Greennist
Hot News: สศก.-กปร. ยกระดับติดตามประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ชูข้อมูลเชิงประจักษ์ หนุนพัฒนาโครงการเพื่อประโยชน์ประชาชน
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English

สศก.-กปร. ยกระดับติดตามประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ชูข้อมูลเชิงประจักษ์ หนุนพัฒนาโครงการเพื่อประโยชน์ประชาชน
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ ว่าด้วยการติดตามประเมินผลและการแลกเปลี่ยนข้อมูลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร วามร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตระหนักร่วมกันว่า การติดตามและประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนผลสัมฤทธิ์ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความคุ้มค่า ตลอดจนประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อประชาชน ชุมชน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีความยั่งยืน สำนักงาน กปร. มีบทบาทสำคัญในการประสานงานและติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมทั้งมีข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานของโครงการในพื้นที่ต่าง ๆ ขณะที่ สศก. มีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเกษตร การวิเคราะห์ข้อมูล การติดตามประเมินผล และการจัดทำข้อมูลเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายด้านการเกษตร ดังนั้น การนำจุดแข็งและองค์ความรู้ของทั้งสองหน่วยงานมาบูรณาการร่วมกัน จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วย ยกระดับกระบวนการติดตามและประเมินผลให้มีมาตรฐาน มีข้อมูลเชิงประจักษ์ และสามารถสะท้อนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบและรอบด้าน
สำหรับความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ทั้งสองหน่วยงานมีเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานใน 5 ประการ ได้แก่ ประการที่หนึ่ง การแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูล องค์ความรู้ และประสบการณ์ด้านการติดตามและประเมินผล เพื่อให้เกิดฐานข้อมูลที่มีคุณภาพ ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ประการที่สอง การพัฒนาและประยุกต์ใช้แนวทาง เครื่องมือ และวิธีการทางวิชาการในการติดตามและประเมินผล เพื่อให้สามารถประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสะท้อนผลที่เกิดขึ้นต่อประชาชนและพื้นที่ได้อย่างชัดเจน และประการที่สาม การพัฒนาศักยภาพบุคลากรของทั้งสองหน่วยงาน ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การจัดประชุมสัมมนา การฝึกอบรม และการดำเนินงานทางวิชาการร่วมกัน เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความรู้และทักษะด้านการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
ประการที่สี่ การนำผลการติดตามและประเมินผลมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ การปรับปรุงการดำเนินโครงการ และการกำหนดแนวทางการพัฒนาโครงการในอนาคต เพื่อให้การดำเนินงานสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม และประการที่ห้า การส่งเสริมให้เกิดระบบความร่วมมือทางวิชาการที่มีความต่อเนื่อง สามารถพัฒนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และระบบข้อมูลด้านการติดตามและประเมินผลที่ทันสมัย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในระยะยาว
“ความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กปร. และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ในครั้งนี้ จะเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความรู้ ข้อมูล บุคลากร และทรัพยากรของภาครัฐ เพื่อยกระดับการติดตามและประเมินผลให้มีความน่าเชื่อถือและสามารถนำผลการประเมินไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญ ผลสำเร็จของความร่วมมือครั้งนี้มิได้มุ่งหมายเพียงการพัฒนาระบบหรือกระบวนการติดตามและประเมินผลเท่านั้น หากแต่มีเป้าหมายสูงสุด คือ การนำข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้มาใช้ในการพัฒนาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง สร้างประโยชน์และความอยู่ดีมีสุขให้แก่ประชาชน และนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายพีรพันธ์ กล่าว การดำเนินงานภายใต้ MOU ในระยะแรก กำหนดกรอบความร่วมมือเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2570 - 2572 โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการ อาทิ การจัดตั้งคณะทำงานร่วม การกำหนดแนวทางและเครื่องมือในการติดตามประเมินผล การคัดเลือกและลงพื้นที่ติดตามประเมินผลโครงการร่วมกัน การจัดทำรายงานผลและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย การแลกเปลี่ยนข้อมูล การถอดบทเรียนและองค์ความรู้ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อให้ความร่วมมือสามารถขับเคลื่อนไปสู่ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมต่อไป

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com