Finance/Stock
Hot News: แบงก์'หนุน' สินเชื่อบ้านรายย่อย
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
แบงก์'หนุน' สินเชื่อบ้านรายย่อย
แบงก์ขานรับนโยบายรัฐบาล 'เร่ง'ช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยที่ต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัย หลังจากที่มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยโดยกำหนดเพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ตามเกณฑ์แบงก์ชาติ ส่งผลปล่อยสินเชื่อมีความเข้มงวดมากขึ้น แม้จะไม่กระทบกับลูกค้าที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านหลังแรก แต่ก็ต้องมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าบางกลุ่ม เช่น อาชีพอิสระ ที่มีปัญหาเรื่องการตรวจสอบรายได้ ทำให้ถูกปฏิเสธสินเชื่อ
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยที่ต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัย หลังจากที่มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยโดยกำหนดเพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้การปล่อยสินเชื่อมีความเข้มงวดมากขึ้น แม้จะไม่กระทบกับลูกค้าที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านหลังแรก แต่ก็ต้องมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าบางกลุ่ม เช่น อาชีพอิสระ ที่มีปัญหาเรื่องการตรวจสอบรายได้ ทำให้ถูกปฏิเสธสินเชื่อ
คาดว่าธนาคารออมสินจะมีการออกเป็นแพ็คเกจสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย จะเป็นในส่วนสินเชื่อที่รองรับผลกระทบจากมาตรการ LTV และเป็นมาตรการผ่อนปรนสินเชื่อ ซึ่งอาจจะทำทั้งในกลุ่มลูกค้ารายย่อย และผู้พัฒนาอสังหาฯ (เดเวลอปเปอร์) เช่น ให้มีการผ่อนดาวน์เป็นระยะเวลา 1 ปีกับเดเวลอปเปอร์ เพื่อดูความสามารถในการชำระเงินงวด กรณีที่กู้ 1 ล้านบาท ก็ผ่อนดาวน์เดือนละไม่เกิน 7,000 บาท หากไม่มีปัญหาผ่อนชำระ ก็โอนมาเป็นลูกค้าของธนาคารได้ หรือจะเป็นกรณีมาเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารก่อนก็ได้ ในลักษณะออมก่อนกู้ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบมาตรการ
“แนวทางของธนาคารออมสินตอนนี้คือจะทำอย่างไรที่จะแก้ไขปัญหาลูกค้าที่กู้บ้านไม่ผ่าน ทำอย่างไรจะกู้ให้ผ่าน โดยเฉพาะอาชีพอิสระ ซึ่งหากมาทดลองผ่อนชำระค่างวดก่อน หรือ ทดลองฝากเงินงวดระยะเวลาหนึ่ง ก็สามารถที่จะผ่อนปรนหลักเกณฑ์การตรวจสอบรายได้ได้”นายชาติชาย กล่าว
ผลกระทบจากมาตรการ LTV ทำให้การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยชะลอตัวลงไปบ้างเล็กน้อย โยการปล่อยสินเชื่อในไตรมาส 1/2562 ของธนาคาร ทำได้ตามเป้าหมาย มากกว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งมาจากลูกค้าเร่งทำเรื่องยื่นกู้และโอนก่อนที่มาตรการ LTV จะมีผล ทั้งนี้ ในปี 2562 ธนาคารมี เป้าหมายการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งปีที่ 6-7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 6-7% จากปีก่อน และคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ในระดับ 3.8% อยู่ในเกณฑ์ที่ขยายตัวได้ และสินเชื่อบางกลุ่มยังขยายตัวได้ดี ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปีนี้ จะบริหารให้ไม่เกิน 2.8%
นอกจากนี้ ธนาคารได้ร่วมมือกับ AirBNB ยกระดับโฮมสเตย์ไทย เพื่อเพิ่มรายได้ท่องเที่ยวชุมชน โดยจัดทำสินเชื่อ GHB Homestay ให้กับลูกค้าวิสาหกิจชุมชน ที่ต้องการทำโฮมสเตย์ในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในรูปแบบชุมชน โดยธนาคารไม่กำหนดกรอบการปล่อยสินเชื่อ เตรียมวงเงินไว้ไม่จำกัด โดยที่ผ่านมามีการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการโฮมสเตย์ไปแล้วกว่า 300 รายคิดเป็น 28 ล้านบาท เฉลี่ยต่อรายที่ 5 หมื่น- 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 7.75% ต่อเดือน นอกจากนี้ ยังสั่งการให้สาขาของธนาคารทั่วประเทศกว่า 1,067 แห่ง เข้าไปให้คำแนะนำชุมชนที่สามารถพัฒนาเป็นโฮมสเตย์ได้อย่างมีศักยภาพด้วย

Go To Lead


JMT เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ ต่อผู้ลงทุนสถาบัน
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “JMT”) เสนอขายหุ้นกู้ อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน จองซื้อขั้นต่ำ 1 หมื่นบาทสำหรับผู้ลงทุนสถาบัน และ 1 แสนบาทสำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ และทวีคูณครั้งละ 1 แสนบาท ผู้ที่สนใจสามารถจองซื้อได้ที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด โดยคาดว่าจะเสนอขายหุ้นกู้ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2562 นี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเสนอขายหุ้นกู้ โดยเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ และได้ให้ความไว้วางในการแต่งตั้ง ธนาคารกสิกรไทย และ บล. เอเซีย พลัส เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทอยู่ที่ BBB โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้รับจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ไปใช้ในการลงทุนเพิ่ม และ/หรือดำเนินการทั่วไปของบริษัท โดยผู้ออกหุ้นกู้จะนำเงินที่ได้รับจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ไปใช้ตามวัตถุประสงค์การใช้เงินดังกล่าวข้างต้น
JMT บริษัทในเครือ เจมาร์ท กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้สิน และ ซื้อหนี้ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินมาบริหาร โดยปัจจุบันบริษัทมีกองหนี้ด้อยคุณภาพที่อยู่ภายใต้การบริหารมากกว่า 146,000 ล้านบาท ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้นำในการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพอันดับต้นของประเทศ ที่มีทิศทางผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,869 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท) ที่ 506 ล้านบาท และผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2562 อยู่ที่ 547 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท) ที่ 145 ล้านบาท

Go To Lead


คาร์ ฟอร์ แคช 'ชี้'แหล่งเงินทุนรับเปิดเทอม
ปัจจุบัน มีแหล่งเงินทุนให้เลือกหลากหลาย แต่ผู้ปกครองหลายคนอาจไม่แน่ใจว่าสินเชื่อประเภทใดเหมาะกับตนเองมากที่สุด “คาร์ ฟอร์ แคช” ผู้นำตลาดสินเชื่อเพื่อคนมีรถ จึงขอเปรียบเทียบแหล่งเงินทุนประเภทต่างๆ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถวางแผนการเงินได้อย่างสบายใจ ยิ้มได้จนจบเทอม 1.โรงรับจำนำ การนำทรัพย์สินส่วนตัวไปจำนำยังคงเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยเลือก เพราะหลายคนมองว่ามีข้อจำกัดน้อย สามารถนำทรัพย์สินใดๆ ก็ได้ไปค้ำประกัน และอัตราดอกเบี้ยไม่ได้สูงเกินไป เช่น โรงรับจำของรัฐกำหนดไว้ที่ร้อยละ 0.25 – 1.25 ต่อเดือน นอกจากนี้ โรงรับจำนำของเอกชนเองก็ยังพัฒนาบริการให้น่าเชื่อถือ มีมาตรฐาน และทันสมัยอีกด้วย แต่ต้องอย่าลืมว่าตั๋วจำนำมีอายุ 4 เดือน 30 วัน ดังนั้น ในกรณีที่เงินต้นมีมูลค่าสูง คุณพ่อคุณแม่อาจไม่สามารถหาเงินมาไถ่ถอนทรัพย์สินได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด และต้องสูญเสียทรัพย์สินซึ่งหลายครั้งมีคุณค่าทางจิตใจไป
2.บัตรกดเงินสดสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่คุ้นเคยกับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลประเภทบัตรกดเงินสดคงเป็นตัวเลือกที่นึกถึง เพราะสะดวก เข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพียงกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น บัตรกดเงินสดยังมาพร้อมกับบริการที่ตอบโจทย์การใช้งานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนวงเงิน ให้เลือกการแบ่งผ่อนชำระได้หลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแหล่งเงินทุนประเภทนี้ถือเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยจึงค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 28 ต่อปี ดังนั้น ถ้าไม่บริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ อาจทำให้เกิดภาระหนี้สินเกินตัวได้
3.สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ พิโกไฟแนนซ์ เป็นสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท สำหรับใช้อเนกประสงค์ สินเชื่อประเภทนี้ให้บริการโดยบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วน ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โดยผู้ประกอบกิจการสามารถปล่อยสินเชื่อให้แก่บุคคลที่เป็นคนในพื้นที่ (ทำงานหรือมีถิ่นที่อยู่) ภายในจังหวัด แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงอยู่สักนิดที่ไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี รวมค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใดๆ แต่ก็มีความโปร่งใส่ เป็นธรรม พร้อมทางเลือกแบบมีหลักประกันหรือไม่มีก็ได้ และแม้วงเงินจะไม่สูงมาก แต่ก็มากพอที่จะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้ ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมได้เช่นกัน
4.สินเชื่อเพื่อคนมีรถ แหล่งเงินทุนที่อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรก แต่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือ สินเชื่อเพื่อคนมีรถ เพราะมีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ร้อยละ 3.18 ต่อปี (แบบคงที่) ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่นในวงเงินเท่ากัน และระยะเวลาผ่อนชำระค่อนข้างนาน สูงสุดถึง 84 เดือน ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนของผู้ปกครองไม่สูงเกินไป นอกจากนี้ ผู้บริการหลายแห่งยังเสนอเงื่อนไข “โปะ” โดยสามารถชำระค่างวดในแต่ละเดือนได้มากกว่าที่กำหนดเมื่อมีความพร้อม ดอกเบี้ยก็จะน้อยลง ผ่อนได้หมดเร็วขึ้น และไม่ต้องโอนเล่มทะเบียนอีกด้วย หนึ่งในความกังวลของผู้ปกครองเกี่ยวสินเชื่อประเภทนี้ก็คือ ขั้นตอนซับซ้อน มีข้อจำกัดเยอะ แต่ปัจจุบันขั้นตอนการพิจารณาสินเชื่อมีความรวดเร็วขึ้นมาก เช่น “คาร์ ฟอร์ แคช” ก็สามารถอนุมัติและรับเงินได้ภายใน 1 วัน อีกทั้งยังครอบคลุมทั้งรถยนต์ และบิ๊ก ไบค์ นอกจากนี้ ยังให้วงเงินสูงสุดถึงร้อยละ 100 ตามราคาประเมินรถ สำหรับประเภท “โปะ” สูงสุดถึง 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 12 ต่อปี (แบบลดต้นลดดอก) ทำให้มีเงินทุนไปใช้เพิ่มเติมในกรณีที่ต้องการเสริมสภาพคล่องในครอบครัวหรือธุรกิจได้
5.เงินกู้นอกระบบ เรารู้ถึงความเสี่ยงของเงินกู้นอกระบบ และไม่สนับสนุนให้เลือกใช้สินเชื่อประเภทนี้ เพราะนอกจากจะมีอัตราดอกเบี้ยสูงแล้ว ยังมีกฎเกณฑ์ที่ไม่เป็นธรรมจากการไม่มีกฎหมายรองรับ แต่คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจยังคงนึกถึง ในสถานการณ์ที่วงเงินเต็มบ้าง หรือขอสินเชื่อในระบบไม่ผ่านบ้าง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ทั้งสถาบันการเงินและองค์กรของรัฐเองมีมาตรการช่วยเหลือมากมาย ผู้ปกครองจึงควรปรึกษาหน่วยงานเหล่านี้เกี่ยวกับเงื่อนไขการผ่อนชำระ รวมถึงศึกษาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย แหล่งเงินทุนเหล่านี้ไม่ใช่ทางออกที่จะแก้ไขปัญหาการเงินทุกอย่างของครอบครัว สิ่งที่ดีที่สุดคือการวางแผนแต่เนิ่นๆ รวมถึงควรเตรียมเงินออมไว้สำหรับค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ เพื่อให้มีเงินเพียงพอในยามฉุกเฉินนั่นเอง

Go To Lead


‘ฟินันเซีย’ ปรับโฉม ‘Finansia HERO’
นางนุสรา รุ่นเจริญ กรรมการบริหารฝ่ายธุรกรรมอิเลคทรอนิกส์ส่วนงานการตลาดและการขาย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ ‘Finansia’ ประกาศปรับโฉม ‘Finansia HERO’ แอปเทรดหุ้นชั้นนำครบที่สุดเหนือใครเพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าและนักลงทุน ภายใต้แนวคิดหลักของบริษัท ‘Customer Centric’ ใส่ใจรับฟังความต้องการของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งฟินันเซียได้มีช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเพื่อรับฟังถึงปัญหาการใช้งานไม่ว่าจะเป็นช่องทางผ่าน ผู้แนะนำการลงทุนของบริษัทหรือ Investment Consultant (IC), Social Media ต่างๆของบริษัท ได้แก่Facebook, Line, Twitter และCall center อีกหนึ่งช่องทางหลักที่พร้อมจะรับฟังทุกปัญหาในการใช้งาน “เราปรับโฉมการใช้งานFinansia HERO ครั้งนี้ เพื่อให้เห็นถึงความพร้อมของทีมงานผู้พัฒนาแอปพลิเคชันว่าเราพร้อมรับฟังในทุกปัญหาการใช้งานไม่ว่าจะใช้ช่องทางไหนๆ แล้วนำข้อมูลที่เกิดขึ้นมาวิเคราะห์ทำการศึกษาและปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเพื่อให้ User Experience ออกมาดีที่สุดภายใต้ User Interface ที่ ครบครันตอบสนองความต้องการลูกค้ามากที่สุดซึ่งจะทำให้นักลงทุนเกาะติดได้ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มองเห็นทิศทางของภาพรวมตลาด พร้อมสัญญาณซื้อ-ขายที่จะช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น” นางนุสรา กล่าว แอปพลิเคชัน Finansia HERO เป็นแอปพลิเคชันที่ฟินันเซียร่วมพัฒนากับบริษัทหลักทรัพย์อันดับ 1 ในประเทศเกาหลี‘คิวูม’เปิดตัวไปในเดือนมีนาคม 2561 ซึ่งตลอด 1 ปี ที่ผ่านมาฟินันเซียได้ร่วมกับคิวูมพัฒนาฟิเจอร์ใหม่ๆตอบโจทย์นักเทรดมากมาย อาทิ หน้า Home ช่วยให้นักลงทุนเกาะติดทุกสถานการณ์กับฟีเจอร์ใหม่ • Hang Seng Index - รู้ทันทุกความเคลื่อนไหวกับภาพรวมตลาดฮ่องกง • Currency -รายงานอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ • Future Index -แสดงข้อมูล SET50 Index Future ทำให้สามารถเห็นทิศทางตลาดล่วงหน้าได้ • Investor Type –แสดงข้อมูลการซื้อสุทธิรายวันของนักลงทุนแต่ละกลุ่ม • Breaking News – อัพเดตข่าวสารทุกสถานการณ์ที่สำคัญ หน้า Quote เจาะลึกหุ้นแต่ละตัวพร้อม Company Info ติดตามแนวโน้มได้ครบทุกความต้องการ • Buy/Sell Recommend - แสดงจำนวน Broker ที่ให้การแนะนำ Buy, Sell, Hold ของหุ้นรายตัว • Business - บอกประเภทธุรกิจของบริษัทตามหุ้นรายตัว • Major Shareholders - รายชื่อผู้ถือหุ้น 5 อันดับแรกของหุ้นรายตัว • Free Float – สภาพคล่องของหุ้นนั้นๆแสดงข้อมูลจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยเทียบกับจำนวนหุ้นทั้งหมด • NVDR – ติดตามความเคลื่อนไหวการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติผ่านข้อมูล % NVDR และ % Foreign เทียบกับจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัทนั้นๆ ทำให้เห็นความเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างชาติ (Fund flow) อย่างครบถ้วนและตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ • X-Calendar – แสดงเครื่องหมาย Corporate Action ของหุ้นนั้นๆว่าขึ้นเครื่องหมายอะไรพร้อมด้วยรายละเอียดประกอบ เช่น XD, XM, XR เป็นต้น “หลังจากที่ได้ฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าที่พูดถึงFinansia HERO เราจึงได้เริ่มเก็บข้อมูลและร่วมพัฒนากับทีม Development ทั้งจากทางฝั่งของฟินันเซียและคิวูม ได้ออกมาเป็นฟีเจอร์ใหม่มากมาย และสำหรับในเฟสแรกนี้เราพัฒนาฟีเจอร์หลักบนหน้า Home และหน้า Quote โดยฟีเจอร์ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มข้อมูลเจาะลึกที่จำเป็นช่วยในการตัดสินใจให้ครบครันมากกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนมีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนทุกกลุ่ม นอกจากนี้ในช่วงเดือนสิงหาคมเราจะมีการแข่งขันเทรดหุ้นจริงด้วย Finansia HERO เพื่อเฟ้นหาฮีโร่ตัวจริงของฟินันเซียอีกด้วย” นางนุสรา กล่าว

Go To Lead


TMB ลอนช์ Multi-Currency Account ช่วยผู้ส่งออก
นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบี เปิดเผยถึง ความมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันใหม่ให้ลูกค้าได้สิทธิประโยชน์มากกว่า (More Benefits) ล่าสุดเปิดให้บริการบัญชีมัลติเคอร์เรนซี่ (Multi-Currency Account) ซึ่งเป็นบัญชีที่ช่วยให้ลูกค้าธุรกิจสามารถบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศได้สะดวก ง่าย ในบัญชีเดียว ด้วยการทลายขีดจำกัดการทำธุรกรรมแบบเดิมๆ เพราะลูกค้าไม่ต้องเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศหลายบัญชี เพื่อรองรับการรับโอนเงินหลายสกุล ลดความยุ่งยากในการเปิดบัญชี และสามารถบริหารจัดการธุรกรรมได้คล่องตัวขึ้น เพราะบัญชีเดียวสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ถึง 6สกุลเงิน ได้แก่ สกุล บาทไทย (THB), ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD), ยูโร (EUR), ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP), ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และ เยน (JPY)
ลูกค้าสามารถรับโอนเงินตราต่างประเทศเข้าบัญชี Multi-Currency Account ตามสกุลเงินนั้นๆ โดยอัตโนมัติ และแลกเปลี่ยน (Convert) เงินในบัญชีสกุลต่างประเทศเป็นสกุลบาทไทยด้วยอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกจัดการได้เองทันทีเมื่อพอใจกับอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งการเรียกดูeStatement ได้ตลอดเวลา ผ่าน TMB Business Click พร้อมบริการแจ้งเตือนธุรกรรมทุกรายการโอนเงินเข้า-ออก ตลอดจนสรุปรายการเคลื่อนไหวของทุกสกุลเงินในบัญชีเดียวผ่านช่องทาง TMB Business Click และอีเมล พิเศษสุดก็คือ ลูกค้าบัญชี Multi-Currency Account จะได้รับดอกเบี้ยตามแต่ละสกุลเงินทั้งสกุลบาทไทยและสกุลต่างประเทศทันที เมื่อมีเงินโอนเข้าบัญชี สำหรับขั้นตอนการสมัครนั้นง่ายมาก หากเป็นลูกค้าธุรกิจที่มีบัญชีกับทีเอ็มบีอยู่แล้ว สามารถติดต่อขอดำเนินการเปลี่ยนมาใช้บัญชี Multi-Currency Account ได้เลย หรือหากเป็นลูกค้าใหม่ สามารถขอเปิด พร้อมเลือกสกุลเงินต่างประเทศที่ต้องการใช้งานได้สูงสุด 5 สกุลเงิน (ไม่รวมสกุลเงินบาท) และสมัครใช้บริการ TMB Business Click ฟรี!! ไม่มีค่าธรรมเนียม
นายศรัณย์ กล่าวว่า การให้บริการบัญชี Multi-Currency Account นั้นสามารถตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจกลุ่มผู้ส่งออก ช่วยบริหารจัดการรายได้เงินตราต่างประเทศหลายสกุลในบัญชีเดียว โดยธนาคารคาดว่าจะมีลูกค้าธุรกิจผู้ส่งออกให้ความสนใจมาใช้บริการบัญชี Multi-Currency Account จำนวน 300รายในปีแรก เหตุผลที่ลูกค้าธุรกิจจะเข้ามาสมัครใช้ ล้วนมาจากประโยชน์มากมายที่ลูกค้าธุรกิจจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นความ สะดวก ง่าย และที่สำคัญที่สุดคือการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดสำหรับผู้ประกอบการส่งออกอย่างแท้จริง นับเป็นการตอกย้ำที่ทีเอ็มบีเข้าใจและพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าธุรกิจที่สนใจเปิดบัญชี Multi-Currency Account หรือ การให้บริการบัญชีสำหรับบริหารหลายสกุลเงิน 6 สกุลในบัญชีเดียว สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ TMB Corporate Call Center โทร. 02-643-7000

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com