Greennist
Hot News: ไอคอนสยาม เมืองสุขสยาม-พันธมิตรภาครัฐ-เอกชน สานต่อพลังรักษ์โลกผสานวิถีไทยและวิถีสีเขียว
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English

>
“Green Heart Hero” สร้างเด็กหัวใจสีเขียว เรียนรู้แยกขยะ–ลดคาร์บอนจากลงมือทำ
CPF ต่อยอด “คอนเน็กซ์ อีดี” ปูทาง “ความยั่งยืน” สู่โรงเรียน
นางสาวพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานคณะบริหารโครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED ของซีพีเอฟ กล่าวว่า การศึกษาไม่ใช่เพียงการให้ความรู้ทางวิชาการ แต่ต้องเตรียมให้เด็กมีความพร้อมใช้ชีวิตในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้จึงต้องเชื่อมโยงกับชีวิตจริง ให้เด็กได้คิดและลงมือทำด้วยตัวเอง วันนี้การเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีเป็นทักษะที่จำเป็น ควบคู่ไปกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนซึ่งเป็นทักษะของการใช้ชีวิต เราอยากให้เด็กค่อยๆ เรียนรู้จากสิ่งรอบตัวด้วยการลงมือทำ และเห็นว่าสิ่งเล็กๆ ที่ทำก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อความรู้กลายเป็นพฤติกรรม สิ่งที่เด็กๆ เรียนรู้จากโรงเรียนก็จะถูกส่งต่อไปยังครอบครัวและชุมชน แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาสู่การลงมือทำผ่าน “Green Heart Hero” โดยมีซีพีเอฟสนับสนุนโรงเรียนในการวางระบบให้เด็กๆ ไม่ได้เรียนรู้เพียงว่า “ขยะต้องแยก” แต่ได้เห็นตลอดเส้นทางว่า ขยะที่แยกถูกต้องสามารถเข้าสู่ระบบรีไซเคิลและกลับมาสร้างคุณค่าได้ ขณะเดียวกัน โรงเรียนยังติดตามผลการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้เด็กเห็นผลลัพธ์จากการลงมือทำของตัวเองอย่างเป็นรูปธรรม
โครงการนำร่องครอบคลุมโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือก 23 แห่ง ในจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสระบุรี โดยซีพีเอฟสนับสนุนงบประมาณสำหรับจัดซื้ออุปกรณ์และจัดทำโซนบริหารจัดการขยะภายในโรงเรียนแต่ละแห่ง เมื่อโรงเรียนกลายเป็นพื้นที่ทดลองให้เด็กได้เรียนรู้และลงมือทำจริง ผลลัพธ์จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่รั้วโรงเรียน เพราะเด็กสามารถนำพฤติกรรมที่ได้เรียนรู้กลับไปสู่ครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการแยกขยะที่บ้าน การลดการใช้สิ่งของที่ไม่จำเป็น หรือการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โครงการดังกล่าวมีส่วนช่วยสร้างระบบนิเวศโรงเรียนคาร์บอนต่ำ เชื่อมโยงการดำเนินงานจริงของภาคธุรกิจกับการเรียนรู้ในห้องเรียน พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ซีพีเอฟมุ่งมั่นสานต่อโครงการ CONNEXT ED ด้วยการถ่ายทอดการเรียนรู้และส่งเสริมความตระหนักด้านความยั่งยืนสู่โรงเรียน โดยนำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 5 ข้อ จากทั้งหมด 17 ข้อ มาถ่ายทอดผ่านหลัก “เรียนรู้ ดูแล ใช้คุ้ม ช่วยโลก และร่วมมือ” เพื่อให้นักเรียนได้ลงมือทำจริง ได้แก่ การศึกษาที่มีคุณภาพ (SDG 4) เรียนรู้เรื่องใกล้ตัวและนำไปใช้ได้จริง ผ่านการอบรมและฐานการเรียนรู้ด้านการจัดการขยะ เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (SDG 11) ยกระดับการจัดการขยะภายในโรงเรียนและชุมชนโดยรอบให้เป็นระบบและยั่งยืนมากขึ้น การบริโภคและการผลิตที่รับผิดชอบ (SDG 12) ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า แยกขยะให้ถูกวิธี และนำสิ่งที่ยังมีคุณค่ากลับมาใช้ประโยชน์ผ่านระบบซื้อขายขยะรีไซเคิล การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13) ติดตามผลและวัดปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม และ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 17) ซึ่งความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการทำงานของ ซีพีเอฟที่มุ่งขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่ความยั่งยืนผ่านโครงการ CONNEXT ED มาตั้งแต่ปี 2559 มีส่วนร่วมดูแลโรงเรียน 304 แห่ง โดยมีพนักงานจิตอาสาซีพีเอฟ หรือ School Partner (SP) 109 คน เป็นคู่คิด ทำงานและวางแผนร่วมกับคุณครูและผู้บริหารโรงเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของแต่ละโรงเรียน จากการเรียนรู้เรื่องขยะในวันนี้ สู่การสร้างนิสัยที่ติดตัวเด็กไปในวันข้างหน้า Green Heart Hero จึงไม่ใช่เพียงโครงการด้านสิ่งแวดล้อม แต่คือการสร้างคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจว่า ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว และการเปลี่ยนแปลงเล็กๆสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้

Go To Lead


ไอคอนสยาม เมืองสุขสยาม-พันธมิตรภาครัฐ-เอกชน
สานต่อพลังรักษ์โลกผสานวิถีไทยและวิถีสีเขียว
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ปัจจุบันทั่วโลกรวมถึงกรุงเทพมหานคร กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะขยะพลาสติก ซึ่งหากไม่มีการคัดแยกและจัดการอย่างถูกต้อง ย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน การนำขวดพลาสติกใช้แล้วมาสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือ Upcycling ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ทำให้เราเห็นว่า สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นขยะสามารถกลับมาเป็นทรัพยากร ลดการใช้วัตถุดิบใหม่ ลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนได้
ผู้ว่าฯ ยังได้กล่าวเชิญชวน ประชาชน และผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ร่วมกันลดการใช้วัสดุแบบใช้ครั้งเดียว จัดให้มีระบบคัดแยกขยะที่ชัดเจน และสนับสนุนการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง“ผมเชื่อว่างาน “SOOKSIAM สุขรักษ์โลก” จะเป็นมากกว่างานรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่จะเป็นพื้นที่สร้างความเข้าใจ แรงบันดาลใจ และการลงมือทำ เพื่อให้ประชาชนเห็นว่า ทุกการเลือกและทุกการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ สามารถรวมกันเป็นพลังสำคัญในการสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืนสำหรับทุกคน”
นายชยะพงส์ นะวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการสุขสยาม กล่าวว่า“SOOKSIAM สุขรักษ์โลก” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและชุมชน สะท้อนวิสัยทัศน์ของไอคอนสยามในการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ ร่วมกันรังสรรค์ (Co-creation) และการสร้างคุณค่าสมประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย (Creating Shared Values) โดยนำแนวคิดด้านความยั่งยืนมาผสานในทุกมิติของการดำเนินงาน พร้อมส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน โดยปีนี้เมืองสุขสยาม จัดงานภายใต้คอนเซ็ปต์ “Living Thai Living Green รักษ์โลกวิถีไทย วิถีสีเขียว” ชวนร่วมสัมผัสเสน่ห์งานคราฟท์ธรรมชาติสู่ความยั่งยืน หนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์สำคัญคือ Green Community สถานีกำจัดขยะ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ทั้งขยะทั่วไป ขยะขวดพลาสติก
ขยะเศษอาหาร โดยขยะขวดพลาสติกจะเข้าสู่กระบวนการ Upcycle โดย Wake Up Waste เพื่อนำไปผลิตเป็น “ผ้าห่มรักษ์โลก” จำนวน 500 ผืน เพื่อส่งต่อความอบอุ่นให้แก่เด็กนักเรียนในชุมชนเขตคลองสานและในต่างจังหวัด ภายใต้โครงการ “ห่มรักษ์ให้น้องอุ่น ปี 3” จากความสำเร็จของการนำขยะกลับมาสร้างประโยชน์สู่สังคม ในปีนี้เมืองสุขสยามยังต่อยอดแนวคิดสู่โครงการ “Green Merchant” ด้วยการนำขวดพลาสติกเข้าสู่กระบวนการ Upcycle เพื่อผลิตเป็นผ้ากันเปื้อนสำหรับผู้ประกอบการในเมืองสุขสยาม สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งนำทรัพยากรที่ใช้แล้วกลับมาสร้างคุณค่าใหม่และเกิดประโยชน์ โดยโครงการนี้สามารถช่วยลดปริมาณขยะขวดพลาสติกได้กว่า 6,000 ขวด และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 500 กิโลกรัม ขณะที่ขยะเศษอาหารภายในเมืองสุขสยาม จะเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นสารบำรุงดิน เพื่อส่งมอบให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปใช้ดูแลและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตกรุงเทพมหานครต่อไป
นอกจากนี้ภายในบริเวณการจัดงานยังได้พบกิจกรรมน่าสนใจดังนี้ ? Fest & Wake Up Waste By SCG นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายในงานพบกับบูธผลิตภัณฑ์ Fest & Wake Up Waste จัดแสดงนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมกับร้านค้าและผู้ประกอบการภายในเมืองสุขสยาม ลดปริมาณขยะพลาสติก ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic) เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม “Fest Bio Brown ซึ่งสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายใน 60 วัน ผลิตจากเยื่อยูคาลิปตัส 100% ที่มา จากป่าปลูกเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ตลอดจนแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านการใช้งานบรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหารย่อยสลายได้
GROM อาร์ตทอยสุดน่ารักจากขยะพลาสติก นักสะสมอาร์ตทอยห้ามพลาดกับ Grom guardian of the Ocean อาร์ตทอยเด็กน้อยแห่งชนเผ่าทะเลฝีมือคนไทย ที่ผลิตจากขยะพลาสติกและฝาขวดน้ำจากชายหาด นำมาให้นักสะสมได้เลือกช้อปหลากหลายคอลเลกชั่น และชื่นชมความน่ารักของ GROM ขนาดยักษ์สูง 1.10 เมตร ตั้งโดดเด่น ณ ประตูสุขสุวรรณศาลา เพื่อรณรงค์และตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาขยะทางทะเล พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม GROM Workshop ชวนทุกคนเปลี่ยนพลาสติกเหลือใช้ให้กลายเป็นของชิ้นใหม่ด้วยมือคุณ ECO Market นักท่องเที่ยวยังได้เพลิดเพลินกับการช็อป ECO-Market พื้นที่รวบรวมสินค้าและนวัตกรรมรักษ์โลกหลากหลาย พบสินค้าจากวัสดุธรรมชาติ และงาน Handmade เช่น ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ, ภาชนะจากไม้หวายธรรมชาติ, นาฬิกาและแว่นตา Handmade ผลิตมาจากไม้ธรรมชาติ อาทิ ไม้มะค่า, ไม้เต็ง, กระเป๋า Tote Bag ทำจากขวดพลาสติก, เสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยรีไซเคิลไร้สารเคมีฟอกย้อมพร้อมอิ่มเอมไปกับการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมไทยสุดตระการตาจาก มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เป็นการผสานวิถีไทยและวิถีสีเขียวเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ร่วมเปิดประสบการณ์ในกิจกรรมรักษ์โลกมากมาย พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องโลกอย่างยั่งยืน ได้ในงาน “SOOKSIAM สุขรักษ์โลก” โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ถึง 30 กันยายน 2569 เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0851699926 หรือ Facebook: SOOKSIAM

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com