Insurance
Go to  i click
Hot News: ประกัน 'เร่ง' จ่าย สินไหม 'ลูกค้า'โคราช
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ประกัน 'เร่ง' จ่าย
สินไหม 'ลูกค้า'โคราช
ไทยประกันชีวิต และไทยประกันภัย จ่ายสินไหม 2.7 ล้านบาท 'มอบ' ความคุ้มครองแก่ลูกค้า เหยื่อจากเหตุการณ์ ที่ห้างสรรพสินค้า เทอมินอล 21 จังหวัดโคราช
นายสวัสดิ์ นฤวรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Life Operation Officer บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์มีผู้กราดยิงประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา บริษัทฯ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทุกราย ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า บริษัทฯ มอบความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์แบบ “พิทักษ์พลพิเศษ” โดยให้ความคุ้มครองกำลังพลกองทัพบกรวม 3 ราย เป็นเงินสินไหมมรณกรรมรวม 316,800 บาท กรมธรรม์แบบคุ้มครองสินเชื่อจำนวน 2 ราย
โดยมอบเงินสินไหมมรณกรรมและเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อปิดชำระหนี้ รวม 2,315,559 บาท และประกันชีวิตรายบุคคล รายคุณสุริยะ ลิมป์รัชตามร ซึ่งอยู่ระหว่างการติดต่อผู้รับผลประโยชน์ เพื่อมอบเงินสินไหมมรณกรรมจำนวน139,510 บาท รวมสินไหมมรณกรรมที่บริษัทฯ ดำเนินการจ่ายทั้งสิ้น 2,771,869 บาทโดยบริษัทฯ จะดำเนินการจ่ายสินไหมเร่งด่วนตามโครงการไทยประกันชีวิตฮอตเคลมต่อไป บริษัทฯ ยังมอบความคุ้มครองประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ แก่ผู้เอาประกันอีก 3 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาพยาบาลอีกด้วย
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้เร่งให้ทีมดำเนินการดูแลการจ่ายสินไหมฯ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายและได้ส่งมอบค่าสินไหมเป็นที่เรียบร้อย โดยหลังจาก TIC ไทยประกันภัย ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลของบริษัทฯ แล้วนั้น พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบ 3ราย เป็นผู้เอาประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล และประกันภัยรถยนต์ จากกรณีเหตุสะเทือนขวัญภายในห้างสรรพสินค้า เทอมินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา
ที่ผ่านมานี้มีการทำประกันภัยไว้กับบริษัทฯ TIC ไทยประกันภัย ได้ประสานงานและดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทันทีให้กับผู้เอาประกันภัย ตามวงเงินที่ได้รับความคุ้มครองทุกรายแล้วด้วยความเรียบร้อย ทั้งในเรื่องการจัดซ่อมและประเมินค่าเสียหาย
“เราดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุดจริงใจ ไม่อ้อมค้อม และขอส่งกำลังใจให้ชาวโคราชผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันครับ” ดร.มหัทธนะ กล่าว

Go To Lead


อาคเนย์-ABAC 'รุก'การศึกษาไทย เน้นประสบการณ์ตรง
นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาคเนย์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงิน เปิดเผยว่า ความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีในคณะบริหารธุรกิจ (BBA) ระหว่าง บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) นำโดย อาคเนย์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงิน ร่วมกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการประกัน และวงการการศึกษา เพื่อยกระดับการเรียนรู้แบบบูรณาการให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของนักศึกษาในยุคดิจิทัล สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของอาคเนย์ ที่มุ่งสนับสนุนภาคการศึกษาของเยาวชนที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศได้มีโอกาสค้นหาตัวตน ผ่านแนวคิด Happiness by Design (HbD) ที่จะช่วยให้วางแผนความสุข ความต้องการ พร้อมเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ จนสามารถขยายเครือข่ายและสานต่อธุรกิจของครอบครัว รวมถึงต่อยอดธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
สำหรับโครงการนี้ผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ พัฒนาโครงสร้างและหน่วยกิจ ร่วมกันระหว่างอาคเนย์และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญอย่างใกล้ชิดตลอด 1 ปีเต็ม จนได้หลักสูตรที่ทันสมัย ครอบคลุม เทรนด์ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค จนผ่านการรับรองหลักสูตรอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ โดยอาคเนย์ จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในหมวดวิชาที่เกี่ยวข้อง อาทิ การบริหารจัดการธุรกิจดิจิทัล (Digital Business Management) การบริหารผู้ประกอบการและนวัตกรรม (Entrepreneur and Innovation Management) การบริการทางการเงินและประกันภัย (Finance & Insurance Solution) โดยใช้ Design thinking เป็นเครื่องมือ มุ่งหวังให้กลุ่มนักศึกษาทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน (CLMV) ที่เข้าร่วมโครงการจะได้ลองคิดบริการ ผลิตภัณฑ์ ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ “ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับวงการอุดมศึกษาไทย เพราะเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้จากห้องเรียนสู่การเรียนรู้ชีวิตจริง ให้นักศึกษาสามารถทำความเข้าใจ สร้างธุรกิจของตนเองได้อย่างอิสระ พร้อมทั้งแสดงศักยภาพทางความคิดผ่านโปรเจกต์ที่ชื่นชอบ เพราะเราตั้งใจที่จะสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทำธุรกิจของตัวเอง และกลุ่มที่ต้องการสานต่อธุรกิจครอบครัวให้ได้รับประโยชน์จากหลักสูตรที่ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของตลาด สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่สร้างความสุขให้กับตัวเองและคนรอบด้าน ภายใต้การสนับสนุนของบมจ.เครือไทย โฮลดิ้งส์ และ TCC Group ที่ช่วยให้เกิดเครือข่ายร่วมกันในระดับพ่อแม่ และรุ่นลูก” นายโชติพัฒน์ กล่าว
ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ที่ประสานความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน มุ่งมั่นพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้เป็นสากล และได้รับการรับรองจากภาครัฐ เพื่อรองรับนักศึกษาและสนับสนุนให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์จากวิชาเรียนอย่างเข้มข้น โดยจะเริ่มเปิดให้นักศึกษาที่สนใจลงทะเบียนหลักสูตรใหม่ของวิชาเลือกเสรีคณะบริหารธุรกิจ ได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

Go To Lead


สมาคมประกันชีวิตไทย 'ชี้'เบี้ยประกันชีวิตปี 63 ไม่เติบโต
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมา ตัวเลขการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตไม่สูงเหมือนในอดีตที่ผ่านมา สืบเนื่องมาจากปัจจัยท้าทายต่าง ๆ ที่ธุรกิจประกันชีวิตต้องเผชิญ อาทิ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอันเป็นผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา มาตรการจากภาครัฐ อาทิ จากหลักเกณฑ์ในเรื่องมาตรฐานรายงานทางการเงิน IFRS17 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(Privacy Law) การยกระดับพฤติกรรมทางการตลาดของธุรกิจประกันชีวิต (Market Conduct) ที่กระทบต่อตัวแทนและนายหน้า ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนจากตัวเลขของช่องทางการเติบโตของแบงก์แอสชัวรันส์ที่ลดลงกว่าปีที่ผ่านมาถึง ร้อยละ 10.66 นอกจากนี้ยังมีเรื่องของอัตราความเสียหาย จากคนกลางและการฉ้อฉลประกันภัย (Fraud & Abuse) โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการรับประกันสุขภาพ การเผชิญกับภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำที่กระทบต่อการลงทุนและผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต
จากปัจจัยท้าทายเหล่านี้ส่งผลให้ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันชีวิตรับรวม (มกราคม – ธันวาคม 2562) 610,914.11 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตลดลงร้อยละ 2.63 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จำแนกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรายใหม่ (New Business Premium) จำนวน 178,487.45 ล้านบาท อัตราเติบโตลดลงร้อยละ 1.07 โดยแยกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก 108,737.99 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.65 เบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียว 69,749.45 ล้านบาท อัตราการเติบโตลดลงร้อยละ 17.68 เบี้ยประกันชีวิตปีต่อไป (Renewal Year Premium) 432,426.66 ล้านบาท อัตราการเติบโตลดลงร้อยละ 3.25 ซึ่งมีอัตราการคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิตร้อยละ 80
สำหรับเบี้ยประกันภัยรับจำแนกตามช่องทางการจำหน่าย ปี 2562 มีดังนี้ อันดับ 1 การขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต จำนวน 315,616.85 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 51.66 หรือเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.32 เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา อันดับ 2 การขายผ่านธนาคาร จำนวน 250,564.71.ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 41.01 หรือเติบโตลดลงร้อยละ 10.66 เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา อันดับ 3 การขายผ่านช่องทางการตลาดแบบตรง 14,908.58 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 2.44 หรือเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.01 เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา อันดับ 4 การขายผ่านช่องทางอื่น ๆ 29,823.95 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 4.88 หรือเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.99 เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา
ปีนี้คาดว่าธุรกิจประกันชีวิต จะมีเบี้ยประกันภัยรับรวม ประมาณ 610,000 ล้านบาท ไม่มีการเติบโต เหตุเพราะการดำเนินงานยังคงต้องเผชิญกับความกดดันจากปัจจัยท้าทายของปีที่ผ่านมาซึ่งยังคงมีผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้คาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย (GDP) ของประเทศไทยในปีนี้ที่ร้อยละ 1.5 เหตุเศรษฐกิจของประเทศได้เผชิญกับปัจจัยลบจากการท่องเที่ยวที่หดตัวลงอันเป็นผลสืบเนื่องจากการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 สภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศจากปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้บริโภคไม่กล้าใช้จ่าย ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไปกับปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน และนำเงินบางส่วนไปใช้ชำระหนี้ภาคครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยกระทบด้านภูมิศาสตร์ ภาวะภัยแล้ง ภาวะการว่างงาน ตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และก้าวสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น ผู้บริโภคมีความต้องการเฉพาะเจาะจง ธุรกิจประกันชีวิตจึงต้องมีการปรับตัว และมีการลงทุนเกี่ยวกับนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อป้องกัน digital disruption และสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นได้ทั้งปัจจัยที่ท้าทายและปัจจัยส่งเสริมธุรกิจ

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com