Travel
Hot News: 'ท่องเที่ยว' ตั้งเป้า 37 ล้านคนปี 61
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
'ท่องเที่ยว' ตั้งเป้า
37 ล้านคนปี 61
อุตฯท่องเที่ยว 'ชี้'นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทย กว่า 35 ล้านคน ตั้งเป้าเพิ่ม 37 ล้านคน และเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาท
นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า 5 เดือนแรกของปีนี้ ภาพรวมมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้วมากกว่า 16 ล้านคน และมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากกว่า 48 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ให้ประเทศแล้วมากกว่า 1.2 ล้านล้านบาท ด้วยปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของทางภาครัฐ รวมทั้งการพัฒนายกระดับมาตรฐานคุณภาพของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยภาครัฐและภาคเอกชน ประกอบกับสถานการณ์โดยรวมดูดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ทำให้เชื่อว่าปัจจัยบวกที่จะช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะทำให้การท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีหลังสามารถเติบโตได้อีก
ปัจจัยบวกของภาคการท่องเที่ยวที่เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่ง คือแม็กเน็ตทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง อาทิ โปรเจ็คยักษ์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างไอคอนสยาม ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเปิดให้บริการในช่วงปลายปีนี้ จะเป็นจิ๊กซอร์สำคัญอีกตัวหนึ่ง ที่มาช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับการท่องเที่ยวของประเทศไทย และดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างดี
จุดแข็งของการท่องเที่ยวของประเทศไทยคือความหลายหลาย เรามีทั้งความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีให้เลือกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทะเล ภูเขา น้ำตก แม่น้ำ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตความเป็นไทย ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวแบบสมัยใหม่ ที่เกิดใหม่ในรูปแบบต่างๆ มากมาย ตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งที่น่าสนับสนุนให้เกิดขึ้น เพราะคือสิ่งที่ช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน ช่วยเพิ่มความหลากหลายและเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวและยังเป็นการช่วยลดความบอบช้ำของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้อีกแรงหนึ่งด้วย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีความหลากหลายในเรื่องของอาหารการกินซึ่งเป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลก รวมทั้งความหลากหลายในเรื่องของการเดินทางที่วันนี้ถือว่ามีความสะดวกสบายมากขึ้น
โดยกรุงเทพมหานครคว้าแชมป์อันดับหนึ่ง เมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากที่สุดในโลก จากการสำรวจเมืองที่เป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางโลกโดยมาสเตอร์การ์ด เอาชนะมหานคร ชื่อดังของโลกอย่างลอนดอน ปารีส ดูไบ สิงคโปร์ นิวยอร์ก และโตเกียว ได้ถึง 2 ปีซ้อน คือปี 2559 และ 2560 โดยพื้นที่ที่เป็นหัวใจ และถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของกรุงเทพมหานครในเชิงของการท่องเที่ยวที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากคือพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่นักท่องเที่ยว เนื่องจากความสวยงามของทัศนียภาพและความหลากหลาย ที่มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร, มิวเซียมสยาม และอีกมากมาย และมีสถานที่ท่องเที่ยวแบบสมัยใหม่ ที่เกิดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่เปิดมาแล้วก่อนหน้านี้แล้ว เช่น เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์, ท่ามหาราช, ยอดพิมาน ริเวอร์ วอล์ค และโครงการยักษ์ที่จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางชื่อดังระดับโลก ที่กำลังจะเปิดในช่วงปลายปีนี้ อย่างไอคอนสยาม ภาคการท่องเที่ยวกำลังจับตามองการมาของไอคอนสยาม เพราะเชื่อว่าไอคอนสยามจะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่เข้ามาช่วยเติมเต็มการท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น อีกทั้งจะช่วยเติมเต็มภูมิทัศน์ที่สวยงามของริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้สวยงามมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลากลางคืน
"สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ที่ถือเป็นปัจจัยบวกของภาคการท่องเที่ยวประเทศไทยคือ การพัฒนาในเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย และความหลากหลาย ของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตลอดจนเรื่องอาหารการกินซึ่งเป็นสิ่งดึงดูดใจที่สำคัญและเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วน ช่วยกันเพิ่มเติมและเติมเต็มเส่นห์ให้กับการท่องเที่ยวประเทศไทย ทั้งหมดนี้ จึงเป็นปัจจัยบวกที่จะสนับสนุนให้ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืน และทำให้เราค่อนข้างมั่นใจว่าหากสถานการณ์ต่างๆ ยังเป็นไปในทิศทางที่ดีเหมือนในปัจจุบัน เราคาดว่าน่าจะสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2561 ได้เป็นจำนวนรวมถึง 39 ล้านคน จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 37 ล้านคน" นายอิทธิฤทธิ์ กล่าว

Go To Lead


“มหกรรมพาลูกเที่ยวดะ” ปี 2 ตอน โลกนี้คือห้องเรียน
นายปพน วงศ์ประเสริฐสุข ผู้บริหารเพจท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ บริษัท เก็ตอัพ สแตนด์อัพ จำกัด หนึ่งในผู้ก่อตั้งเพจพาลูกเที่ยวดะและผู้จัดงานมหกรรมพาลูกเที่ยวดะ เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปัจจุบันนับเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะไม่เพียงแต่จะเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ ยังสามารถเผยแพร่วัฒนธรรม ประเพณีของไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อีกทั้งยังต่อยอดให้ธุรกิจเติบโตในหลายภาคส่วน และการท่องเที่ยวยังช่วยสนับสนุนและส่งเสริมสถาบันครอบครัว ในการสานสัมพันธ์ครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สร้างโอกาสให้เด็กๆ ใช้เวลาทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ และเปิดประสบการณ์ต่างๆ พร้อมกัน “ มหกรรมพาลูกเที่ยวดะ” ปี 2 (The Family Trip Expo 2018) ตอน โลกนี้คือห้องเรียน ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจัดงานเป็นอย่างดีจากหน่วยงานพันธมิตรหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กรุงเทพมหานคร (กทม.), บมจ. เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต (FWD), บมจ. บัตรกรุงไทย (KTC), บจ.ตรีเพชรอีซูซุเซลส์, ธนาคารออมสิน, องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนิตยสาร HELLO! Education ซึ่งงานในครั้งนี้ นอกจากเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้และสถาบันครอบครัวแล้ว พันธมิตรทุกรายยังต้องการร่วมกันสนับสนุนการท่องเที่ยวที่เป็น “Unseen Thailand” ส่งเสริมให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของครอบครัวยุคใหม่ โดยเฉพาะ การเที่ยวจังหวัดเมืองรองใน 55 จังหวัดทั่วไทย ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
ภายในงานได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมให้เด็กๆได้เรียนรู้วิถีธรรมชาติ พร้อมให้เด็กๆได้ ลองดะ ลงมือทำกิจกรรมเสริมทักษะ การเรียนรู้ร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งแตกต่างไปจากงานท่องเที่ยวอื่นๆ อีกทั้งยังมีสนามเด็กเล่นในร่มให้ปล่อยพลัง เล่นดะ สนุกได้ทั้งวัน ส่วนคุณพ่อคุณแม่ยังได้ ช้อปดะ กับโปรโมชั่นสุดพิเศษจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวจำนวนมาก อาทิ โรงแรม รีสอร์ต สวนน้ำ สวนสนุก สวนสัตว์ และแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน รวมทั้งสินค้าเด็กและครอบครัวมากมาย โดยคาดว่ากิจกรรมทั้งหมดในงานนี้จะสร้างรอยยิ้ม ความสุข ให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน

Go To Lead


FOOD CLICK
'ซุปเห็ด-สปาเก็ตตี้' สุดอร่อย...

By Nuckchim

หน้าฝนแบบนี้ นักชิมได้ไปทานอาหารอร่อย...ที่ห้องอาหาร โรงแรมเซนต์ รีจิส
เมนูไฮไลท์ที่ได้ชิม ก็คือ ซุปเห็ดสุดอร่อย...และสปาเก็ตตี้เนื้อนุ่ม ผัดสไตล์ขี้เมาร้อนๆ
สปาเก็ตตี้ที่นี่ มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งเส้นกลม เกลียว และแบน เป็นต้น เชฟจะปรุงอาหารให้ตามออเดอร์ของลูกค้า สามารถเลือกว่าจะใช้ซอสครีม มะเขือเทศ หรือมิกซ์แบบเผ็ด ตามไลฟสไตล์ของลูกค้าแต่ละคน
นอกจากนี้ยังมีอาหารญี่ปุ่น เสต็กเนื้อ ไก่ ให้เลือกทาน ตบท้ายด้วยผลไม้ ไอศครีมหลากรส
ห้องอาหารนี้เปิดบริการเวลา 12.00 น. เป็นต้น
Go To Top

[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com