|
|
SAM เดินหน้า Social AMC
SAM ดีเดย์ 5 ม.ค. 69 เริ่มลงทะเบียนลูกหนี้ต่ำแสนร่วมโครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ สะท้อนบทบาทใหม่ SAM Social AMC แก้ไขปัญหาหนี้เชิงโครงสร้างและช่วยเหลือประชาชนเริ่มต้นชีวิตใหม่ทางการเงินอย่างยั่งยืน
นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 เป็นวันแรกที่โครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ เปิดโอกาสให้ลูกหนี้รายย่อย ประเภทบุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสียแบบไม่มีหลักประกัน เกินกว่า 90 วัน (NPLs) ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 และมีภาระหนี้รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท เริ่มลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการฯ อย่างเป็นทางการ
ผ่าน เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th เพื่อตรวจสอบสิทธิ์และคุณสมบัติว่าตรงตามเงื่อนไขโครงการหรือไม่ ทั้งนี้ ภายหลังการลงทะเบียนแสดงความประสงค์สมัครเข้าร่วมโครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ แล้วลูกหนี้จะได้รับ SMS แจ้งผลการพิจารณาผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่ลูกหนี้ให้ข้อมูลไว้ในขั้นตอนการลงทะเบียน และ SAM จะติดต่อกลับเพื่อแจ้งรายละเอียดการดำเนินการในขั้นต่อไป
นางสาวนารถนารี กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ขั้นตอนการโอนหนี้ระหว่างธนาคารพาณิชย์ และบริษัทในกลุ่มของธนาคารพาณิชย์ หรือ Non-bank ที่เข้าร่วมโครงการได้ดำเนินการและมีความคืบหน้าตามแผนงานที่กำหนด โดยมีลูกหนี้กลุ่มเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1.6 ล้านบัญชี หรือ 1.2 ล้านราย คิดเป็นภาระหนี้รวมทั้งสิ้นถึง 43,600 ล้านบาท และจะเริ่มต้นเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ลูกหนี้มีความสะดวกในการติดต่อ SAM ได้มอบหมายให้สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้เป็นผู้รับคำขอและดำเนินการแทน โดยลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้รายเดียวสามารถติดต่อขอปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ได้โดยตรง ส่วนลูกหนี้ที่เป็นหนี้หลายสถาบันการเงินติดต่อได้โดยตรงที่ SAM
โครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ มี 2 มาตรการปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรน ให้ลูกหนี้สามารถเลือกเงื่อนไข
การชำระหนี้ได้ตามศักยภาพหรือความสามารถ ได้แก่ 1. มาตรการ จ่าย ปิด จบ คือ ให้ลูกหนี้จ่ายชำระหนี้บางส่วนเพื่อปิดจบหนี้ในทันที และ 2. มาตรการ ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด คือ ให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้เป็นระยะเวลาผ่อนสูงสุด 3 ปี และจะได้รับยกเว้นดอกเบี้ยระหว่างที่เข้าร่วมโครงการ
ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาท บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม หรือ Social AMC ของ SAM ที่สามารถเริ่มดำเนินการให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็ว และนับจากวันนี้การปรับโครงสร้างหนี้ของ SAM ไม่ใช่การทวงหนี้ หรือบริหารจัดการหนี้เพื่อผลกำไรหรือประโยชน์ทางธุรกิจ แต่เป็นการมองหนี้ในมิติของสังคมควบคู่กัน และนี่คือบทบาทของ บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม หรือ Social AMC ที่เป็นกลไกกลางของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาหนี้เชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ ภายใต้นโยบายที่ชัดเจน เพื่อพลิกฟื้นชีวิตทางการเงินและช่วยเหลือให้คนไทยนับล้านคนกลับมาตั้งตัวและเดินหน้าต่อไปได้อีกครั้ง ควบคู่กับการลดผลกระทบและความเสี่ยงต่อระบบการเงิน การธนาคารโดยรวม อันจะส่งผลต่อเสถียรภาพและความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว นางสาวนารถนารี กล่าว
ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการสามารถติดตามข่าวสารที่เว็บไซต์ www.sam.or.th และเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th หรือสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SAM Call Center 1443 กด 6 และ Line: @samsocialamc หรือ BOT Contact Center 1213 รวมทั้งสถาบันการเงินเจ้าหนี้เดิมของลูกหนี้
อนึ่ง SAM : บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐภายใต้กำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีบทบาทในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพโดยยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อขับเคลื่อนระบบสถาบันการเงินให้เติบโตอย่างมั่งคั่งและยั่งยืน วิสัยทัศน์ : เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์แห่งรัฐ ที่มีบทบาทสนับสนุนให้ประชาชนและภาคธุรกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน
Go To Lead
|
กรุงไทยคว้า 3 รางวัลระดับโลก จาก Krungthai Campus App และ U-App
ธนาคารกรุงไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมดิจิทัลในอุตสาหกรรมการเงิน คว้า 3 รางวัลระดับนานาชาติ จากความสำเร็จของ Krungthai Campus App และ U-App สะท้อนถึงศักยภาพในการพัฒนาบริการทางการเงินสมัยใหม่ ยกระดับระบบนิเวศด้านการศึกษาให้เชื่อมต่อกับบริการทางการเงินได้อย่างไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานทุกกลุ่ม และสนับสนุนสังคมไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยรางวัลที่ธนาคารได้รับ Asian Innovation Excellence Awards 2025 - Thailand Customer Centric Innovation of the Year จาก Asian Business Review สื่อธุรกิจชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย The Digital Banker Global Retail Banking Innovation Award 2025 - Best Lifestyle App (Student) จากThe Digital Banker ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดอันดับนวัตกรรมของสถาบันการเงินระดับโลก GOV Media Award 2025 - Thailand E-Governance Project of the Year (Finance) จาก GovMedia Conference & Awards เพื่อยกย่องผลงานด้านดิจิทัลที่พัฒนาบริการสาธารณะและภาครัฐในเอเชีย
ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของธนาคารกรุงไทย ในการใช้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการยกระดับภาคการศึกษาไทยผ่านการพัฒนา Krungthai Campus App และ U-App ซึ่งทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มแบบครบวงจร ด้วยฟีเจอร์สำคัญ เช่น บัตรเสมือน (Virtual Card) การชำระค่าเล่าเรียนผ่าน QR Payment และระบบรายงานดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและลดต้นทุนของสถานศึกษา ธนาคารยังเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มสู่ Open Digital Platform เพื่อเชื่อมโยงกับระบบนิเวศสำคัญในอนาคต อาทิ Health Ecosystem (Health Wallet), Mobility Ecosystem (Smart Transport) และ Smart City Ecosystem วางรากฐานสู่การเป็น Super Ecosystem ที่ตอบโจทย์ประชาชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจอย่างแท้จริง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และสนับสนุนอนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน
Go To Lead
|
โครงการ เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี จุดประกายความเป็นไทยให้สืบสานอย่างสร้างสรรค์
นางสาวกาญจนลักษณ์ บำรุงถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ความสำเร็จของโครงการ เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 53 ได้เห็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยที่จุดประกายในจิตใจของเยาวชน ซึ่งในปีนี้มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 6,672 คน สะท้อนว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล ความเป็นไทย ไม่ได้ล้าสมัย แต่เป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ยังอยากจะเรียนรู้ ทั้งนี้ มารยาทไทยและทักษะการพูด ถือเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย เพราะหากเยาวชนเติบโตขึ้นพร้อมกับมารยาทที่งดงาม ปฏิบัติตัวให้เหมาะสมกาลเทศะ จะช่วยสร้างสัมพันธ์ที่ดีในสังคม ในขณะที่ทักษะการพูด คือเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการสร้างสรรค์และขับเคลื่อนสังคมผ่านการสื่อสาร
ความเท่ที่แท้จริงของคนไทย ไม่ได้อยู่ที่การตามกระแสโลกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การยืนหยัดอย่างมีศักดิ์ศรีบนรากฐานทางวัฒนธรรมของเราเอง การสืบสานความเป็นไทยจึงเป็นเสมือนการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ทำให้เยาวชนไทยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เท่อย่างมีอัตลักษณ์ มีมารยาท รู้จักเคารพผู้อื่น และกล้าพูดเพื่อสิ่งที่ดีงาม นางสาวกาญจนลักษณ์ กล่าว
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ ฉัตราติชาต อาจารย์ประจำภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า พัฒนาการที่เห็นชัดคือ เยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สามารถสื่อสารและใช้ภาษาได้ดี หลายคนมีแววเป็นนักพูดที่ดี เข้าใจการพูดต่อหน้าสาธารณะ โดยเกณฑ์ตัดสินที่สำคัญคือ การเรียบเรียงเนื้อหาและการถ่ายทอดเรื่องราวของผู้พูด รวมถึงความเข้าใจและมั่นใจในเรื่องเล่าที่สะท้อนผ่านสีหน้า สายตา ท่าทาง และที่สำคัญน้ำเสียงเป็นธรรมชาติมาจากใจ ไม่ปรุงแต่ง จึงขอฝากครูผู้ฝึกสอนเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองสไตล์การพูดเป็นแบบฉบับของตนเอง รวมถึงการจัดระบบความคิดและนำเสนอเนื้อหาที่จะสื่อสารด้วยตนเอง เพื่อให้เข้าใจและนำเสนอได้อย่างมั่นใจ การสื่อสารถือเป็นทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการทำงาน และการอยู่ร่วมกับคนในสังคม ซึ่งการพูดต่อหน้าสาธารณะไม่ใช่แค่การพูด แต่มีบทบาทสำคัญที่ทำให้ผู้พูดรู้จักและเข้าใจตนเอง เพราะต้องเริ่มจากเข้าใจตนเองว่าต้องการสื่อสารอะไร และเข้าใจความสนใจของผู้ฟัง เพื่อนำมาเรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นบทพูด ทำให้สามารถสื่อสารความคิดของตนเองไปยังผู้ฟังได้อย่างมั่นใจ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ กล่าว
เด็กชายสิริพงษ์ เลี้ยงบุญเลิศชัย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน รางวัลชนะเลิศ ประเภทพูดต่อหน้าสาธารณชน ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 กล่าวว่า ดีใจและภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ผมชอบพูดและมองหาเวทีแข่งขันมาตลอด เพื่อฝึกทักษะการพูดและเพิ่มความมั่นใจ มองว่าทุกเวทีทำให้ได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย และได้เรียนรู้จากเพื่อนใหม่ ๆ ทั้งนี้ การพูดเป็นศาสตร์ที่ต้องคิดและจัดการเรื่องราวอย่างฉับไว ซึ่งประโยชน์ของการพูด เช่น ทำให้รู้จักตัวเอง ได้เรียนรู้และไม่หยุดพัฒนา อีกทั้งยังนำไปใช้ในชีวิตประจำได้ด้วย ทั้งการสื่อสารกับเพื่อนและสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันการสื่อสารสำคัญมาก
สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังหาเวที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมารยาทไทย การอ่านออกเสียง หรือการพูดต่อสาธารณะ ขอ แนะนำว่าโครงการเท่อย่างไทยฯ เป็นเวทีสำคัญที่ทำให้ได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ขอขอบคุณมูลนิธิทีทีบีที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพ พัฒนาตัวเอง และกล้าแสดงออก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะความกล้าจะทำให้คนเก่งขึ้นได้ จากการฝึกฝนและได้ขึ้นเวทีแสดงออกบ่อยๆปิดท้ายที่ทีมเยาวชนจากโรงเรียนศรียานุสรณ์ ทีมชนะเลิศ ประเภทมารยาทไทย ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 กล่าวว่า ทีมเราเข้าร่วมชมรมมารยาทไทยของโรงเรียน มองว่ามารยาทไทยสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ อีกทั้งยังได้อนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติให้ทั่วโลกเห็นความเป็นไทย รู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้แสดงศักยภาพบนเวทีเท่อย่างไทยฯ และภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เพราะซ้อมอย่างหนัก เพื่อให้ปฏิบัติได้ถูกต้องและมีความพร้อมเพรียง ทั้งนี้ ขอฝากทุกคนว่ามารยาทไทยไม่ใช่เรื่องยาก อยากให้ลองเปิดใจเรียนรู้และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งมารยาทไทยจะทำให้อยู่ร่วมกันอย่างถ้อยที ถ้อยอาศัย เป็นเอกลักษณ์ที่ใคร ๆ ก็ต่างจดจำ หากเราทุกคนร่วมกันรักษาและส่งต่อสิ่งนี้ สังคมไทยก็จะดีขึ้นอย่างแท้จริงติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี ได้ที่ www.เท่อย่างไทย.com และติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมอื่น ๆ ได้ที่ www.ttbfoundation.org
Go To Lead
|
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้กระทำความผิด 9 ราย ต่อ บก.ปอศ. กรณีสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น COMAN
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ในเดือนกุมภาพันธ์และเดือนตุลาคม ปี 2566 และดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม พบพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่ากลุ่มบุคคลรวม 9 ราย ได้แก่ (1) นายนิธิศ ศิลมัฐ (2) นางสาวภัทชนก ธนฤทัยโรจน์ (3) นายพัสกร ศิลมัฐ (4) นางสาวชญาดา สุขกสิ (5) นางสุภา วงค์อนุ (6) นายวสวรรธน์ ประเสริฐศิลป์ (7) นายเกียรติศักดิ์ เจริญสุข (8) นายปานพงศ์ คิดรักเมือง และ (9) นายวินัย วังเป็ง ซึ่งมีความสัมพันธ์ด้านส่วนบุคคล ทางการเงิน และการซื้อขายหลักทรัพย์ ได้ร่วมกันสร้างราคาและ/หรือปริมาณการซื้อขายหุ้น COMAN ระหว่างวันที่ 23 - 24 พฤศจิกายน 2565 (รวม 2 วันทำการ) ระหว่างวันที่ 13 ธันวาคม 2565 - 27 มกราคม 2566 (33 วันทำการ) และระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน - 13 กรกฎาคม 2566 (12 วันทำการ) โดยมีพฤติกรรม เช่น ส่งคำเสนอซื้อในลักษณะผลักดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้น ครองคำเสนอซื้อ (bid) ในหลายระดับราคาเพื่อขัดขวาง การซื้อขายของผู้ลงทุนอื่น ทำให้ผู้ลงทุนอื่นต้องเคาะซื้อในราคาที่สูงขึ้น จับคู่ซื้อขายกันโดยส่งคำสั่งซื้อ หรือขายหลักทรัพย์ ในราคา ปริมาณ และเวลาใกล้เคียงกัน ควบคุมราคาเปิดและปิดด้วยการส่งคำสั่งซื้อหรือขายช่วงก่อนเปิดทำการซื้อขาย (Pre-open) และก่อนปิดทำการซื้อขาย (Pre-close) ในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อราคาที่คาดว่าจะเปิดหรือปิด (Projected price) ปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นต้น จึงทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และมุ่งหมายให้ราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น COMAN ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด อันเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 244/3 (1) และ (2) ประกอบบทสันนิษฐาน 244/5 และมาตรา 244/6 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ตามแต่กรณี ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ
ก.ล.ต. จึงได้กล่าวโทษผู้กระทำผิดทั้ง 9 ราย ต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ได้รายงานการดำเนินการตามข้างต้นต่อ ปปง. เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป เนื่องจากความผิดดังกล่าวเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาต่อไปเป็นการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรม ตามลำดับ โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุน การบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว
Go To Lead
|
ออมสิน ไม่ทิ้งลูกหนี้มีวินัย มอบของขวัญปีใหม่ รายละ 1,000 บาท
ผู้มีประวัติชำระหนี้ดี-จ่ายครบ-จ่ายตรง
ธนาคารออมสิน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดเตรียมของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน ภายใต้โครงการ วินัยดี มีเงิน ให้แก่ลูกค้าธนาคารด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ และมีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ทั้งนี้ ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) ที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569
และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่
Go To Lead
|
ธ.ก.ส. ชวนน้อง ๆ ออมเงินขั้นต่ำเพียง 3,000 บาทขึ้นไป รับกระปุก
เติมเต็ม ความฝัน ผ่านแคมเปญเงินฝากวันเด็กแห่งชาติ Kids D 2569
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดตัวกระปุกออมทรัพย์ ธ.ก.ส. เติมเต็ม
ความฝัน น้องแมวสุดน่ารัก เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งขาติ 2569 เพื่อสร้างเสริมนิสัยการออมเงินในเด็กและเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนบุคคลทั่วไป ผ่านการฝากเงินในแคมเปญเงินฝากวันเด็กแห่งชาติ Kids D 2569 เพียงเปิดบัญชีใหม่ หรือฝากเงินเพิ่มเข้าบัญชีเงินฝาก อาทิ เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค เงินฝากออมทรัพย์พื้นฐาน เงินฝากออมทรัพย์ Senior Savings เงินฝากออมทรัพย์พิเศษ เงินฝากแก้วมรกต และเงินฝากรักษาทรัพย์ ผ่านเคาน์เตอร์ที่สาขาของธนาคารทั่วประเทศ จำนวน 3,000 บาทขึ้นไป และคงยอดเงินฝากไว้ 3 เดือนนับจากวันที่ฝาก ได้ตั้งแต่วันที่ 9-26 มกราคม 2569 รับเลยกระปุกออมทรัพย์ ธ.ก.ส.เติมเต็ม ความฝัน จำกัดลูกค้า 1 รายต่อกระปุก 1 ชิ้น ฝากก่อนได้ก่อนของมีจำนวนจำกัด !
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา หรือ Call Center 02 555 0555
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|