Finance/share
Hot News: orbix INVEST ส่ง ‘Bitgold PLUS’
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ธ.ก.ส. - GIZ จัดงาน “ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.”
เติมทุนเกษตรกร'ปรับ'ปลูกข้าวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เติบโตยั่งยืน
นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า วิธีการปลูกข้าวของเกษตรกรในปัจจุบันต้องใช้น้ำปริมาณมาก และขังน้ำในนาข้าวตลอดเวลา ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจก โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 16 ประเทศที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเปราะบางต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอีก 30 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการผลิตข้าวของเกษตรกรลดลง นำไปสู่การสูญเสียรายได้ และส่งผล กระทบต่อการดำรงชีพของเกษตรกรและความมั่นคงด้านอาหารของโลก ด้วยเหตุนี้ ธ.ก.ส. จึงให้ความสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าววิถีใหม่ ซึ่งคาดว่า จะสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพิ่มรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่การทำนาข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศนั้น เกษตรกรและผู้ให้บริการจำเป็นต้องตระหนัก และเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นและเป็นภัยคุกคาม และพร้อมในการปรับเปลี่ยนและป้องกันผลกระทบ โดยคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตน รวมถึงสามารถวางแผนการลงทุนและบันทึกการดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ ซึ่ง “มาตรการสนับสนุนทางด้านการเงิน (Climate Smart Package)” จะเป็นแรงจูงใจที่สำคัญให้เกษตรกรยอมรับ และนำไปปฏิบัติใช้ เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนสู่การทำนาที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย 2 มาตรการหลัก ได้แก่
1. เงินอุดหนุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (CSI) เป็นเงินทุนภายใต้โครงการ Thai Rice GCF จำนวนประมาณ 300 ล้านบาท (7.6 ล้านยูโร) ซึ่งจะนำไปใช้เป็นเงินอุดหนุนบางส่วนเพื่อให้เกษตรกรประมาณ 40,000 ราย ทดลองปรับเปลี่ยนการทำนาของตนไปสู่วิถีการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ โดยเกษตรกรสามารถเลือกรูปแบบการรับเงินอุดหนุนได้ 3 แพ็กเกจ ได้แก่ แพ็กเกจ S 500 บาท/ต่อไร่ แพ็กเกจ M 1,000 บาท/ต่อไร่ และแพ็กเกจ L 1,600 บาท/ต่อไร่ โดยแต่ละครัวเรือนจะได้รับเงินอุดหนุนไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน 2. สินเชื่อเพื่อการปรับเปลี่ยนสู่การเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Climate Smart Loan: CSL) ได้แก่ สินเชื่อ Climate Smart Loan (CSL) วงเงิน 5,000 ล้านบาท สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับเกษตรกรที่ได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปลูกข้าวด้วยเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ (Basic CST) จากกรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตร และ หลักสูตรต่อยอดด้านการลงทุนและการเงิน (Climate Smart Finance: CS-Fin) จาก ธ.ก.ส. ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF เพื่อให้เกษตรกรผู้มีศักยภาพเข้าถึงแหล่งเงินต้นทุนต่ำเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและ/หรือค่าลงทุนในเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ 10 เทคโนโลยีที่โครงการได้ให้การส่งเสริม และสินเชื่อภายใต้ BCG Model สำหรับเกษตรกรที่ได้ผ่านการอบรมหลักสูตร Basic CST และมีความต้องการที่จะใช้เทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการทำนา
โดยเกษตรกรที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ Thai Rice GCF สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอ, สำนักงานเกษตรจังหวัด, ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว, ศูนย์วิจัยข้าว และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ และเมื่อผ่านการอบรมทั้ง 2 หลักสูตรแล้ว จึงจะสามารถสมัครขอรับเงินอุดหนุน CSI ผ่านเจ้าหน้า ธ.ก.ส. ผู้จัดอบรม หรือ ธ.ก.ส. สาขาที่ขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาใน 21 จังหวัดที่ร่วมโครงการ และสำนักกิจการระหว่างประเทศ 02 558 6555 ต่อ 8957, 8958

Go To Lead


orbix INVEST
ส่ง ‘Bitgold PLUS’
orbix INVEST 'ชู'กลยุทธ์เรือธงใหม่ล่าสุด "Bitgold PLUS" ขานรับกระแสเงินทุนสถาบันที่ไหลเข้าสู่บิตคอยน์ (Bitcoin) ในฐานะสินทรัพย์สำรองเทียบเท่าทองคำ ชูจุดเด่นโมเดลการลงทุนแบบ Dynamic Weighting ผสานการลงทุนใน "Bitcoin และ โทเคนที่อ้างอิงกับทองคำ (Gold-backed token*)
ดร.ธนภูมิ ดำรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ อินเวสท์ จำกัด (orbix INVEST) เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2026 กำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเคยถูกมองว่าเป็นเพียงสินทรัพย์ทางเลือก จะก้าวเข้าสู่ยุคที่เส้นแบ่งระหว่างสถาบันการเงินระดับโลกและสินทรัพย์ดิจิทัลจางหายไป ธนาคารกลาง กองทุนบำเหน็จบำนาญ และ Family Offices ทั่วโลก เริ่มจัดสรรเงินทุนเข้าสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษามูลค่าเงินท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
orbix INVEST ได้เปิดตัวกลยุทธ์การลงทุนใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ Bitgold PLUS ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องโหว่การลงทุนแบบเดิม ไม่ใช่เพียงแค่การถือครองสินทรัพย์ แต่คือการลงทุนใน Bitcoin และ โทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงกับทองคำ เป็นสะพานเชื่อมให้นักลงทุนไทยเข้าถึงโอกาสในยุคเปลี่ยนผ่านครั้งยิ่งใหญ่นี้ได้อย่างมั่นใจ ผ่านโมเดลการลงทุนเชิงรุก Dynamic Weighting ซึ่งออกแบบมาเพื่อจับจังหวะตลาดโดยเฉพาะ เพิ่มศักยภาพสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่า
Bitgold PLUS มีกลไกการทำงานที่โดดเด่น ดังนี้ Dynamic Trend Following ใช้โมเดลวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของแนวโน้มราคาระหว่าง Bitcoin และ ทองคำ Gold, Dynamic Weighting Adjustment จับจังหวะทิศทางของ Bitcoin และโทเคนทองคำ เพื่อปรับน้ำหนักการลงทุน- ในจังหวะที่ Bitcoin เป็นขาขึ้น และมีโมเมนตัมแรงกว่าโทเคนทองคำ กลยุทธ์จะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน Bitcoin เพื่อรับผลตอบแทนจากความผันผวนขาขึ้นให้ได้มากที่สุด
- ในจังหวะที่ Bitcoin พักตัว แต่โทเคนทองคำเป็นขาขึ้น กลยุทธ์จะสลับไปเพิ่มน้ำหนักในโทเคนทองคำทันที เพื่อรักษามูลค่าและสร้างผลตอบแทนให้มั่นคงขึ้น
Risk Optimization การผสมผสานสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์กันต่ำ ช่วยลดความผันผวนรวมของพอร์ต ทำให้นักลงทุนไม่พลาดโอกาส ไม่ว่ากระแสเงินโลกจะไหลไปที่ Bitcoin หรือ โทเคนทองคำ
ดร.ธนภูมิ กล่าวตอนท้ายว่า แนวคิด Bitgold PLUS คือการปิดจุดอ่อนของการถือสินทรัพย์เดียว orbix INVEST เชื่อว่าในขณะที่ทองคำคือความมั่นคงที่พิสูจน์แล้ว Bitcoin คือโอกาสการเติบโตของโลกยุคใหม่ โมเดล Bitgold PLUS จะช่วยให้นักลงทุน 'อยู่ถูกที่ ถูกเวลา' เสมอ โดยไม่ต้องมานั่งเฝ้ากราฟเอง การรวมพลังของสองสินทรัพย์นี้จะสร้างเสถียรภาพและโอกาสรับผลตอบแทนที่โดดเด่นที่สุดในปี 2026
สำหรับนักลงทุนที่สนใจเกาะกระแสเทรนด์การลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล Investment Outlook 2026 สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่ https://info.orbixinvest.com/44LTDHY หรือหากต้องการข้อมูลเชิงลึกของกลยุทธ์ Bitgold PLUS สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.orbixinvest.com/

Go To Lead


บัญชีออมทรัพย์กรุงศรี พร้อมตั้งโอนเงินล่วงหน้าฝากเข้าบัญชีฝากประจำ
ปลอดภาษี 24 เดือนหรือ 36 เดือน รับ Lotus’s e-Coupons 100 บาท
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่มีบัญชีออมทรัพย์และตั้งโอนเงินล่วงหน้าแบบประจำทุกเดือน เพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือนหรือ 36 เดือน ที่เปิดใหม่ของตนเอง ผ่าน krungsri app ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และตัดบัญชีสำเร็จภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สามารถกดรับ Lotus’s e-Coupons มูลค่า 100 บาท ผ่าน krungsri app บนเมนูสิทธิประโยชน์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 – 30 มิถุนายน 2569
บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีจากกรุงศรี เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินระยะยาว เลือกฝากได้ทั้งแบบระยะเวลา 24 หรือ 36 เดือน เริ่มต้นขั้นต่ำเพียง 500 บาทต่อเดือน รับดอกเบี้ยสูงถึง 1.70% ต่อปี โดยมีรายละเอียดดังนี้- เงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน ฝากเงินได้สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน รับอัตราดอกเบี้ย 1.70% ต่อปี
- เงินฝากประจำปลอดภาษี 36 เดือน ฝากเงินได้สูงสุดไม่เกิน 16,000 บาทต่อเดือน รับอัตราดอกเบี้ย 1.40% ต่อปี ผู้ที่สนใจสามารถเปิดบัญชีได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขาทั่วประเทศ และตั้งโอนเงินอัตโนมัติล่วงหน้าผ่าน krungsri app เพื่อความสะดวกในการออมอย่างต่อเนื่อง หรือดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่https://www.krungsri.com/th/personal/deposit/time-deposits/krungsri-24-month-tax-free

Go To Lead


SME D Bank รุกจัด “SME D Market” ตลอดปี 2569
ประเดิม 26-28 ม.ค.นี้ รวมสุดยอดสินค้าดีให้ชอปจุใจ ปลุกพลังเศรษฐกิจคึกคัก
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bankเดินหน้าภารกิจธนาคารของรัฐ เพื่อการพัฒนาเอสเอ็มอีไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน สานต่อจัดกิจกรรม“SME D Market”ประจำปี 2569 ร่วมกับเขตพญาไท ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งที่เป็นลูกค้า SME D Bank และทั่วไป ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติทำให้ขาดช่องทางตลาดหรือรายได้ลดลง ด้วยการเปิดโอกาสให้หมุนเวียนกันมาออกบูธจำหน่ายสินค้าเป็นประจำทุกปลายเดือนตลอดทั้งปีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
สำหรับกิจกรรม “SME D Market” ประเดิมปี 2569 จัดครั้งแรกระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2569 ณ หน้าอาคาร และชั้น 1 อาคาร SME Bank Tower (ติดรถไฟฟ้า BTS สถานีอารีย์) ภายใต้ธีม “ชอปเปิดปี ดีลเปิดใจ”ระดมสินค้าดีทั้งของกิน ของใช้เครื่องประดับ และเครื่องแต่งกาย จัดโปรโมชันพิเศษ มาให้ประชาชนเลือกซื้อหากันได้อย่างจุใจ สร้างเศรษฐกิจไทยคึกคักตั้งแต่ต้นปี
กิจกรรมดังกล่าว ธนาคารจัดต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว โดยปี 2568 ที่ผ่านมา สนับสนุนลูกค้าธนาคาร ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีร่วมออกบูธมากกว่า 400 ราย ก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 4.6 ล้านบาท นับเป็นกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ และได้การตอบรับอย่างดียิ่ง ทั้งจากประชาชนทั่วไป ได้เลือกซื้อสินค้าดีราคาประหยัด ช่วยลดค่าครองชีพ ขณะที่ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้น นำไปสู่การต่อยอดจับคู่ธุรกิจ ขยายจ้างงาน คุณภาพชีวิตดีขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความสุขและความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจกับสังคม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Call Center 1357

Go To Lead


ออมสิน เปิดตัว “Aomunity” (ออม-มูนิตี้) โลกเสมือนจริงเรียนรู้การเงิน
พลิกเกมสู่การอัปสกิล Financial Literacy อย่างยั่งยืน
ธนาคารออมสิน ยกระดับบทบาทผู้นำด้านการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) สู่การเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่สอดรับกับพฤติกรรมคนยุคดิจิทัล ล่าสุด เปิดตัว “Aomunity” (ออม-มูนิตี้) ชุมชนแห่งการออมในโลกดิจิทัลเสมือนจริง พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกทักษะทางการเงิน มุ่งเน้นการสร้างวินัยการออม เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน และสร้างความตระหนักรู้ภัยทุจริตทางการเงินในโลกออนไลน์ นำเสนอในรูปแบบของเกมเพื่อให้การเรียนรู้เรื่องการเงินเป็นเรื่องสนุก เข้าใจง่าย และไม่น่าเบื่อ เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย
ภายใน Aomunity ประกอบด้วยพื้นที่การเรียนรู้ 4 โซนหลัก โดยผู้ใช้งานสามารถสวมบทบาทเป็น Avatar ปรับแต่งตัวละคร และเรียนรู้การบริหารจัดการเงินผ่านภารกิจในโลกดิจิทัล ได้แก่ • Downtown จุดเริ่มต้นและพื้นที่พบปะของผู้ใช้งาน ทำหน้าที่เชื่อมต่อสู่การเรียนรู้ด้านการออมและแนวคิดพื้นฐานทางการเงินในโลก Aomunity • Play Hall โซนเกมเสริมทักษะทางการเงินที่ผู้ใช้งานจะได้รับความสนุกและความรู้ไปพร้อมกัน ผ่านการทำภารกิจสะสมคะแนนใน 3 เกมสุดสนุก ได้แก่ เกมจับผิดมิจฉาชีพ เกมวิ่งวิบาก และเกมตามหาสัตว์เลี้ยง ซึ่งทุกเกมจะมีระบบสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของรางวัลพิเศษได้ทุกเดือน หรือนำไปสร้างรายได้เพิ่มในโซน Neighborhood • Museum Hall พิพิธภัณฑ์เสมือนจริงแบบ 360 องศา ถ่ายทอดวิวัฒนาการกระปุกออมสินของธนาคารออมสิน ตั้งแต่อดีตจนถึงผลงานกระปุกออมสินในรูปแบบ Digital Art สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมการออมในมิติใหม่ • Neighborhood พื้นที่แห่งจินตนาการ และการเรียนรู้เชิงปฏิบัติผ่านภารกิจ “ออมเงินสร้างบ้าน” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถนำคะแนนจากภารกิจไปออกแบบสร้างบ้านและพัฒนาบ้านในโลกเสมือนจริง ฝึกทักษะการออมและการบริหารทรัพยากร โดยสามารถอัปเกรดบ้านเพื่อรับผลตอบแทนที่มากขึ้น และนำคะแนนสะสมไปแลกรับของรางวัลจริง
นอกจากนี้ Aomunity ยังมีฟีเจอร์ Social Interaction เปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้งานได้พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้ร่วมกันในชุมชนดิจิทัล ช่วยเสริมสร้างวินัยทางการเงินและภูมิคุ้มกันในการใช้ชีวิตทางการเงิน ผู้ที่สนใจสามารถเข้าเรียนรู้ในโลก Aomunity ได้แล้ววันนี้ ผ่านเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th/aomunity รองรับการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ต
ธนาคารออมสิน มุ่งส่งเสริมความรู้ทางการเงิน เพื่อให้คนไทยตระหนักรู้ถึงความจำเป็นที่ต้องมีทักษะในการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคลด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง รู้เท่าทันกลโกง รวมถึงส่งเสริมให้คนไทยมีการออมที่เพียงพอตามเป้าหมายส่วนบุคคลในทุกระยะ โดยดำเนินการผ่านผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ควบคู่กับการส่งเสริมความรู้ทางการเงินผ่านการฝึกอบรมโดยทีมโค้ชการเงินมืออาชีพ หรือ CMC by GSB (Certified Money Coach by GSB) การพัฒนาแอปพลิเคชัน “ออมตังค์” และล่าสุด กับ Aomunity ที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนการเรียนรู้เรื่องการเงินจากเรื่องยากและน่าเบื่อ ให้เป็นประสบการณ์ที่เข้าถึงง่ายและสนุก เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการบริหารจัดการการเงินอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ซึ่งสะท้อนภารกิจหลักของธนาคารออมสินในบทบาท “ธนาคารเพื่อสังคม” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคมไทยในระยะยาว

Go To Lead


BAM เข้าพบคุณขัตติยา CEO KBANK หารือโมเดล
ธุรกิจปี 2569 พร้อมต่อยอดความร่วมมือในอนาคต
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เข้าพบคุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK โอกาสสวัสดีปีใหม่และหารือแนวคิดการพัฒนาโมเดลธุรกิจในปี พ.ศ. 2569 รวมถึงแนวทางการต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคตร่วมกัน ในการหารือครั้งนี้ BAM ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาโมเดลธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น เปิดกว้างต่อการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางการเงิน เพื่อสร้างโซลูชันด้านการบริหารสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ สนับสนุนเสถียรภาพของระบบการเงิน และเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน
การพบปะดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจและวางรากฐานความร่วมมือระหว่าง BAM และธนาคารกสิกรไทย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานร่วมกันในอนาคต ภายใต้บริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการยกระดับบทบาทของธุรกิจ AMC ให้ตอบโจทย์ทั้งภาคธุรกิจและสังคมโดยรวม ณ ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com