Finance/Stock
Hot News: Krungsri SME Index ท่องเที่ยวฟื้น-EEC หนุน //SCB- ชายสี่ปะหมี่เกี๊ยว QR Payment
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
Krungsri SME Index
ท่องเที่ยวฟื้น-EEC หนุน
กรุงศรี 'เผย'ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่น Krungsri SME Index ท่องเที่ยวฟื้นตัว ปัจจัยหนุน EEC SME ทุกกลุ่มมองเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1 ปี 2562 มีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง
นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยวา ผลสำรวจ Krungsri SME Index ล่าสุดในไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า ผู้ประกอบการเริ่มมีความเชื่อมั่นในการเติบโตของเศรษฐกิจมากขึ้น ผู้ประกอบการในทุกภาคอุตสาหกรรมทั้งขนาดกลางและขนาดเล็กในกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ต่างมีมุมมองว่า เศรษฐกิจมีแนวโน้มดีต่อเนื่องในไตรมาส 1 ปีนี้ ขณะที่ความคืบหน้าของโครงการ EEC ยังคงเป็นปัจจัยหนุนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการในเขตจังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทราอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ประกอบการในภาคการค้ายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ แม้ว่าจะลดลงกว่าไตรมาสก่อน”
การสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการทั่วประเทศในช่วงวันที่ 1-23 พฤศจิกายน 2561 เปิดเผยว่า 71% มีความกังวลต่อการดำเนินธุรกิจใน 3 เดือนข้างหน้า ส่วนใหญ่ยังคงเป็นความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ รองลงมาเป็นความกังวลเรื่องการเมืองและต้นทุน ตามลำดับ
"กรุงศรีได้สำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการ SME เกี่ยวกับการเลือกใช้วิธีการจัดจ้างคนภายนอกแทนที่การทำเองในองค์กร (Outsourcing) เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ผลสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการ SME มากกว่าครึ่ง (56%) ยังไม่ตัดสินใจจัดจ้างคนภายนอก โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ขนาดเล็กและกลุ่มธุรกิจภาคการค้า" นายสยาม กล่าว
สำหรับผู้ประกอบการที่เลือกจัดจ้างคนภายนอก พบว่าอันดับแรกของงานที่จัดจ้าง คือ ด้านการเงินและบัญชี (52%) ตามด้วยด้านการผลิต (12%) ด้านการขนส่ง (10%) ด้านบุคลากร (10%) และด้านอื่นๆ (6%) สำหรับเหตุผลหลักๆ ที่ผู้ประกอบการตัดสินใจจัดจ้างคนภายนอก เพราะต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (53%) และ เพื่อประหยัดต้นทุน (24%)
วิจัยกรุงศรี คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2562 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องที่ 4.1% โดยการใช้จ่ายภายในประเทศจะมีความสำคัญมากขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น หลังจากอัตราการใช้กำลังการผลิตของหลายกลุ่มอุตสาหกรรมแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ผนวกกับมาตรการเร่งรัดโครงการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP fast track) และการเดินหน้าลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมทั้งการบริโภคภาคเอกชนที่คาดว่าจะมีแรงส่งต่อเนื่องตามการกระเตื้องของรายได้ภาคเกษตร รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างและการจ้างงานนอกภาคเกษตร

Go To Lead


“TMB Smart Port” ลงทุนกองทุนแบบครบวงจร
นางสาวกิดาการ ชัฎสุวรรณ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์กองทุนรวม เปิดเผยว่า ได้เปิดตัว “TMB Smart Port” บริการจัดพอร์ตลงทุนแบบครบวงจรครั้งแรกของธนาคารไทยเหมาะสำหรับคนที่สนใจเรื่องลงทุนแต่มองว่าการลงทุนแบบพอร์ตเป็นเรื่องยากและซับซ้อน หรืออยากลงทุนแต่ไม่มีเวลาคอยจับตาดูสภาวะตลาด ก็สามารถมาเปิดพอร์ตเพื่อให้ทีเอ็มบีช่วยบริหารจัดการให้ได้ เสมือนมีที่ปรึกษาด้านการลงทุนส่วนตัวคอยดูแลผลประโยชน์ให้เสมือนมีผู้จัดการกองทุน (Fund Manager) คอยดูแลผลประโยชน์ให้ เพื่อโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว เริ่มต้นลงทุนง่ายๆ เพียง 100,000 บาท ตอกย้ำประสบการณ์ “ลูกค้าทีเอ็มบีต้องได้มากกว่า” (Get MORE with TMB)
ต้องการใช้บริการ TMB Smart Port สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาทีเอ็มบีที่ให้บริการ และ TMB Investment Line โทร. 1558 กด #9 หรือ https://www.tmbbank.com/tmbadvisory/tmbsmartport

Go To Lead


ก.ล.ต. เพิ่มทางเลือกระดมทุนเอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ
นางพราวพร เสนาณรงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. เห็นความสำคัญของการปรับปรุงหลักเกณฑ์และร่างประกาศคราวด์ฟันดิง* เพื่อส่งเสริมให้เอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในต้นทุนที่เหมาะสม ปัจจุบัน ก.ล.ต. มีหลักเกณฑ์การเสนอขายหุ้นคราวด์ฟันดิงที่ใช้บังคับมาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อให้เอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพที่มีโครงการธุรกิจชัดเจนสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดี ก.ล.ต. ต้องการเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนให้กิจการดังกล่าวนอกเหนือจากในรูปของหุ้น จึงสนับสนุนการออกกฎเกณฑ์รองรับการเสนอขายหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง ก.ล.ต. จึงปรับปรุงหลักเกณฑ์พร้อมร่างประกาศคราวด์ฟันดิงโดยเพิ่มหลักทรัพย์ให้รวมถึงหุ้นกู้ด้วย ซึ่งจะใช้แนวทางการกำกับดูแลลักษณะเดียวกับการเสนอขายหุ้นคราวด์ฟันดิง โดยครอบคลุมหลายประเด็น อาทิ (1) การอนุญาตให้บริษัทสามารถเสนอขายหุ้นกู้ผ่านระบบคราวด์ฟันดิงได้ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกู้แบบมีประกันหรือไม่มีประกัน (2) ต้องเสนอขายผ่านฟันดิงพอร์ทัลที่ได้รับความเห็นชอบ โดยฟันดิงพอร์ทัลดังกล่าวต้องมีระบบงานเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือและระดับความเสี่ยงของบริษัทที่เสนอขายหุ้นกู้ รวมทั้งเปิดเผยปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาด้วย (3) เพิ่มวงเงินเสนอขายต่อผู้ลงทุนรายย่อยแต่ละรายจากไม่เกิน 5 หมื่นบาทเป็นไม่เกิน 1 แสนบาท โดยนับรวมหุ้นและหุ้นกู้ (4) เพิ่มวงเงินลงทุนรวมของผู้ลงทุนรายย่อยในหุ้นและหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงจากไม่เกิน 5 แสนบาทในรอบ 12 เดือนเป็นไม่เกิน 1 ล้านบาทในรอบ 12 เดือน และ (5) เพิ่มความยืดหยุ่นในการระดมทุน โดยยกเลิกการแยกวงเงินเสนอขายต่อผู้ลงทุนรายย่อยและผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย
ก.ล.ต. ยังปรับปรุงประกาศคราวด์ฟันดิงให้มีความสอดคล้องกับประกาศอื่น ๆ ยิ่งขึ้น เช่น การปรับปรุงนิยามกิจการเงินร่วมลงทุนและนิติบุคคลร่วมลงทุนให้สอดคล้องกับนิยามภายใต้เกณฑ์การออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล และปรับปรุงเกณฑ์การเสนอขายหุ้นของบริษัทจำกัดโดยผู้ถือหุ้น กรณีการเปลี่ยนมือหุ้นคราวด์ฟันดิงในตลาดรองให้สอดคล้องกับการเสนอขายในตลาดแรก เป็นต้น

Go To Lead


SCB- ชายสี่ปะหมี่เกี๊ยว QR Payment
นางสาวพิมพ์ใจ ทองมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย Payments Product Sales and Delivery ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ผู้บริโภคในยุคดิจิทัล 4.0 มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพฤติกรรมการทำธุรกรรมทางการเงินที่คนส่วนใหญ่เริ่มหันมาทำธุรกรรมบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตกันมากขึ้น ผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมต่างๆ จึงเริ่มปรับตัวเพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้ ไม่ว่าจะเป็นคมนาคม โรงพยาบาล วัด มหาวิทยาลัย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจร้านอาหารที่ผู้ประกอบการเริ่มให้บริการชำระค่าอาหารด้วยระบบ QR Payment และกลายเป็นช่องทางรับชำระเงินที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ธนาคารได้พัฒนาดิจิทัลเพย์เมนต์แพลตฟอร์มและให้บริการผ่านการทำแบรนด์ดิ้ง “SCB QR แม่มณี” พร้อมทั้งนำเสนอ Total Business Solution กับกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานั้น ผู้ประกอบการร้านค้าต่างให้การตอบรับ “SCB QR แม่มณี” เป็นอย่างดี ดังนั้นเพื่อเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของ “ธนาคารไทยพาณิชย์” ในฐานะธนาคารที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการเงิน และเป็นหนึ่งในผู้นำด้านดิจิทัลเพย์เมนต์ อีกทั้งตอกย้ำความมุ่งมั่นในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นสังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society ผ่านยุทธศาสตร์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลแพลตฟอร์ม ควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ (Customer Experience) ผ่านการใช้ QR Payment Platform ล่าสุด “ไทยพาณิชย์” จึงได้จับมือกับ “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” แฟรนไชส์ร้านอาหารสตรีทฟู้ดส์ประเภทก๋วยเตี๋ยวแถวหน้าของเมืองไทย และ “วีซ่า” ผู้ให้บริการด้านระบบชำระเงินชั้นนำของโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์การใช้จ่ายแบบไร้เงินสดที่ดีเยี่ยม เพิ่มความสะดวกสบายให้เจ้าของแฟรนไชส์ ผู้ซื้อแฟรนไชส์ และลูกค้าผู้ใช้บริการ” สตรีทฟู้ดส์ เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง และข้อมูลที่น่าสนใจจากเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน ‘วงใน’ เกี่ยวกับพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลร้านอาหารในประเทศไทยพบว่า ในปี 2560 คนไทยมีการค้นหาเมนูอาหารเป็นจำนวนมากถึง 7,500,000 ครั้ง ซึ่งเมนูอาหารที่มีการค้นหามากที่สุด คือ “ก๋วยเตี๋ยว” ทำให้เห็นว่าธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอยู่เป็นจำนวนมาก
“ธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารริมทาง เป็นอีกหนึ่งธุรกิจในอุตสาหกรรมร้านอาหารที่ยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก ดังนั้นธนาคาร จึงได้นำเสนอบริการด้านการบริหารเงินแบบครบวงจร หรือ “Total Business Solution” เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางธุรกิจเพื่อเจาะกลุ่มธุรกิจร้านอาหารแฟรนไชส์ขนาดเล็กโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีคีย์โซลูชันที่มาพร้อมบริการที่เอื้อประโยชน์ให้ทั้งเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ ผู้ซื้อแฟรนไชส์ และผู้บริโภคที่มาใช้บริการ อาทิ 1) ระบบชำระเงิน (B2B Payment) สำหรับผู้ซื้อแฟรนไชส์ในการซื้ออุปกรณ์ และวัตถุดิบจากชายสี่บะหมี่เกี๊ยวผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด 2) ระบบการจัดการข้อมูลต่างๆ ที่เจ้าของแฟรนไชส์สามารถดึงข้อมูลออกมาวิเคราะห์เพื่อนำมาพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจของตนเองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และ3) ในส่วนของผู้บริโภคที่มาใช้บริการก็จะได้รับความสะดวกยิ่งขึ้นจากระบบรับชำระเงินที่ตรงกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้บริโภคสามารถเลือกชำระค่าอาหาร ณ ร้านรถเข็นขายอาหารริมทางด้วยเวอร์ชวล เครดิตการ์ด (Virtual Credit Card) ที่อยู่ใน SCB EASY โมบายแบงก์กิ้งแอปพลิเคชัน ผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด “SCB QR แม่มณี” ที่มีสัญลักษณ์ VISA โดยไม่มีการจำกัดยอดชำระขั้นต่ำ โซลูชันต่างๆ เหล่านี้จะช่วยเชื่อมโยงร้านอาหาร และผู้บริโภคเข้าด้วยกันได้ครบวงจรมากขึ้น อีกทั้งเมื่อเจ้าของแฟรนไชส์ และผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่ใช้บริการ Total Business Solution ธนาคารจะสามารถวิเคราะห์ และประเมินสถานะ พฤติกรรมในการทำธุรกรรมการเงิน เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าธุรกิจแฟรนไชส์ได้อย่างเหมาะสม เช่น สินเชื่อหมุนเวียนสำหรับร้านค้าที่ต้องการขยายธุรกิจให้เติบโต เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และตรงความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยผลักดันให้สังคมไทยเกิด Ecosystem ด้านดิจิทัลเพย์เมนต์อย่างแท้จริง ตั้งเป้าเพิ่มยอดผู้ให้บริการ SCB QR แม่มณี ที่ 2 ล้านราย ภายในสิ้นปี 2562” นางสาวพิมพ์ใจ กล่าวเสริม
นายพันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด กล่าวว่า “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” ถือเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยวที่มีส่วนแบ่งในตลาดอยู่ในอันดับต้นๆ มีรถเข็นคู่ค้ากระจายตัวอยู่กว่า 4,300 สาขา ทั่วประเทศ ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามีจุดแข็งด้านระบบการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศเป็นใยแมงมุม มีจำนวนสายส่งกว่า 100 สายส่ง และศูนย์กระจายสินค้า 7 ศูนย์ ตั้งอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ช่วยให้คู่ค้าแฟรนไชส์ของเราดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัว และเพื่อให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าควบคู่กับการขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ ในปีนี้เราจึงมีการปรับกลยุทธ์การทำตลาดให้สอดคล้องกับเทรนด์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล การร่วมมือกับ “ธนาคารไทยพาณิชย์” และ “วีซ่า” ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีของเรา และกลุ่มลูกค้าผู้ซื้อแฟรนไชส์ ที่จะได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเงินในรูปแบบการให้บริการบริหารจัดการเงินหรือ “Total Business Solution” ที่ช่วยให้การบริหารกิจการง่าย และสะดวกขึ้น ทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจให้แก่คู่ค้าแฟรนไชส์ ด้วยข้อเสนอสินเชื่อทางการเงินที่หลากหลายอีกด้วย อีกทั้งการนำระบบการรับชำระเงินด้วยการสแกน “SCB QR แม่มณี” ที่สามารถเลือกชำระเงินผ่านเวอร์ชวลเครดิตการ์ด (Virtual Credit Card) หรือตัดยอดเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์ที่ผูกกับ SCB EASY โมบายแบงก์กิ้งแอปพลิเคชันมาใช้ เพื่อช่วยลดปัญหาให้กับสายส่งที่ต้องรับภาระความเสี่ยง และอันตรายในการถือเงินสดจำนวนมากในการขายสินค้าให้ลูกค้าแฟรนไชส์ และยังสามารถเพิ่มช่องทางการชำระเงินให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยวอีกทางหนึ่งด้วย เป็นการสร้างภาพลักษณ์ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ยกระดับ “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” ให้เป็นที่ยอมรับในแวดวงอุตสาหกรรมร้านอาหารได้อย่างเต็มรูปแบบ

Go To Lead


EXIM BANK ตั้งผอ.ดูแลฝ่ายงาน “ฝ่ายธุรกิจธนาคาร”
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แต่งตั้งนางสาวพรสุรีย์ ไทยสีหราช เป็นผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจธนาคาร ดูแลงานด้านการให้บริการทางการเงินแก่ธุรกิจส่งออกและธุรกิจนำเข้าเพื่อส่งออก รวมทั้งบริการด้านเอกสารส่งออก และติดตามการใช้บัญชีของลูกค้า ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
นางสาวพรสุรีย์จบการศึกษาปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการทั่วไป มหาวิทยาลัยอีสท์เท็กซัส สเตท สหรัฐอเมริกา และปริญญาตรี บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยเป็นผู้บริหารด้านการตลาดธุรกรรมการเงิน ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ (ไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารด้านธุรกรรมการเงิน ธนาคารเอเอ็นแซด (ไทย) จำกัด (มหาชน) และล่าสุดดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโสการตลาดและธุรกรรมการเงิน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ก่อนจะเข้าร่วมงานกับ EXIM BANK

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com