Editorial/Article
Hot News: OTOP Thailand Go Inter by Trade Online
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English

EDITORIAL
OTOP Thailand Go Inter by Trade Online
กระแสการค้าโลก Online Trading, E-Commerce มาแรงทั่วโลก รูปแบบการค้ารูปแบบใหม่ จากการเปิดหน้าร้านอย่างเดียว ปัจจุบันต้องขยายเพิ่มเปิดหน้าร้านออนไลน์
สาเหตุมาจากพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ ทั้ง Gen X, Y เปลี่ยนไป มีไลฟสไตล์ที่หันมานิยมช้อปปิ้ง Online มากขึ้น โดยเฉพาะในสังคมต่างประเทศ
ปัจจัยสำคัญ ก็คือ Social Media ทำให้สังคมโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การซื้อขายสินค้าออนไลน์ ในประเทศไทยเอง ก็เกิดกระแสออนไลน์ฟีเว่อร์เช่นกัน
ดังนั้น ในช่วงที่กระแสโลก หันมาใช้ Online Marketing ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้ใช้สื่อ Social Media ติดอันดับ Top 10 ของโลกทีเดียว
ภาครัฐจึงได้จับมือกับเอกชน องค์กรต่างๆ โดยเฉพาะชุมชนทั่วประเทศไทย ดันสินค้า OTOP ไทย ทั้งระดับ 5 ดาว หรือ 4 ดาว ขึ้นขายออนไลน์ หวังสร้างรายได้ให้กลุ่มผู้ผลิตสินค้า OTOP ทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านในชุมชนต่างๆ
สิ่งเหล่านี้จะช่วยการค้าขายอีกช่องทางหนึ่ง ในขณะที่หน้าร้านก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม เสมือนกับขยายสาขาให้คนรู้จักมากขึ้น ช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง
ปัจจุบันผู้ประกอบการไทย OTOP มีจำนวน 61,582 ราย สินค้า 126,462 ผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ปีที่ผ่านมา กว่า 153,510 ล้านบาท เพิ่ม 22 % ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้เพิ่ม 184,000 ล้านบาท ขยายตัว 20 %
สำหรับช่องทางการขายออนไลน์ มูลค่ารวมกว่า 1.16 แสนล้านบาท สินค้า OTOP ที่ขายออนไลน์ ได้แก่ สินค้าพรีเมี่ยม 1,149 ผลิตภัณฑ์ คลาสสิก 1,713 ผลิตภัณฑ์ สแตนดาร์ด 4,151ผลิตภัณฑ์ และริสซิ่ง สตาร์ 5,075 ผลิตภัณฑ์
นอกจากการขายสินค้า OTOP ออนไลน์แล้ว การค้าออนไลน์ยังช่วยโปรโมทสินค้าท้องถิ่น ให้คนทั่วโลกได้รู้จัก และเป็นช่องทางหนึ่งที่ดึงให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก ได้เดินทางไปสัมผัสสินค้าเหล่านั้นในถิ่นกำเนิดต่างๆ สร้างรายได้ให้ชุมชนในเชิงท่องเที่ยวอีกด้วย

editorial@iclicknews.com


บทความวิชาการ
'ผู้สื่อข่าวดิจิทัล' นักรบสายพันธุ์ใหม่
ผู้เขียน:กฤติกา นพรัตน์
โลกแห่งการสื่อสาร และโลกแห่งข้อมูลข่าวสารได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เจ้าของและผู้ผลิตสื่อได้นําเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาผลิตสื่อและนําเสนอในช่องทางใหม่ เพื่อให้ผู้รับสารได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ข้อความ เนื้อหา บทบรรณาธิการ บทความ บทวิจารณ์ และสารคดี เป็นต้น มาร์แชล แมคลูฮัน กล่าวว่า "เทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ จะสร้างกรอบการมองโลกที่แตกต่างกันออกไปจากยุคก่อน"
แดเนียล เบลล์ Bell,1976 เรียกว่าเป็นยุคแห่งสังคมข่าวสาร (Inforamation Society) ความเป็นสังคมข่าวสาร เป็นสังคมที่ประกอบขึ้นจากการจําลอง (Simulation) ลักษณะล้ำความจริง (Hyper Reality) รวมถึงรูปแบบใหม่ของเทคโนโลยีและวัฒนธรรม สื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะเข้ามาแทนที่ "ชุมชน" (Community)
และในยุคดิจิทัล คนทำงานในวงการสื่อมวลชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สื่อข่าวออนไลน์ (Online Reporter)และผู้สื่อข่าวดิจิทัล (Digital Reporter) คือ ผู้ส่งสาร ข้อมูลข่าวสาร ข้อความภาพเคลื่อนไหวและเสียง การถ่ายทอดสด Live ด้วยสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต iPad กล้องดิจิทัล เชื่อมต่อเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ผ่านสัญญาณ wifi หรือ Hot Spot คนรุ่นใหม่เหล่านี้ต้องมีทักษะการรายงานข่าว การเขียนข่าว การถ่ายภาพ ถ่ายคลิป วิดีโอ ถ่ายทอดสดแบบสตรีมมิ่ง หรือ Live โดยการใช้อุปกรณ์การสื่อ สาร สมาร์ทโฟน (SmartPhone) แท็บเล็ต หรือโน๊ตบุ๊ค (Note Book) ผ่านสัญญาอินเทอร์เน็ต นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ภาพ คลิป วิดีโอ ถ่ายทอดสดแบบสตรีมมิ่ง หรือ (LIVE) แข่งขันกันเผยแพร่สู่ประชาชนผู้รับสารทั่วโลก
กฤติกา นพรัตน์ (2560 : 49) วิจัยเรื่อง วิเคราะห์ความพึงพอใจของสื่อมวลชนในการรายงานข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์ สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media )และสื่อดิจิทัล ปี พ.ศ.2560 โดยได้สำรวจสื่อมวลชนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 ตัวอย่าง แบ่งเป็น ผู้สื่อข่าวเพศชาย 200 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 50.00 และกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สื่อข่าวเพศหญิง จำนวน 200 ตัวอย่าง ร้อยละ 50.00 พบว่า ผู้สื่อข่าว อายุระหว่าง 41 ปี ขึ้นไปมากที่สุด จำนวน 124 ตัวอย่าง ร้อยละ 31.00 อันดับที่ 2 ผู้สื่อข่าวอายุระหว่าง 26-30 ปี จำนวน 85 ตัวอย่าง ร้อยละ 21.30 อันดับที่ 3 ผู้สื่อข่าว อายุระหว่าง 31-35 ปี จำนวน 71 ตัวอย่าง ร้อยละ 17.80 กลุ่มตัวอย่างมีการศึกษาระดับปริญญาตรี มากที่สุด จำนวน 352 ตัวอย่าง ร้อยละ 88.00 รองลงมาคือปริญญาโท จำนวน 48 ตัวอย่าง ร้อยละ 12.00
จากผลการวิจัยดังกล่าวพบว่า ผู้สื่อข่าวมีการใช้อุปกรณ์ (SmartPhone) ในการรายงานข่าวมากที่สุด เป็นอันดับ 1 จำนวน 287 ตัวอย่าง ร้อยละ 71.80 อันดับที่ 2 Notebook จำนวน 131 ตัวอย่าง ร้อยละ 32.80 อันดับที่ 3 คอมพิวเตอร์ PC จำนวน 125 ตัวอย่าง ร้อยละ 31.30 ผู้สื่อข่าวมีความถี่ในการรายงานข้อมูลข่าวสารมากที่สุด 2 ครั้งต่อวัน จำนวน 135 ตัวอย่าง ร้อยละ 33.80 อันดับที่ 2 ความถี่ในการรายงานข้อมูลข่าวสาร 1 ครั้งต่อวัน เท่ากันกับ ความถี่ในการรายงานข้อมูลข่าวสาร 3 ครั้งต่อวัน จำนวน 81 ตัวอย่าง ร้อยละ 20.30
ผู้สื่อข่าวมีความถี่ในการนำเสนอ Clip Vedio ในระดับอื่น ๆ มากที่สุด จำนวน 133 คน ร้อยละ 20.80 อันดับที่ 2 ความถี่ในการนำเสนอ Clip Vedio 1 ครั้งต่อวัน จำนวน 83 ตัวอย่าง ร้อยละ 20.80 และอันดับที่ 3 ความถี่ในการนำเสนอ Clip Vedio 2 ครั้งต่อวัน จำนวน 59 ตัวอย่าง ร้อยละ 14.80 ผู้สื่อข่าวมีความถี่ในการถ่ายทอดสด Live ข้อมูลข่าวสารในระดับอื่นๆ มากที่สุด จำนวน 200 ตัวอย่าง ร้อยละ 50.00 อันดับที่ 2 ความถี่ในการถ่ายทอดสด live 1 ครั้งต่อวัน จำนวน 78 ตัวอย่าง ร้อยละ 19.50 และอันดับที่ 3 ความถี่ในการถ่ายทอดสด live 1 ครั้งต่อสัปดาห์ จำนวน 51 ตัวอย่าง ร้อยละ12.80
ผู้สื่อข่าวใช้สื่อ Google+ ในการสืบค้นข้อมูลมากที่สุด จำนวน 200 ตัวอย่าง ร้อยละ 55.00 อันดับที่ 2 สื่อหนังสือพิมพ์ออนไลน์ จำนวน 97 ตัวอย่าง ร้อยละ 24.30 อันดับที่ 3 สื่อ Facebook จำนวน 96 ตัวอย่าง ร้อยละ 24.00
ด้านผู้บริหารสื่อมติชน สดศรี คุปตะพันธ์ บรรณาธิการอาวุโส สื่ออิเล็กทรอนิกส์ มติชนออนไลน์และข่าวสดออนไลน์ ผู้นำสื่อสังคมออนไลน์ในยุคดิจิทัล กล่าวว่า "ทีมงานของบริษัท มีทั้งคนรุ่นเก่าและใหม่ คนรุ่นเก่าจะเก่งเรื่องประเด็นข่าว เนื้อหา เด็กรุ่นใหม่จะเก่งเรื่องการใช้เทคโนโลยีอุปกรณ์ถ่ายทอดสดแบบสตรีมมิ่ง (LIVE) ทีม ข่าวทั้งองค์กรช่วยกันทำงาน ส่งข่าว ภาพ คลิป วิดีโอ และถ่ายทอดสดแบบสตรีมมิ่ง (LIVE) "
ดังนั้น ทีมข่าวสดออนไลน์ จึงทำงานถ่ายทอดสดแบบสตรีมมิ่ง (LIVE) ด้วยทีมงานกว่า 30 คน โดยเฉพาะทีมข่าวบันเทิงจะนำเสนอการถ่ายทอดสดแบบสตรีมมิ่ง (LIVE) มากกว่าทีมข่าวสายอื่น เนื่องจากข่าวบันเทิง มีผู้รับสารสนใจมากกว่าข่าวประเภทอื่น
ส่วนทีมข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ ทีมข่าวจะต้องทำหน้าที่รายงานข่าว ถ่ายคลิป วิดีโอและถ่ายทอดสดแบบสตรีมมิ่ง (LIVE) เหมือนกับทีมข่าวกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ที่ทำหน้าที่ตามบรรณาธิการมอบหมายให้ปฎิบัติงานเท่านั้น อาทิ การแถลงข่าวตัวเลขการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์
สำหรับสื่อไทยรัฐทีวี และช่อง 3 ผู้สื่อข่าวดิจิทัลจะต้องทำหน้าที่รายงานข่าว ถ่ายคลิป วิดีโอ และถ่ายทอดสดแบบสตรีมมิ่ง (LIVE) ในกรณีที่เหตุการณ์นั้นมี ประเด็นข่าวที่น่าสนใจ ส่วนช่างภาพและผู้ช่วยช่างภาพ มีหน้าที่นำเสนอภาพเคลื่อนไหวและเสียงอย่างเดียว
ด้านชนิดา อินทรวิสูตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักลูกกรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตนิตยสารดิจิทัล กล่าวว่า "ทีมงานด้านการผลิตสื่อของบริษัท แบ่งเป็น 1.นักคิด (Thinker) 2.นักพัฒนา (Developer) 3.นักปฎิบัติ (Doer) ปัญหาขณะนี้ ก็คือ ทีมงานเก่าบางคนไม่ถนัดทำงานรูปแบบดิจิทัล เนื่องจากการทำงานรูปแบบใหม่ ทีมงานชุดเดียวกัน ต้องนำเสนอ 2 ช่องทาง ดังนั้น องค์กรสื่อยุคนี้ต้องการคนพันธุ์ใหม่ และคนพันธุ์คอนเทนท์"
ด้านดีไซน์เนื้อหาผ่านช่องทางสื่อดิจิทัล แบ่งเป็น 3 ดีไซน์ 1.คอมพิวเตอร์ 2.แทบเล็ต 3.สมาร์ทโฟน เพื่อสอดรับกับความต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านอุปกรณ์ ใหม่ๆ และพฤติกรรมการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของคนยุคดิจิทัล
ที่สำคัญในยุคปัจจุบัน องค์กรสื่อบางแห่งในประเทศไทยและต่างประเทศได้สร้างสรรค์ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI หุ่นยนต์ ผู้สื่อข่าวดิจิทัล ขึ้นมา ในต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น จีน มีการนำหุ่นยนต์มารายงานข่าวบางรายการแล้ว และในธุรกิจสื่อในประเทศไทย ก็มีการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาร่วมทีมงานสื่อ อย่าง NANY ของ บริษัท รักลูกกรุ๊ปฯ
สรุปผลการสำรวจออนไลน์ ทั้งหมด 6 ประเทศ พบว่า เทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงสุด อันดับหนึ่ง คือ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI อันดับสอง อิน เทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IOT) อันดับสาม คือ เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (Virtual reality) ในต่างประเทศได้มีการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งพัฒนาเป็นผู้สื่อข่าว โดยเมื่อสองปีที่ผ่านมา สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เปิดตัว หุ่นนักข่าวในฝัน เขียนข่าวเศรษฐกิจได้เหมือนผู้สื่อข่าวจริง ปีนี้กูเกิลได้ทุ่มงบประมาณให้สำนักข่าวอังกฤษ เพรส แอสโซซิเอชั่น ชื่อโครงการ RADAR พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ ช่วยเขียนข่าวแทนผู้สื่อข่าว ตั้งเป้าผลิตข่าวเดือนละ 30,000 ชิ้น เขียนข่าวได้หลายสไตล์ เพื่อนำเสนอในสื่อ หนังสือพิมพ์ สื่อออนไลน์ และสื่อโทรทัศน์ คาดว่าเริ่มใช้งานจริงปี ค.ศ.2018
ดังนั้น องค์กรสื่อดิจิทัลต่างๆในประเทศไทย จึงหันมาพัฒนาการนำเสนอสื่อในยุคดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และพัฒนาหุ่นยนต์ผู้สื่อข่าว ควบคู่กับผู้สื่อข่าวดิจิทัล นักรบสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

editorial@iclicknews.com


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com