Finance/share
Hot News: KBank เดินหน้าองค์กรกรีน
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
KBank เดินหน้าองค์กรกรีน
CDP องค์กรระดับโลกด้านข้อมูลการจัดการสิ่งแวดล้อม ประเมิน กสิกรไทย อยู่ในระดับสูงสุดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ธนาคารแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้ A List 4 ปีซ้อน
นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปี 2568 ธนาคารกสิกรไทยได้รับผลประเมินจาก CDP ซึ่งเป็นองค์กรด้านการประเมินการเปิดเผยข้อมูลการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับโลก ให้อยู่ในระดับสูงสุด A List ในการจัดการและการเปิดเผยข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นับเป็นธนาคารแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้มาตรฐานผู้นำระดับ A List ติดต่อกัน เป็นปีที่ 4
และปีนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ธนาคารได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับสูงสุด A List ด้านการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงได้รับการจัดอันดับในระดับ A- ด้านการบริหารจัดการป่าไม้ สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารได้รับการประเมินให้อยู่ในระดับ Leadership Level ครอบคลุมทั้งมิติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำ และป่าไม้
จากผลประเมินข้างต้น แสดงถึงความมุ่งมั่นในการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืนและการเป็นผู้นำในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ธนาคารมีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส โดยกำหนดกลยุทธ์ที่ช่วยสนับสนุนการจัดการสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการประเมินและจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำ และป่าไม้ รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธนาคาร ผ่านการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก การประเมินด้าน ESG อย่างครบถ้วน
พร้อมทั้งผลักดันสินเชื่อและเงินลงทุนด้านความยั่งยืนให้บรรลุเป้าหมาย 4–5 แสนล้านบาทภายในปี 2573 สนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านโซลูชันทางการเงิน องค์ความรู้ และนวัตกรรมรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดการผลกระทบอย่างเหมาะสมทั้งในการดำเนินงานของธนาคารและในพอร์ตโฟลิโอของธนาคาร โดยมุ่งหวังให้ภาคธุรกิจและระบบการเงินไทยก้าวสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ปีที่ผ่านมาธนาคารได้รับผลการประเมินด้านความยั่งยืนที่โดดเด่นจากองค์กรต่างๆ ในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง อาทิ ได้รับการประเมินให้เป็นสมาชิก FTSE4Good จาก FTSE Russell ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ได้รับผลประเมินในระดับสูงสุด AAA จาก MSCI ESG Ratings เป็นปีแรก (ต่อเนื่องจากการได้รับผลประเมินในระดับ AA ตั้งแต่ปี 2558-2567)

Go To Lead


ทีทีบี- ศุภาลัย ติดอาวุธความรู้ด้านการเงิน-ภาษี
นายจักรพันธ์ จารุธีรศานต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าที่ปรึกษาการเงินกลุ่มพนักงานเงินเดือน ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ทีทีบียังมุ่งมั่นช่วยเหลือพนักงานเงินเดือนให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นผ่านสวัสดิการที่ช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าบัญชีเงินเดือน ทีทีบี และลูกค้าองค์กร พร้อมเดินหน้ามอบองค์ความรู้ทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลจาก ttb financial health check หรือโปรแกรมตรวจสุขภาพทางการเงินออนไลน์ของมนุษย์เงินเดือนในประเทศไทยกว่า 96,000 คน ระหว่างเดือนสิงหาคม 2566 – กุมภาพันธ์ 2568 พบว่า มนุษย์เงินเดือนกว่า 12.5 ล้านคนในประเทศไทยต้องแบกรับความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งภาระหนี้ การขาดเงินออมและเงินฉุกเฉินแม้จะมีรายได้สูง โดย 32% ของผู้ที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อเดือนยังคงใช้ชีวิตเดือนชนเดือน และอีก 16% มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ สะท้อนว่าความไม่มั่นคงทางการเงินเกิดขึ้นกับทุกระดับรายได้ ล่าสุดทีทีบีจึงได้จัดสัมมนาให้ความรู้และแนะนำโซลูชันทางการเงินแก่พนักงาน บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เพื่อให้สามารถวางแผนและจัดการการเงินส่วนบุคคลได้อย่างถูกต้องและยั่งยืน
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นส่งเสริมให้พนักงานได้รับสวัสดิการที่ดี และมีความรู้ในการบริหารจัดการการเงินของตนเองได้รอบด้าน ข้อมูลที่ได้รับจากงานสัมมนา เป็นประโยชน์กับพนักงานมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการพิจารณารายได้และภาระที่รับผิดชอบ ก่อนจะตัดสินใจเลือกการลงทุนที่จะนำมาใช้ลดหย่อนภาษีที่เหมาะสมกับตนเอง ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้พนักงานของศุภาลัยมีความรู้ด้านการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลเพิ่มมากขึ้น งานสัมมนา “มนุษย์เงินเดือน เดอะแบกภาษีตัวจริง แบ่งเบาได้แค่เข้าใจ by “TAXBugnoms” ได้เชิญ นายถนอม เกตุเอม กูรูภาษีแห่งยุค เจ้าของเพจ TAXBugnoms ชื่อดัง มาปูพื้นฐานความรู้ทางการเงินและเรื่องภาษี รวมถึงทำความเข้าใจภาระที่ต้องแบกรับ เป้าหมายทางการเงินที่แท้จริง ก่อนนำไปสู่การวางแผนภาษีและเป้าหมายในวัยเกษียณ เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่เทรนด์และอินไซต์ความเป็น “เดอะแบก” ความจริง ความเชื่อที่มนุษย์เงินเดือนเข้าใจผิด การใช้ตัวช่วยลดหย่อนภาษีขั้นพื้นฐานจากบริษัทที่สังกัด เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และประกันสังคม ไปจนถึงเครื่องมือลดหย่อนภาษีด้วยการลงทุนและประกัน รวมถึงตัวช่วยอัปเดตล่าสุดจากภาครัฐ
ทีทีบียังได้ให้คำแนะนำโซลูชันทางการเงินที่หลากหลาย ทั้งการแบ่งเบาภาระหนี้ ผ่านโปรแกรมผ่อนดีมีรางวัล แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ด้วยบัญชีเงินฝาก ttb all free สิทธิประโยชน์มากมายและฟรีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมทั่วไทย แบ่งเบาความกังวล ด้วยโซลูชันประกันที่เข้าถึงง่ายและเหมาะกับมนุษย์เงินเดือน อาทิ ประกันสุขภาพทีทีบี เหมา เหมา อัลตร้า แคร์ ที่ใช้สวัสดิการรักษาพยาบาลที่มีอยู่เดิมของบริษัทในการลดค่าเบี้ย และเพิ่มความคุ้มครองให้มากขึ้น และแบ่งเบาภาระภาษีและความเสี่ยงในอนาคต ผ่านโซลูชันกองทุนคุณภาพและประกันที่คุ้มครองครอบคลุมเพื่อการลดหย่อนภาษีที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของมนุษย์เงินเดือนแต่ละกลุ่ม พร้อมบริการตรวจสุขภาพทางการเงินเพื่อวัดระดับภูมิคุ้มกันทางการเงินของตนเอง และสามารถวางแผนบริหารทางการเงินส่วนบุคคลได้อย่างเหมาะสม
ทีทีบีมุ่งขับเคลื่อนพันธกิจสู่เป้าหมายการช่วยคนไทยปลดหนี้ให้ไวขึ้นอย่างยั่งยืน พร้อมรุกขยายพันธมิตรกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีเจตนารมณ์เดียวกันในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินและสวัสดิการให้กับพนักงานในองค์กร ตอกย้ำถึงการเป็นมากกว่าบัญชีเงินเดือนทั่วไป เพื่อสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น https://www.ttbbank.com/th/payroll/private-employee ทีทีบีให้ความสำคัญกับการให้บริการสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและสนับสนุนให้กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว โดย: สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 3% - 4% ต่อปี สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR-4.115% ถึง MRR-3.515% ต่อปี อัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 23 ธ.ค. 68 = 7.205% ต่อปี | สินเชื่อรถแลกเงิน แบบไม่โอนเล่ม อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 13% - 24% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ | เงื่อนไขการสมัครและอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกําหนด | รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ www.ttbbank.com

Go To Lead


EXIM BANK 'ตั้ง'ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี
EXIM BANK แต่งตั้งนางสาวกิตติยา บุญยรังคะ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แต่งตั้งนางสาวกิตติยา บุญยรังคะ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี ดูแลงานด้านการจัดการระบบงานบัญชีให้เป็นไปตามนโยบายทั้งภายในและภายนอกธนาคาร มาตรฐานการรายงานทางการเงินและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง การรับ-จ่ายเงินและการโอนเงิน การให้คำปรึกษาด้านระบบงานบัญชี การจัดทำงบการเงิน และรายงานทางการเงิน มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
นางสาวกิตติยา จบการศึกษาปริญญาโทและปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เข้าร่วมงานกับ EXIM BANK ตั้งแต่ปี 2547 เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี EXIM BANK ในปี 2562

Go To Lead


ก.ล.ต. 'หนุน' ทดสอบนวัตกรรม
|ให้บริการการเงินรองรับระบบนิเวศตลาดทุนดิจิทัล
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สนับสนุนการทดสอบนวัตกรรมทั้งการให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลควบคู่กับการให้บริการทางชำระเงิน โดยร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้กระบวนการเป็นอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Full loop) รองรับระบบนิเวศตลาดทุนดิจิทัล ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้เปิดให้เอกชนเข้าร่วมการทดสอบนวัตกรรมการให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจตลาดทุนทั้งในด้านธุรกิจหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และสินทรัพย์ดิจิทัล ภายใต้โครงการ Regulatory Sandbox เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการเป็นการทั่วไป อันเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการมีทางเลือกเพิ่มขึ้นในการรับบริการรูปแบบใหม่ ๆ ในอนาคต
ปัจจุบันพบว่ามีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการทดสอบทั้งในส่วนของนวัตกรรมการให้บริการธุรกิจตลาดทุนควบคู่กับนวัตกรรมการให้บริการระบบชำระเงิน ประกอบกับ ธปท. ได้มีการขยายการทดสอบนวัตกรรมการชำระเงินที่มีการกำหนดเงื่อนไขอัตโนมัติ (Programmable Payment) ภายใต้ Enhanced Regulatory Sandbox (ตามที่ ธปท. ได้เปิดรับสมัครในช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายน 2567) โดยเริ่มเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป การขยายการทดสอบครั้งนี้จะช่วยสร้างโอกาสในการพัฒนาบริการธุรกิจตลาดทุนพร้อมกับการชำระเงินในธุรกรรมตลาดทุนได้อย่างครบวงจร
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมการทดสอบนวัตกรรมที่เกี่ยวกับการให้บริการชำระราคาแบบ programmable payment ภายใต้ Enhanced Regulatory Sandbox ของ ธปท. ควบคู่กับการทดสอบนวัตกรรมให้บริการธุรกิจตลาดทุนภายใต้ Regulator Sandbox ของ ก.ล.ต. เพื่อให้กระบวนการเป็นอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Full loop) ต้องสมัครเข้าร่วมการทดสอบจากทั้งสองหน่วยงานควบคู่กัน โดย ก.ล.ต. จะประสานงานและทำงานร่วมกับ ธปท. ในการพิจารณาและทดสอบนวัตกรรมดังกล่าวตามขอบเขตอำนาจหน้าที่และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/Shortcut/DigitalCapitalMarketInnovationSandbox.aspx และเว็บไซต์ของ ธปท. https://www.bot.or.th/th/news-and-media/news/news-20251224.html

Go To Lead


SME D Bank มอบแพ็กเกจของขวัญปีใหม่ เอสเอ็มอีไทย เติมทุนสินเชื่อ
ดอกเบี้ยต่ำ 3% ช่วยเสริมสภาพคล่อง ต่อยอดเพิ่มรายได้ด้วยออนไลน์
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank จัดชุด “มาตรการของขวัญปีใหม่” ประจำปี 2569 มอบให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจครบวงจร พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.มีทุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง มีเงินทุนเพียงพอในการลงทุน ยกระดับ ปรับเปลี่ยน ขับเคลื่อนกิจการได้ต่อเนื่อง เปิดกว้างทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ภาคบริการ รวมถึงธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก ผ่าน 2 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี ได้แก่ โครงการสินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงิน 5,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และโครงการสินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงิน 15,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ใช้ บสย.ค้ำประกันร่วมได้ โดยทั้ง 2 โครงการสินเชื่อดังกล่าว เปิดรับคำขอถึง 30 ธันวาคม 2569 นอกจากนั้น เพิ่มเติมความพิเศษ หากยื่นคำขอสินเชื่อภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 รับสิทธิพิเศษลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ (Front end Fee) 0.50% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ
2.มีความรู้ มอบสิทธิ์เข้ารับการพัฒนายกระดับธุรกิจ ในแคมเปญ “Live ปัง ดังทันที!” เปิดโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (https://dx.smebank.co.th/) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569 รับฟรี 500 Point นำไปแลกสิทธิประโยชน์การสนับสนุนเติมความรู้เพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขาย ขยายช่องทางตลาดผ่านแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee Lazada และ TikTok Shop เป็นต้น รวมถึง รับสิทธิ์ร่วมโครงการให้ผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ (Influencer) และผู้เชี่ยวชาญ (KOL) รีวิวสินค้าหรือบริการ สร้างการรับรู้สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นอกจากนั้น รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมอบรมพัฒนาความรู้ โดยเฉพาะเน้นด้านทำตลาดออนไลน์ เช่น การผลิต Content และ Live Commerce เป็นต้น
มีความสุขแก้หนี้ได้ยั่งยืน ช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร กลุ่มเปราะบาง ประคับประคองลดภาระทางการเงิน สร้างโอกาสเดินหน้าธุรกิจ เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยมาตรการ “3 ลดปลดหนี้” ได้แก่ 1. ลดผ่อน ปรับวงเงินการผ่อนชำระ ตามความสามารถของกิจการ 2. ลดเงินต้น ปรับโครงสร้าง เพิ่มความยืดหยุ่น นําเงินค่างวดแบ่งตัดลดเงินต้น และ 3. ลดดอกเบี้ยค้างชำระผิดนัด เมื่อชำระตามเงื่อนไขของธนาคาร ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการต่าง ๆ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น เว็บไซต์ www.smebank.co.th และ LINE Official Account : @smedevelopmentbank เป็นต้น หรือ สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

Go To Lead


กรุงศรี 'ตั้ง' 2 ผู้บริหารระดับสูง เสริมแกร่งองค์กร
นางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต หนึ่งผู้นำคนสำคัญของกรุงศรีที่ทุ่มเททำงานในการขับเคลื่อนกรุงศรีให้เติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ด้วยความรู้ ความเข้าใจและความชำนาญที่ครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ การวางแผน การบริหารจัดการตลอดจนความเป็นมืออาชีพและประสบการณ์การทำงานนานกว่า 35 ปี กับสถาบันการเงินชั้นแนวหน้าของไทยและองค์กรชั้นนำระดับโลก ตลอดระยะเวลากว่า 18 ปี นางสาวดวงดาวเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนของกรุงศรีให้สามารถก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบของไทย และการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศในฐานะสถาบันการเงินชั้นนำของไทยและภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ด้วยวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำและความเชี่ยวชาญในธุรกิจ ทำให้นางสาวดวงดาวได้รับรางวัล Asia’s Best CFO (Investor Relations) ต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 10 ปี และยังเป็นผู้บริหารระดับสูงของกรุงศรีที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง Executive Officer ของ MUFG ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับและชื่นชมในความรู้ความสามารถของนางสาวดวงดาวอย่างแท้จริง
นางสาวดวงดาวเป็นผู้บริหารระดับสูงคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านการเงินและกลยุทธ์ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการร่วมพัฒนาแผนยุทธศาสตร์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของกรุงศรีกรุ๊ป ควบคู่ไปกับการพัฒนากลยุทธ์ด้านการเงิน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขยายศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป ด้านการศึกษา นางสาวดวงดาวจบการศึกษาระดับปริญญาโทบริหารธุุรกิจ ด้านบัญชีการเงิน จุุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาตรีบริหารธุุรกิจ ด้านการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สำหรับนายฮิโรชิ คุริฮาระ มีประสบการณ์ทำงานมานานกว่า 26 ปีในธุรกิจการธนาคารและภาครัฐทั้งในประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเนเธอร์แลนด์ โดยมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารธุรกิจสาขา ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และการวางแผนธุรกิจองค์กร ก่อนที่จะมาร่วมงานกับกรุงศรี นายคุริฮาระเคยดำรงตำแหน่ง Managing Director, Head of Japanese Corporate Banking Division for EMEA., MUFG Bank (Europe) N.V. ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นายคุริฮาระได้เข้ารับตำแหน่งรองประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร และประธานโครงการปฏิรูปองค์กร
ในฐานะประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กรและประธานโครงการปฏิรูปองค์กร นายฮิโรชิจะได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ พร้อมด้วยวิสัยทัศน์ มุมมองในระดับสากล มาวางแผนและบริหารเป้าหมาย รวมทั้งกำหนดแผนปฏิบัติการของแผนธุรกิจระดับองค์กรและแผนธุรกิจทั้งระยะกลาง (MTBP) และระยะยาวให้กับกรุงศรีกรุ๊ป พร้อมทั้งพัฒนาและต่อยอดการปฏิรูปองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะผสานความร่วมมือและศักยภาพอันโดดเด่นระหว่างกรุงศรีและ MUFG นายคุริฮาระ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์จาก Waseda University ประเทศญี่ปุ่น และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา

Go To Lead


ธ.ก.ส. ลงพื้นที่ช่วยเหลือลูกค้า-ประชาชน สถานการณ์ความ
ไม่สงบชายแดนไทย – กัมพูชา จ.อุบลราชธานี และศรีสะเกษ
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยผู้บริหารฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ธ.ก.ส. ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ณ ศูนย์อพยพวัดหนองงูเหลือมเหนือ อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี และทหารที่ปฎิบัติหน้าที่ในเขตอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อให้กำลังใจและมอบสิ่งของจำเป็นเบื้องต้นให้แก่ประชาชนในศูนย์อพยพ เจ้าหน้าที่ทหาร และอาสาสมัคร อาทิ ผงซักฟอก ยาสีฟัน ยาสระผม นม น้ำดื่ม และข้าวพร้อมทาน ตราอุ่นอิ่ม ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้องหอมมะลิ และข้าวไรซ์เบอร์รี ที่สามารถรับประทานได้ทันที สะดวก สะอาด ปลอดภัย พกพาง่าย โดยไม่ต้องอุ่น และสามารถเก็บรักษาได้ในอุณหภูมิห้องนานถึง 18 เดือน จำนวน 6,000 ถ้วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน รวมถึงได้มอบเงินสมทบทุนช่วยเหลือเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มลูกค้าที่บ้านพักเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมการปฏิบัติงานของพนักงานในสังกัดสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย สาขาน้ำขุ่น สาขาน้ำยืน สาขากันทรลักษ์ สาขาเบญจลักษ์ และสาขาถนนพระวิหาร เพื่อให้กำลังใจพนักงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ใกล้เคียงจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย – กัมพูชา

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com