจกรรมพิเศษ จัดทำขึ้นเพื่อให้ความสำคัญกับสถานที่ที่สามารถรองรับการจัดกิจกรรมที่มีความหลากหลายของกลุ่มองค์กรทั้งในและต่างประเทศได้ เช่น สวนสาธารณะ สวนรุกชาติ ชายหาด อุทยานแห่งชาติ สนามกีฬา โบราณสถาน ศูนย์วัฒนธรรม เป็นต้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีศักยภาพเกิดการลงทุนก่อสร้าง หรือปรับปรุงสถานที่จัดกิจกรรมพิเศษเพิ่มขึ้น และยังเป็นการขับเคลื่อนยกระดับให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยเติบโตอย่างรวดเร็วและมั่นคงต่อไป สถานที่จัดกิจกรรมพิเศษที่จะขอรับการตรวจประเมินนั้น จะต้องมีเจ้าของ หรือผู้รับผิดชอบบริหารจัดการโดยถูกต้องตามกฎหมาย มีจุดรวมผู้ร่วมงาน (Holding Area) ที่ใช้ในกิจกรรมหลัก การแสดง จัดเลี้ยง หรือประกอบพิธีการที่สำคัญของงาน ที่มีขนาดที่ดินผืนเดียวกันต้องไม่น้อยกว่า 300 ตารางเมตร มีพื้นที่สนับสนุน (Supporting Area) ที่เจ้าของสถานที่จัดกิจกรรมพิเศษ จัดไว้เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมพิเศษ กำหนดเป็นสัดส่วน 3:1 ไม่รวมพื้นที่จอดยานพาหนะ ไม่เป็นสถานที่ในเขตที่ถูกทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่หรือบริเวณอันตราย ส่วนเกณฑ์การตรวจประเมินจะพิจารณาจากตัวชี้วัด 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านกายภาพ (Physical Component – P) ทั้งในส่วนของพื้นที่จุดรวมผู้ร่วมงาน พื้นที่สนับสนุน และสิ่งสนับสนุนต่างๆ 2) ด้านความปลอดภัย (Safety and Security Component - SF) มีการเฝ้าระวัง การป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้น ทั้งภัยจากการปฏิบัติงาน ภัยจากบุคคล ภัยก่อการร้าย และภัยธรรมชาติ 3) ด้านการสนับสนุน (Supporting Component – SP) มีการสนับสนุนและการให้บริการ ทั้งในด้านสถานที่ อุปกรณ์ ข้อมูล และบุคลากร และ 4) ด้านการจัดการอย่างยั่งยืน (Sustainability Component – ST) มีความรับผิดชอบต่อสังคมการกระจายรายได้ และการรักษาสิ่งแวดล้อม

Go To Lead


ไทย เอวิเอชั่น ทุ่ม 200 ล้าน'ดัน'ร้อยเอ็ด HUB อินโดไชน่า
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เอวิเอชั่น จำกัด เปิดเผยว่า เราอยู่ในธุรกิจการบินและคลุกคลีกับแวดวงการบินมากว่า 4 เจนเนเรชั่นตั้งแต่ พลอากาศเอกบุญชู จันทรุเบกษา อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ (2503 – 2517) เรารู้ดีว่า การจะเป็นนักบินที่ดีได้ ต้องอาศัยความรู้ ทักษะการฝึกฝน และคำแนะนำจากครูการบินที่มีความชำนาญ พร้อมกับสนามบินที่เหมาะแก่การฝึกบิน และสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตแบบนักบินอย่างสมบูรณ์ เราจึงเล็งเห็นถึงโอกาสของการผลิตนักบินพลเรือนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพในระดับสากลภายใต้มาตรฐานข้อกำหนดของ ICAO บริษัทจึงได้ทุ่มงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท เพื่อสร้างสถาบันฝึกอบรมด้านการบิน “ไทย เอวิเอชั่น อะคาเดมี่ - สควอดรอน 101” ในจังหวัดร้อยเอ็ด เนื่องจากมีสภาพภูมิศาสตร์เป็นที่ราบมีความปลอดภัยสูงสุดเหมาะแก่การฝึกศิษย์การบิน อีกทั้งสถาบันฯ ยังใช้สนามบินร้อยเอ็ด เป็นสถานที่ฝึกสอนภาคอากาศ ซึ่งมีอุปกรณ์และเครื่องช่วยในการเดินอากาศครบทุกด้านอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือนมีนาคม 2562”
นายชนภัทท์ จันทรุเบกษา รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า “ไทย เอวิเอชั่น อะคาเดมี่ - สควอดรอน 101” เป็นมิติใหม่ของการฝึกอบรมด้านการบินในประเทศไทยที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่มีความฝันอยากเป็นนักบินโดยเฉพาะ เราใส่ใจทุกรายละเอียดในการผลิตนักบินที่มีคุณภาพ นอกจากความแข็งแกร่งในด้านของครูการบินที่มีประสบการณ์ เครื่องบินที่เหมาะสมกับการฝึกบินและทันสมัย พร้อมทั้ง สถาบันฝึกสอนการบินแห่งนี้ประกอบไปด้วย อาคารเรียน หอพัก ห้องแผนการบิน ออดิทอเรี่ยม และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เสมือนเป็นโรงเรียนประจำที่สอนด้านการบิน เพื่อให้ศิษย์การบิน ได้รับการฝึกฝนอบรมระเบียบวินัย ความรับผิดชอบต่อตนเองและหน้าที่”เพราะเราคำนึงถึงคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยและ ความเป็นอยู่ของนักเรียนที่เข้าฝึกอบรมอีกด้วย ซึ่ง ไทย เอวิเอชั่น อะคาเดมี่แห่งนี้ จะเป็นสถาบันฯ ที่สมบูรณ์ เพียบพร้อม สำหรับการฝึกอบรมนักบินพาณิชย์

Go To Lead


FOOD CLICK
'ทาร์ตไข่' สูตรมาเก๊า

By Nuckchim

มาเก๊า เมืองเล็กๆ แต่มีสเน่ห์ ทั้งวัฒนธรรม อาหารการกิน โดยเฉพาะอาหารพื้นเมือง...
นักชิมได้ลิ้มลองรสชาติอาหารท้องถิ่นของมาเก๊ามาหลายอย่าง สัปดาห์นี้ขอแนะนำเมนูเด็ดขนมทาร์ตไข่สูตรมาเก๊า ( Macao egg tart), มาเก๊าพอร์คบัน (Macao pork bun) & ขนมเซอร์-ราดูล่า (Serradura) เมนูที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมอาหารโปรตุเกสและจีน ที่มีให้ได้ลิ้มรสชาติกันมาตั้งแต่ยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา สืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้
นอกจากนี้ยังมีอาหารเมนูพิเศษสไตล์แมงกานีส (Macanese) ต้นตำรับจากมาเก๊า และอาหารซิกเนเจอร์ ที่สุดอร่อย...
หากใครอยากไปสัมผัสรสชาติออริจินัล ต้องบินไปเที่ยมาเก๊า ช่วงนี้ รับรองจะได้ซึมซับอาหารและบรรยากาศสไตล์ โปรตุเกสและจีนร่วมสมัย...
Go To Top

[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com