Finance/Stock
Hot News: จับตา Go Green
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
จับตา Go Green
ธ.ก.ส. ชูนโยบาย Go Green เพื่อเกษตรยั่งยืน ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ดันการผลิตอาหารปลอดภัยและการทำเกษตรอินทรีย์แล้ว 4,837 ราย พื้นที่กว่า 22,000 ไร่ ควบคู่ยกระดับธนาคารต้นไม้สู่ชุมชนไม้มีค่าเพิ่มพื้นที่ป่า และร่วมดำเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก หนุนสร้างธุรกิจชุมชน 928 ชุมชนภายในสิ้นปี เพื่อเป็นหัวขบวนในการสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน นำสินค้าเกษตรกว่า 1,700 รายการ เปิดจำหน่ายสู่ตลาดออนไลน์ A-Farm Mart พร้อมขับเคลื่อนแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลผ่านโครงการประกันรายได้พืชเศรษฐกิจ ช่วยเหลือเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น
นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. มุ่งสานต่อนโยบาย Go Green ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปีบัญชี 2562 โดยส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัยและการทำเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่การปลูกสู่การแปรรูป และการจำหน่าย การเพิ่มช่องทางการตลาด รวมทั้งผลักดันให้สินค้าเกษตรได้รับมาตรฐานรับรอง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค โดยปัจจุบันมีเกษตรกรที่ทำการผลิตเกษตรปลอดภัย (GAP) จำนวน 774 ราย พื้นที่ 3,649 ไร่ เกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองการผลิตแบบมีส่วนร่วม (PGS) จำนวน 2,569 ราย พื้นที่ 12,804 ไร่ และเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับมาตรฐาน Organic Thailand หรือ IFOAM และมาตรฐานอื่น ๆ จำนวน 1,494 ราย พื้นที่ 5,736 ไร่ รวมการทำเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัยทั้งสิ้น จำนวน 4,837 ราย พื้นที่ 22,189 ไร่
ธ.ก.ส. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น กรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มูลนิธิสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์ไทย มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ Earth Safe และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการเกษตรลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) ขับเคลื่อนการผลิตอาหารปลอดภัยและการทำเกษตรอินทรีย์สู่วงกว้าง ด้วยการจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ สารชีวภัณฑ์ การรับรองมาตรฐาน GAP การรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม Participatory Guarantee System (PGS) และมาตรฐานอินทรีย์วิถีไทย Earth Safe Standard เป็นต้น เพื่อส่ง ผลผลิตให้กับ Modern Trade โดยมีแผนเชื่อมโยงชุมชน 9 แห่ง ในการผลิต และมีการนำร่องโครงการ 459 บ้านไร่ ตำบลบ้านไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมถึงสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) ร้อยเอ็ด จำกัด ที่สนับสนุนเกษตรกรปลูกข้าวหอมมะลิ GAP และอินทรีย์ โดยเชื่อมโยงกับโครงการเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 352 ราย พื้นที่ 7,136 ไร่ โดย สกต. รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรมาแปรรูปเป็นข้าวสาร A-Rice เพื่อจำหน่าย
นายสรายุทธ์ รองผู้ช่วย ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธ.ก.ส.ทุกจังหวัดดำเนินโครงการ Projected Based เพื่อสนับสนุนเกษตรอินทรีย์จำนวน 78 โครงการ พื้นที่การเกษตร 126,441 ไร่ พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค โดย ธ.ก.ส. ได้กำหนดเครื่องหมาย A-Green เพื่อแสดงถึงผลผลิตที่ ธ.ก.ส.ให้การสนับสนุนแก่เกษตรกร ชุมชน ทั้งด้านการผลิต การตลาดและสินเชื่อ ในส่วนของ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ 459 อาคารบางเขน
โดยจัดอบรมให้ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์แก่พนักงาน ผู้ช่วยพนักงานและแม่บ้าน พร้อมใช้พื้นที่บริเวณโดยรอบสำนักงานปลูกพืชผักปลอดสารพิษ เพื่อใช้บริโภค ส่วนที่เหลือแบ่งปันและจำหน่าย เพื่อให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพและลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

Go To Lead


“กรุงศรี นิมเบิล” ดูแลไอทีโซลูชั่น
นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีมุ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่องนวัตกรรมดิจิทัลมาโดยตลอด ตามกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด Think Digital First โดยให้ กรุงศรี นิมเบิล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างจริงจังของกรุงศรีสู่ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินเพื่อประโยชน์ของลูกค้า ซึ่ง กรุงศรี นิมเบิล จะเป็นพลังสำคัญที่จะสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเงินของธนาคารและบริษัทในเครือกรุงศรีให้รุดหน้าอย่างรวดเร็ว ตอบกระแส disruption ได้อย่างตรงจุด และยังต่อยอดขีดความสามารถของกรุงศรีได้อย่างครอบคลุม
กรุงศรีได้แต่งตั้งนายฐากร ปิยะพันธ์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท กรุงศรี นิมเบิล จำกัด และนางสาวสายสุนีย์ หาญประเทืองศิลป์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป ฐากรจะนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรมพร้อมวิสัยทัศน์การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต มาใช้ในการวางกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินงานของกรุงศรี นิมเบิล พร้อมนำทีมคนรุ่นใหม่ยุคมิลเลนเนียลมาร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในกรุงศรี นิมเบิล ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของคุณสายสุนีย์ ที่มีประสบการณ์ในการเป็นที่ปรึกษาด้านไอทีให้กับองค์กรชั้นนำทั่วโลกมานานกว่า 24 ปี และเป็นประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกรุงศรี คอนซูมเมอร์ มาตั้งแต่ปี 2559 กรุงศรี นิมเบิล จะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีทางการเงินในอนาคตของกรุงศรีให้รุดหน้าขึ้นไปอีกขั้น สู่การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ของลูกค้าและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันที่เหนือกว่าของกรุงศรี โครงสร้างการดำเนินงานของ กรุงศรี นิมเบิล จะเป็นไปโดยอิสระและคล่องตัว เน้นกระบวนการทำงานแบบ Agility เพื่อร่วมกันทำงานเพื่อพัฒนา IT solutions ที่ตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรมการเงิน มีไลฟ์สไตล์การทำงานที่กระชับและรวดเร็ว ในออฟฟิศลักษณะ co-working space ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบวัฒนธรรมองค์กรสมัยใหม่ที่แตกต่างจากธุรกิจธนาคารในรูปแบบเดิม กรุงศรี นิมเบิล พร้อมเปิดรับคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพด้าน IT Architecture และ IT Developer เพื่อรองรับโครงการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินในอนาคตของกรุงศรี

Go To Lead


ธนาคารกสิกรไทย-ออมสิน 'บริการ' White Label ATM ฟรีค่าธรรมเนียม
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมลงนามความร่วมมือการให้บริการเอทีเอ็มระหว่างสถาบันการเงินเฉพาะกิจกับธนาคารพาณิชย์ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อการบริหารจัดการเครื่องเอทีเอ็มในอนาคตร่วมกัน และสานต่อนโยบายเครื่องเอทีเอ็มสีขาวของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น จะมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้กับลูกค้า ครอบคลุมการถอนเงินสด สอบถามยอดเงิน และการโอนเงินระหว่างบัญชีที่ผูกกับบัตร โดยลูกค้าของแต่ละธนาคารจะสามารถทำธุรกรรมผ่านเครื่องเอทีเอ็มของอีกธนาคารหนึ่งเสมือนใช้บริการของธนาคารที่ลูกค้าถือบัตร ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. 2562 – 30 เม.ย. 2563 โดยธนาคารกสิกรไทยจะยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างธนาคารทันทีที่ลูกค้าทำรายการ ขณะที่ธนาคารออมสินจะคืนค่าธรรมเนียมที่ถูกเรียกเก็บให้กับลูกค้าในวันถัดไป
ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ ลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยและธนาคารออมสิน จะสามารถใช้บริการทั้งการถอนเงิน สอบถามยอด และโอนเงินระหว่างบัญชีที่ผูกกับบัตรที่เครื่องเอทีเอ็มของทั้ง 2 ธนาคาร โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมต่างธนาคารและทำธุรกรรมได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง สำหรับการทำธุรกรรมในจังหวัดเดียวกัน จากเดิมที่ลูกค้าต้องเสียค่าธรรมเนียมต่างธนาคารเมื่อใช้บริการตั้งแต่รายการที่ 5 ภายในเดือนเดียวกัน ส่วนการทำธุรกรรมข้ามจังหวัดสำหรับโครงการนี้ การถอนเงินสดจะคิดค่าธรรมเนียมลดลงเหลือ 15 บาทต่อรายการ การโอนเงินระหว่างบัญชีที่ผูกกับบัตรลูกค้าธนาคารกสิกรไทยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ส่วนลูกค้าธนาคารออมสินคิดค่าธรรมเนียมลดลงเหลือ 15 บาทต่อรายการ โครงการนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. 2562 – 30 เม.ย. 2563
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ความร่วมมือการให้บริการเอทีเอ็มระหว่างธนาคารออมสินและธนาคารกสิกรไทย จะนำร่องในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสกลนคร นครพนม ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งธนาคารออมสินและธนาคารกสิกรไทยมีเครื่องเอทีเอ็มในพื้นที่ 5 จังหวัดดังกล่าว เกือบ 400 เครื่อง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร, นครพนม, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส และในระยะต่อไปจะขยายพื้นที่ทั่วประเทศ ปัจจุบัน ธนาคารออมสินมีเครื่องเอทีเอ็มกว่า 7,000 เครื่อง เรามีจุดแข็งตู้เอทีเอ็มต่างจังหวัด ส่วนในกรุงเทพฯ กสิกรไทยมีตู้เอทีเอ็มจำนวนมาก หากรวมกับเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทยที่มีกว่า 10,000 เครื่อง ถือว่ามีจุดบริการมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของทั้ง 2 ธนาคารมากขึ้น

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com