Greennist
Hot News: แอพฯ “ช่วยปลูก” หนุนเกษตรกร
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English

แอพฯ “ช่วยปลูก” หนุนเกษตรกร
นายวรพจน์ สุรัตวิศิษฏ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้จัดหาวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์แก่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้ร่วมมือกับทรู คอร์ปอเรชั่น พัฒนาแอพพลิเคชั่น “ช่วยปลูก” ขึ้น ให้เป็นเครื่องมือช่วยเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากการเข้าถึงข้อมูลและความรู้ผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยจะนำร่องทดลองใช้กับเกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เข้าร่วมโครงการ “เกษตรกรพึ่งตน ข้าวโพดยั่งยืน” ในรูปแบบ “บัลลังก์โมเดล” อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา เป็นที่แรก เพื่อร่วมปรับปรุงและพัฒนาแอพให้สมบูรณ์ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรมากที่สุด โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จในไตรมาส 4 ของปีนี้ เพื่อเผยแพร่ให้เกษตรกรที่สนใจต่อไป แอพพลิเคชั่น “ช่วยปลูก” ถูกออกแบบมาอำนวยความสะดวกให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปลูกข้าวโพดตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ “ช่วยคิด” วางแผนการปลูก การจัดการต่างๆ การจัดหาวัตถุดิบและ เครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต “ช่วยทำ” จะแจ้งเตือนการวางแผนการปลูก การใส่ปุ๋ย การเก็บเกี่ยว และ “ช่วยขาย” มีข้อมูลราคารับซื้อข้าวโพดหน้าโรงงานในแต่ละวัน ช่วยให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจและดำเนินการได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ผลผลิตเพิ่มขึ้น และได้ราคาขายที่ดี
“แอพพลิเคชั่น “ช่วยปลูก” เปรียบเสมือนคู่คิดที่ปรึกษาด้านการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ครบวงจร ให้กับเกษตรกร สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ตลอดเวลาที่ต้องการ นำไปสู่การตัดสินใจถูกต้อง และมีระบบปฏิทินเตือนการทำงานในเวลาที่เหมาะสม ช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มคุณภาพสินค้า และได้ราคาขายดีขึ้น
ร้อยตรีฐนนท์ธรณ์ กวีกิจรัตนา นายกเทศมนตรีตำบลบัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา กล่าวว่า จากการสำรวจข้อมูล เกษตรกรในตำบลบัลลังก์ใช้สมาร์ทโฟนกันอยู่แล้ว แอพพลิเคชั่นจะช่วยให้เกษตรกรทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ ในการปลูกข้าวโพดในเวลาที่เหมาะสม ลดการใช้ปุ๋ยหรือสิ่งที่ไม่จำเป็นกับการปลูกได้ เกษตรกรสามารถตรวจสอบราคารับซื้อข้าวโพดได้ทุกวัน และยังจะช่วยสนับสนุน การบริหารจัดการกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ การจัดสรรเครื่องจักรและรถเก็บเกี่ยวภายในกลุ่มได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น การนำแอพพลิเคชั่น “ช่วยปลูก” มาใช้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรในตำบลบัลลังก์ มีความทันสมัยมากขึ้น สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย และเท่าเทียมกัน ช่วยสนับสนุนให้การรวมกลุ่มของเกษตรกรมีความเข้มแข็งขึ้น มองว่า ฤดูกาลนี้ผลผลิตของบัลลังก์น่าจะดีขึ้น ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับทั้งตัวเกษตรกรและอาชีพ

Go To Lead


ตัวเลขไม้ผล 4 ชนิด 'รุก'ตลาดครึ่งหลัง ปี 61
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การไม้ผล 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง ปี 2561 โดย สศก. ร่วมกับคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจ (ข้อมูล ณ 12 มิถุนายน 2561) ภาพรวมทั้งประเทศ (รวมทุกจังหวัดที่มีเนื้อที่ให้ผลแล้ว) พบว่า ทุเรียนมีผลผลิตรวม 726,809 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 91,778 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.45) เงาะมีผลผลิตรวม 275,366 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 26,253 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.54) มังคุดมีผลผลิตรวม 167,156 ตัน ลดลงจากปีที่แล้ว 42,724 ตัน (ลดลงร้อยละ 20.36) และลองกองมีผลผลิตรวม 103,145 ตัน เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า ทุเรียนออกสู่ตลาดแล้ว 435,368 ตัน หรือร้อยละ 60 เงาะออกสู่ตลาดแล้ว 159,715 ตัน หรือร้อยละ 58 มังคุดออกสู่ตลาดแล้ว 55,800 ตัน หรือร้อยละ 33 และลองกองออกสู่ตลาดแล้ว 4,424 ตัน หรือร้อยละ 4 โดยมีแหล่งผลิตจากภาคตะวันออกขณะที่ผลไม้ภาคใต้กำลังเริ่มทะยอยให้ผลผลิต
สถานการณ์การผลผลิตผลไม้ 4 ชนิดในช่วงครึ่งปีหลัง (กรกฎาคม-ธันวาคม) ส่วนใหญ่เป็นผลผลิตที่ออกสู่ตลาดจากภาคใต้ พบว่า ทุเรียน จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีกร้อยละ 40 รวมประมาณ 291,441 ตัน ซึ่งจะออกสู่ตลาดมากช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน แต่จะออกมากสุดในช่วงเดือนสิงหาคม เงาะจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีกร้อยละ 42 รวมประมาณ 115,651 ตัน และจะออกสู่ตลาดมากในช่วงสิงหาคมถึงกันยายน มังคุด จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีกร้อยละ 64 รวมประมาณ 111,356 ตัน และจะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน แต่จะออกมากสุดในช่วงเดือนสิงหาคม และลองกองจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีกร้อยละ 96 รวมประมาณ 98,721 ตัน ซึ่งจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมแต่ออกมากสุดในเดือนกันยายน
แม้ทุเรียนและมังคุดของภาคตะวันออก ได้ออกสู่ตลาดไปแล้ว แต่ผู้บริโภคสามารถรอผลผลิตจากภาคใต้ที่จะออกมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมได้เช่นกัน ส่วนลองกอง โดยเฉพาะลองกองตันหยงมัส ผลผลิตจะออกสู่ตลาดในเดือนสิงหาคม เป็นต้นไป จึงขอเชิญชวนผู้บริโภคที่ชื่นชอบรับประทานช่วยกันสนับสนุนผลผลิตจากเกษตรกรในช่วงเวลาดังกล่าว และหากท่านที่ต้องการอุดหนุนหรือสั่งจองในปริมาณมาก สามารถติดต่อโดยตรงไปยังเกษตรจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด หรือสหกรณ์จังหวัดในพื้นที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง เน้นหลักการบริหารจัดการผลไม้ให้มีข้อมูลการผลิตที่ชัดเจน เพื่อเชื่อมโยงกับตลาดผู้ซื้อได้อย่างเหมาะสม โดยให้จังหวัดมีการบริหารจัดการผลไม้แบบเบ็ดเสร็จด้วยตัวเอง จัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่ ซึ่งมีคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) เป็นแกนหลัก เชื่อมโยงกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัด ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้เน้นบริหารจัดการเชิงปริมาณจัดสมดุลอุปสงค์ อุปทาน ด้วยการส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยให้รวมกลุ่มเพื่อผลิตไม้ผลคุณภาพตามระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถผลิตไม้ผลคุณภาพนอกฤดู พร้อมเชื่อมโยงและหาตลาดรองรับผลผลิตอย่างต่อเนื่อง

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com