Travel
Hot News: MICE ไทยผงาด NO.4 ในเอเชีย
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
MICE ไทยผงาด
NO.4 ในเอเชีย
MICE ไทยทะยานสู่อันดับ 4 เอเชียด้านการประชุมนานาชาติด้วยจำนวน 193 งานประชุมเผยไตรมาสที่ 2 ยังเติบโต ทั้งปริมาณและรายได้ นักเดินทางไมซ์รวมกว่า 8 ล้านคน ทำรายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.27% รายได้กว่า50,000 ล้านบาท
นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ เปิดเผยว่า ล่าสุดจากรายงานของสมาคมการประชุมนานาชาติระดับโลกปี 2561 (International Congress and Convention Association - ICCA) อุตสาหกรรมไมซ์ไทยขึ้นอันดับ 4 ของเอเชียด้านการประชุมนานาชาติด้วยจำนวน 193 งาน รองจาก ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี และเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียนยกระดับขึ้นจากปี2560ซึ่งไทยอยู่ในอันดับ 5 ของเอเชียโดยมีจำนวนงานประชุมนานาชาติ 171งาน
จากรายงานของสมาคมการประชุมนานาชาติระดับโลกปี 2561 ยังพบว่ากรุงเทพเป็นอันดับ 2(135งาน) เชียงใหม่เป็นอันดับ 25 (25 งาน) และพัทยาเป็นอันดับ 60(11 งาน) ในด้านการประชุมนานาชาติระดับเมือง ด้านผลการดำเนินงานส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ไทยไตรมาสที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 (มกราคม-มีนาคม 2562) นั้น ประเทศไทยยังคงอัตราการเติบโตของธุรกิจไมซ์อย่างต่อเนื่องทั้งด้านปริมาณและรายได้โดยมีจำนวนนักเดินทางไมซ์ทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 8,106,120 คน เพิ่มขึ้น 2.89%สร้างรายได้รวม 54,772 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.27%เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2561
ตลาดไมซ์ต่างประเทศ มีจำนวนรวม 353,256 คน สร้างรายได้ 26,703 ล้านบาท โดยตลาดการประชุมสัมมนาองค์กร (Meetings)มีจำนวนนักเดินทางไมซ์เข้ามามากที่สุดในส่วนของตลาดไมซ์ในประเทศ มีผู้เดินทางทั้งสิ้น 7,752,864 คน ทำรายได้ 28,069 ล้านบาท และส่วนใหญ่เป็นนักเดินทางกลุ่มงานแสดงสินค้านานาชาติ (Exhibitions)
หากพิจารณารายกลุ่มตลาด สำหรับไมซ์จากต่างประเทศ พบว่า ธุรกิจการจัดประชุมสัมมนาองค์กร มีการเติบโตสูงสุดทั้งจำนวนและรายได้ หรือคิดเป็นจำนวนคนเพิ่มขึ้น 11%มีรายได้เพิ่มขึ้น 7%โดยนักเดินทางไมซ์ที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ดังนี้อันดับ ประเทศ จำนวนนักเดินทางไมซ์1 จีน 122,426 คน2 อินเดีย 40,492 คน3 ญี่ปุ่น 30,038 คน4 ฮ่องกง 26,021 คน5 อินโดนีเซีย 21,202 คน
ตลาดไมซ์ในประเทศ ธุรกิจการให้รางวัลพนักงานเดินทางท่องเที่ยว หรือ Incentives เติบโตสูงสุดทั้งจำนวนคนและรายได้ หรือคิดเป็นการเติบโตด้านจำนวนคน 18% และรายได้ 180% โดยเมืองไมซ์5อันดับแรกที่มีนักเดินทางไมซ์เข้ามามากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพ เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต และพัทยา ตามลำดับ
“จากภาพรวมของตลาดไมซ์ไทยในไตรมาสที่ 2 นี้ ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงดำรงสถานะจุดหมายปลายทางไมซ์ที่สำคัญและได้รับความไว้วางในการจัดงานอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความผันผวนและสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรง ทั้งนี้เป็นผลสำเร็จจากความร่วมมือร่วมใจกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนที่ช่วยกันผลักดันให้อุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศเติบโตและเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง ทั้งนี้ จากผลการวิจัยของบริษัท ฟรอส์ท แอนด์ ซัลลิวัน (ไทยแลนด์) จำกัด พบว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจของธุรกิจไมซ์ในปีงบประมาณ 2561 มีค่าใช้จ่ายที่เกิดจากอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งหมดคิดเป็นมูลค่ารวม 251,400 ล้านบาท สร้างมูลค่าต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ 177,200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวต่อไปว่า แนวทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ในครึ่งปีหลัง ทีเส็บยังคงดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้ 3 เป้าหมายยุทธศาสตร์หลัก คือ สร้างรายได้ กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ด้วยนวัตกรรมพร้อมเตรียมเปิดแผนยุทธศาสตร์ในการยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเน้นการทำงานเชิงบูรณาการที่มีเป้าหมายร่วมกันกับผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมไมซ์
ภายใต้ยุทธศาสตร์การสร้างรายได้และพัฒนาเศรษฐกิจ ทีเส็บเน้นการเจาะตลาด ASEAN+6 และ CLMVในขณะเดียวกันยังคงรักษาตลาดยุโรปสำหรับการเดินทางระยะไกลผ่านกิจกรรมส่งเสริมตลาดอันหลากหลาย ได้แก่ งาน TIME (Thailand Incentive and Meeting Exchange 2019) 11-15 มิ.ย. แพคเกจการตลาด ASEAN MAXIMICE จับมือการบินไทย (ตลาด MI) แพคเกจการตลาด ASEAN Plus 6 Visitor Priviledge Campaign (ตลาด Exhibition) งานเทรดโชว์ IT&CMA &CTW 2019 กรุงเทพ 24-26 ก.ย. แพคเกจการตลาด Fly & Meet Bonus จับมือบางกอกแอร์เวย์ (CLMV- ตลาด MI) CLMV Media Fam Trip (กรุงเทพ-พัทยา) 10-14 มิ.ย. งานโรดโชว์ London Roadshow 2019 อังกฤษ 15-16 พ.ค. งานเทรดโชว์ IMEX Frankfurt 2019 เยอรมนี 21-23 พ.ค.
ทางด้านการกระจายรายได้และความเจริญ จะมุ่งในเรื่องการพัฒนาเครือข่ายและส่งเสริมไมซ์ในภูมิภาคผ่าน5 โครงการเด่นๆ ประกอบด้วย โครงการจัดเก็บข้อมูลโครงการจัดเก็บข้อมูลด้านไมซ์ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้(พื้นที่ดำเนินการ 3 ภูมิภาค รวม 20 จังหวัด) โครงการศึกษาและจัดทำข้อมูลยุทธศาสตร์ของเมืองที่มีศักยภาพ 3 จังหวัด (City Profile)(กาญจนบุรี อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช) โครงการ Thailand 7 MICE Magnificent Themes ต่อยอดเส้นทางเชื่อมโยงไมซ์ซิตี้ 9 จังหวัด (สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เชียงราย อุดรธานี สงขลา นครศรีธรรมราช ระยอง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี) โครงการไมซ์เพื่อชุมชนปีที่ 2 ขยายเพิ่มส่งเสริมสหกรณ์อีก 50 แห่งทั่วประเทศ โครงการพัฒนาหลักสูตรระดับชาติสำหรับบุคลากรไมซ์ในประเทศ (National Course)
ในส่วนการพัฒนาอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม จะมุ่งผลักดันการพัฒนาการจัดงานด้วยนวัตกรรมผ่าน 4 โครงการเด่น คือ 1. โครงการฐานข้อมูลไมซ์เพื่อสร้างนวัตกรรม และเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์(MICE Intelligence & Resource Center)2. โครงการแอพพลิเคชั่นมือถือสำหรับอำนวยความสะดวกผู้เข้าร่วมงานและผู้จัดงาน(BizConnectและ BizConnect Organizer) 3. โครงการแข่งขันประกวดแข่งขันไอเดียนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ (Thailand MICE Innovation Challenge 2019)และ 4. โครงการพัฒนาและยกระดับธุรกิจในกลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยสู่ระดับโลกโดยร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)
นอกจากนี้ยังมีการจัดงานไมซ์ที่โดดเด่นในช่วงครึ่งปีหลัง (เมษายน-กันยายน2562) ซึ่งประมาณการว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานหลักแสนคน อาทิ งานแสดงสินค้านานาชาติ Lanna Expo 2019 จังหวัดเชียงใหม่ คาดว่าจะผู้ร่วมงาน 400,000 คน งานเมกะอีเวนท์ Thailand Toy Expo 2019จำนวน 190,000 คน งานเมกะอีเวนท์ Bangkok Entertainment Fest 2019จำนวน 100,000 คน และ งานแสดงสินค้างานแสดงสินค้าไลฟสไตล์ TCC ขอนแก่น Fairจำนวน 100,000 คน ปีนี้ ทีเส็บกำหนดเป้าหมายว่าประเทศไทยจะมีโอกาสต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ รวมทั้งสิ้น 35,982,000คน สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศโดยรวม 221,500 ล้านบาท แบ่งเป็นนักเดินทางไมซ์ต่างประเทศ 1,320,000คน ทำรายได้ 100,500 ล้านบาท นักเดินทางไมซ์ในประเทศ 34,662,000คน สร้างรายได้ 121,000 ล้านบาท

Go To Lead


สนามบินเบตง เปิดบริการมิ.ย.63
นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่า ทางวิ่งทางขับแล้วเสร็จ เดือน ก.ย. 62รอก่อสร้างหอบังคับการบิน เครื่องช่วยการเดินอากาศ อุปกรณ์ของอุตุวัดสภาพอากาศทุกหน่วยยื่นขอรับการรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือน พร้อมเปิดใช้บริการ เดือนมิ.ย.63 ขณะที่ความคืบหน้าภาพรวมโครงการอยู่ที่85%สำหรับความคืบหน้างานก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารและอาคารประกอบท่าอากาศยานเบตงมีสถานะโครงการอยู่ระหว่างการดำเนินงานสถาปัตยกรรมและงานระบบต่างๆ ผลการดำเนินการ ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 มีแผนงานสะสม 100 % ผลงานสะสม 85.070 % งบประมาณ 338,388,888 บาท ส่วนของความคืบหน้างานก่อสร้างทางวิ่ง ทางขับ ลานจอดเครื่องบินและอื่นๆ สถานะโครงการอยู่ระหว่างการดำเนินงานโครงสร้างขั้นพื้นทางขับบริเวณทางขับ ถนนภายในโครงการ งานชั้นรองพื้นทางบริเวณลานจอดรถยนต์ และงานปรับภูมิทัศน์ ผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 แผนงานสะสม 98.809 % ผลงานสะสม 86.512 % ล่าช้ากว่าแผนงาน 12.297 % งบประมาณ 1,316,732,400 บาท ทั้งนี้ได้กำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการโครงการให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่กำหนดไว้ และมอบหมายให้กรมท่าอากาศยานเตรียมแผนการรองรับโครงการในอนาคต ทั้งในเรื่องการขยายลานจอด ต่อเติมอาคาร การติดตั้งสะพานเทียบเตรื่องบินฯลฯ
สำหรับโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง จ.ยะลา แห่งนี้ ได้มีมติจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2558 เห็นชอบในหลักการให้ก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง จ.ยะลา ในกรอบวงเงิน 1,900.ล้านบาท ระยะเวลาในการก่อสร้าง 3 ปี ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยาน ได้เร่งดำเนินการตามแผนดำเนินโครงการ โดยในปีงบประมาณ 2552 – 2555 ได้ดำเนินการจัดซื้อที่ดิน จำนวน 920 ไร่ ปีงบประมาณ 2559 ได้ว่าจ้างบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) ก่อสร้างทางวิ่ง ทางขับ ลานจอดเครื่องบิน ระบบไฟฟ้าสนามบิน ถนนภายในและองค์ประกอบอื่นๆ ที่ท่าอากาศยาน เบตง จ.ยะลา ค่างานตามสัญญาเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,316,732,396.16 บาท โดยเริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2559 ระยะเวลาก่อสร้าง จำนวน990 วัน โดยปีงบประมาณ 2560 ได้ก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสาร และอาคารประกอบ ท่าอากาศยานเบตง จ.ยะลา ในวงเงินงบประมาณ 350,000,000.บาท โดยได้ว่าจ้าง บริษัท ลิงค์ อินโนว่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด โดยคาดว่าโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง จ.ยะลา จะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2562 สำหรับท่าอากาศยานเบตง ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ ต.ระยม อ.เบตง จ.ยะลา ห่างจากตัวเมืองเบตง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 10 กิโลเมตร มีอาคารที่พักผู้โดยสารขนาด 7,000 ตารางเมตร ที่สามารถ รองรับผู้โดยสารได้ 300 คนต่อชั่วโมง อาคารจอดรถยนต์รองรับได้สูงสุด 140 คัน และทางวิ่ง ขนาด 30x1800 เมตร ลานจอดอากาศยานขนาด 94x180 เมตร สามารถรองรับอากาศยานขนาด ATR72 พร้อมกัน 3 ลำในเวลาเดียวกัน เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายพัฒนาจังหวัด 3 ชายแดนใต้ จึงส่งเสริมให้มีการคมนาคมทางอากาศในพื้นที่เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคงของสามจังหวัดชายแดนใต้และเชื่อมโยงเครือข่ายการบินไปสู่แหล่งท่องเที่ยวหรือเมืองเศรษฐกิจการค้าต่างๆกับประเทศเพื่อนบ้าน

Go To Lead


FOOD CLICK
พิซซ่า-ซุปข้าวโพด ร้อนๆ

By Blogger : นักชิม

หน้าฝนแบบนี้ นักชิมได้แวะไปชิมอาหารอินเตอร์ฯ ที่ห้องอาหาร โรงแรมเดอะ เวสติน แกรนด์ สุขุมวิท
เมนูแนะนำ ก็คือ พิซซ่า กรอบนอกนุ่มใน และซุปข้าวโพดร้อนๆ รสชาติโดนใจ...
สำหรับพิซซ่าที่นี่ มีให้เลือกหลายรสชาติ ทั้งซีฟู้ด ชีสและฮาวายเอี้ยน
เชฟฝีมือระดับอินเตอร์ฯ ปรุงแต่งรสชาติอาหารระดับ 5 ดาวทีเดียว
Go To Top

[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com