Insurance
Go to  BANGKOKLIFE
Hot News: เจนเนอราลี่-KKP 'รุก' ยูนิตลิงค์ใหม่
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
เจนเนอราลี่-KKP
'รุก' ยูนิตลิงค์ใหม่
เจนเนอราลี่-เกียรตินาคินภัทร 'หนุน'ประกันยูนิตลิงค์ใหม่ เสริมไลน์ประกันชีวิตควบการลงทุน(ยูนิตลิงค์) ชูจุดเด่นยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนความคุ้มครองและการลงทุน เพิ่มสิทธิประโยชน์รับโบนัสพิเศษ
นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Country Manager & CEO) บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดประกันควบการลงทุนหรือ "ยูนิตลิงค์" ยังเติบโต และได้รับความสนใจจากลูกค้ามากขึ้น ทั้งลูกค้าทั่วไปจนถึงลูกค้าสินทรัพย์สูง ส่งผลให้ตลาดประกันยูนิตลิงค์ยังคงมีการแข่งขันสูง ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดและความต้องการของลูกค้า เจนเนอราลี่จึงได้ร่วมกับธนาคารเกียรตินาคินภัทร เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เคเคพีเจน เวลท์ เฟล็กซี่ ลิงค์” แบบชำระเบี้ยประกันภัยรายงวด (KKPGEN Wealth Flexi Link (RP)) ซึ่งเหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนความคุ้มครองและการลงทุน ให้สอดคล้องกับแต่ละช่วงเวลาของชีวิต เพื่อวางแผนการเงินในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น การวางแผนหลังเกษียณ การวางแผนการศึกษาบุตร หรือการวางแผนมรดกให้กับครอบครัว ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาอาจจะมีความสามารถในการชำระค่าเบี้ย ความต้องการด้านความคุ้มครอง และผลตอบแทนด้านการเงินที่แตกต่างกัน โดยจุดเด่นของแบบประกันนี้คือ สามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครองชีวิตได้ ตั้งแต่ 5 เท่า ถึง 100 เท่า ของเบี้ยประกันภัยหลักรายปี โดยสามารถจ่ายเบี้ยประกันภัยเป็นรายปีไปได้เรื่อย ๆ พร้อมโอกาสรับโบนัสพิเศษรายปี 2.5% - 15%* ของเบี้ยประกันภัยหลักรายปี (สำหรับปีกรมธรรม์ที่ 5-10 โดยจะได้รับผลตอบแทนสูงสุดในปีกรมธรรม์ที่ 10*) นอกจากนี้ยังมีการันตีความคุ้มครองชีวิตต่อเนื่องตลอด 5 ปีแรก* แม้มูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนจะมีไม่เพียงพอต่อการชำระค่าธรรมเนียม (ผลประโยชน์กรณี Non-Lapse Guaranteed เมื่อจ่ายเบี้ยประกันภัยต่อเนื่อง)
ผลิตภัณฑ์กลุ่ม KKPGEN Unit linked เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความคุ้มครองที่คุ้มค่าและสร้างผลตอบแทนลงทุนผ่านกองทุนรวม ที่เลือกได้เอง ซึ่งกองทุนรวมยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการกระจายการลงทุน และช่วยลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนของลูกค้าได้ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มหรือลดเงินลงทุนได้ในเวลาที่เหมาะสม อีกทั้งสามารถสับเปลี่ยนกองทุนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่จำกัดจำนวนครั้งอีกด้วย” นายบัณฑิต กล่าว
นายฟิลิป เชียง ชอง แทน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะที่เกียรตินาคินภัทร เป็นหนึ่งในผู้นำในธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน (Wealth Management) ผลิตภัณฑ์ ยูนิตลิงค์ถือเป็นสิ่งที่เรามีความชำนาญ โดยเฉพาะสำหรับ KKPGEN wealth flexi link นี้ เราออกแบบมาด้วยความเข้าใจพฤติกรรมทางการเงินของกลุ่ม Affluent / Mass Affluent ที่มักมีความรู้ในด้านการวางแผนทางการเงินเป็นอย่างดี ดังนั้นย่อมจะได้รับประโยชน์อย่างยิ่งจากความยืดหยุ่นของผลิตภัณฑ์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครอง และกองทุนได้ตามความต้องการ ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงอายุ เช่น หากอายุยังน้อยก็เน้นการเติบโตของผลตอบแทนมากกว่าความคุ้มครอง แต่หากอายุมากขึ้นก็อาจเพิ่มความคุ้มครอง มากกว่าผลตอบแทน เป็นต้น
ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่ากองทุนที่คัดสรรมาเพื่อ KKPGEN wealth flexi link นั้นได้ผ่านการคัดกรองมาโดยองค์ความรู้และประสบการณ์ของทั้งเกียรตินาคินภัทรและเจนเนอราลี่ที่มุ่งประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า โดยได้คัดสรรกองทุนคุณภาพซึ่งมีประเภทสินทรัพย์ที่หลากหลาย โดยไม่ได้จำกัดกับ บลจ. ใดเป็นหลัก ดังนั้นจึงตอบโจทย์การลงทุนที่ดีในระยะยาว และลูกค้ายังมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ต้องการตามระดับความเสี่ยงที่ลูกค้าพึงพอใจ อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของกองทุน และคัดสรรกองทุนที่น่าสนใจใหม่ๆเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ จึงมั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับโอกาสที่ดีที่สุดในการรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น” นายฟิลิป กล่าว
สำหรับประกัน KKPGEN Unit linked ออกสู่ตลาดมาแล้ว 2 แบบ คือ “เคเคพีเจน เวลท์ อินเวสท์ ลิงค์” แบบชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว (KKPGEN Wealth Invest Link (SP)) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นผลตอบแทนสูง โดยมีความคุ้มครองชีวิตสูงถึง 150% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระครั้งเดียว (ขึ้นอยู่กับอายุของผู้เอาประกันภัย ณ ปีกรมธรรม์ที่เสียชีวิต และ “เคเคพีเจน เวลท์ โพรเทค ลิงค์” แบบชำระเบี้ยประกันภัย 3 ปี (KKPGEN Wealth Protect Link (3P)) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นความคุ้มครองควบคู่การลงทุน และต้องการแบ่งชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายงวด มีความคุ้มครองชีวิตสูงถึง 5 เท่า ของเบี้ยประกันภัยหลักรายปี (ขึ้นอยู่กับอายุของผู้เอาประกันภัย ณ ปีกรมธรรม์ที่เสียชีวิต)

Go To Lead


TIP-ครู อาจารย์ ตามรอยเสด็จฯ ทางรถไฟ ร. 9
นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กิจกรรม ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 10 นี้เป็นการเดินทางที่พิเศษสุดกับการตามรอยเสด็จฯ ทางรถไฟครั้งแรกของในหลวงรัชกาลที่ 9 และเยี่ยมชมสวนสมเด็จย่า พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ณ จังหวัดเพชรบุรีแห่งนี้ ทิพยประกันภัยได้ร่วมสนับสนุนการเดินทางตามรอยพระราชามาอย่างต่อเนื่อง ในการศึกษาเรียนรู้จากสถานที่ที่คัดสรรจาก 9 เส้นทาง 81 แหล่งเรียนรู้มีชีวิตตามรอยศาสตร์พระราชา รวมแล้วมีครูอาจารย์ที่มาร่วมกิจกรรมแล้วกว่า 200 คน ที่จะช่วยกันไปถ่ายทอดสู่เยาวชนต่อไป ทางบริษัทฯ รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับองค์กรภาคีจัดกิจกรรมตามรอยพระราชาที่ทรงคุณค่ายิ่ง หวังว่าเราทุกคนจะช่วยกันสืบสาน รักษา ต่อยอด ศาสตร์พระราชา ที่ไม่มีวันล้าสมัย ให้คงอยู่ตลอดไป
ทั้งนี้ กิจกรรมทิพยตามรอยพระราชา จัดขึ้นรวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 10 แล้ว ได้แก่ 1.ชุมชนบ้านศาลาดิน จังหวัดนครปฐม 2.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี 3.โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ โครงการหุบกะพง จังหวัดเพชรบุรี 4.เขื่อนขุนด่านปราการชล ศูนย์ภูมิรักษ์ จังหวัดนครนายก 5.โครงการพัฒนาชุมชนบ้านอ่างเอ็ด จังหวัดจันทบุรี 6.มหาชีวาลัยอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ 7.อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 8.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ 9.อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา และโครงการปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน มูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดปราจีนบุรี และครั้งที่ 10 ตามรอยเสด็จทางรถไฟครั้งแรกของในหลวง รัชกาลที่ 9 เยือนสวนสมเด็จย่า พื้นที่เงาฝน พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต จังหวัดเพชรบุรี
นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ประธานในพิธีเปิดกิจกรรม กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของชาวจังหวัดเพชรบุรี ผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่มีกิจกรรมตามรอยพระราชามาที่โครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สวนสมเด็จย่า ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางศึกษาเรียน รู้ในหนังสือเดินทางตามรอยพระราชาภาคตะวันตก เพื่อให้คณะครู-อาจารย์ ได้เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และพันธุกรรมพืช ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านที่มาร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้และประสบการณ์ที่ดี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอน เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่เข้าใจและเข้าถึงศาสตร์ของพระราชาอันทรงคุณค่า พร้อมทั้งเดินหน้าสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน “เราจะสืบสานรักษาและต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป
รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวถึงโครงการ “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา” ว่า “ศูนย์คุณธรรมได้จัดทำหนังสือโครงการตามรอยพระราชาที่คัดสรร 9 เส้นทาง 81 แหล่งการเรียนรู้ เพื่อให้คณะครูอาจารย์ลงพื้นที่เรียนรู้ศึกษาศาสตร์พระราชา ลงมือทำกิจกรรมเสริมทักษะเรียนรู้และต่อยอด พร้อมสร้างความเข้าใจและเข้าถึงคุณธรรม 4.0 คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และเพื่อให้เกิดความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพัฒนา ‘ศาสตร์พระราชา’ ให้ชาวบ้านนำมาปฏิบัติจนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้น”
ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด และประธานมูลนิธิธรรมดี กล่าวว่า “เป็นครั้งแรกที่จัดกิจกรรมตามรอยพระราชา บนเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเมื่อ ปี พ.ศ. 2493 และมีการบรรยาย การทำกิจกรรมถอดบทเรียนบนรถไฟ โดยใช้แนวคิด Edutainment: Training on the Train การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอย่างสร้างสรรค์และสนุกสนาน เพื่อให้ครูอาจารย์ได้เกิดแรงบันดาลใจไปต่อยอดกับคนรุ่นใหม่ กิจกรรมสำคัญในการตามรอยพระราชาทุกครั้งคือ การถอดรหัสพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และผู้ร่วมกิจกรรมตามรอยพระราชาทุกคนจะได้รับชุดหนังสือภาษาอังกฤษ ‘King Bhumibol Adulyadej of Thailand’ จำนวน 3 เล่ม ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชจริยวัตร ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นำไปถ่ายทอดแก่นักเรียนผ่านหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้เยาวชนรุ่นหลังได้รู้จักพระองค์ท่านและสามารถสื่อสารให้ชาวต่างชาติฟังได้ว่า ทำไมคนไทยจึงรักและผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งยังให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่tเต็มเปี่ยมด้วยคุณธรรม
หลังจากการลงพื้นที่เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติแล้ว คณะครูอาจารย์ได้ทำกิจกรรมถอดบทเรียน นำโดยอาจารย์อดุลย์ ดาราธรรม วิทยากรจิตอาสา ผ่านเกมกระดานสื่อการเรียนรู้ 3 แบบ ได้แก่ “Game of Our Nation” ที่สอดแทรกคุณธรรม 4 ประการ คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา “9 ตามรอยนวัตกรรมของพ่อศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนระดับสากล” ถอดบทเรียนและต่อยอดสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมจากกิจกรรมตามรอยพระราชา และ “The King's Journey: Learn English an Example of an Invention” ซึ่งคณะครูอาจารย์สามารถนำนวัตกรรมการเรียนรู้ไปต่อยอดการเรียนการสอนสำหรับเยาวชนต่อไป สำหรับหน่วยงานหรือองค์กรที่สนใจร่วมเรียนรู้นวัตกรรมศาสตร์พระราชาสามารถติดต่อได้ที่มูลนิธิธรรมดี เว็บไซต์ http://www.do-d-foundation.com, Facebook: มูลนิธิธรรมดี และ LINE Official: @dfoundation

Go To Lead


"KTAXA Know You Can Football Youth (U15) Academy" ครั้งที่ 3
นางสุกัญญา อิสรานุวัฒน์ชัย รองประธานอาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาด และภาพลักษณ์องค์กร บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดเผยว่า กิจกรรม "KTAXA Know You Can Football Youth (U15) Academy" ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นการคัดเลือกโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดขึ้นที่สนามสนามฟุตบอลวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ท่ามกลางเยาวชนชาย และหญิง อายุ 13-16 ปี (เกิดระหว่าง 1 ม.ค. 2548-31 ธ.ค. 2550 หรือ ค.ศ. 2005-2007) ร่วมทดสอบฝีเท้ากว่า 600 คน ส่วนของการคัดเลือกแบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงเช้าเป็นการทดสอบทักษะพื้นฐานทั่วไป รวมถึงความสามารถเฉพาะตัว เพื่อหาตัวแทนไปคัดเลือกต่อในช่วงบ่ายที่จะเป็นการทดสอบการเล่นเป็นทีม และความเข้าใจในเกม ซึ่งจะเป็นด่านสุดท้าย ก่อนจะมีการประกาศรายชื่อเยาวชนตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เยาวชนตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเหนือ ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมแคมป์ฝึกฟุตบอลระดับสากลจากโค้ช AFC-A-License ที่ ทรู อารีน่า หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และรับทุนการศึกษาคนละ 5,000 บาท ประกอบด้วย จักรภัทร พันธไชย พีรนันท์ ยัวไข สรวิชญ์ วรามิตร วณัฐนันท์ จันทะสอน ปุณณวิช บัณฑิตวงศ์ ธนกฤต อุทรักษ์ (ผู้รักษาประตู) และยังมีน้องศุภลักษณ์ บุตรสามาลี นักแข้งหญิงผ่านเข้ารอบอีก 1 ท่าน สนามต่อไป สนามสุดท้าย โซนภาคกลาง จัดขึ้นที่สนามมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนุบรี วันที่ 29 พ.ย.63 โดยทุกสนาม จะมีการคัดกรองเยาวชน และผู้ปกครองที่มาร่วมงานทุกคน ตามมาตรการทางสาธารณสุข ซึ่งจะมีการแจกหน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่างทางสังคม นอกจากนี้เยาวชนที่ร่วมคัดเลือกทุกคน จะได้รับชุดฝึกซ้อมจำนวน 1 ชุด และอาหารกลางวันจากทางโครงกา โครงการ "KTAXA Know You Can Football Youth (U15) Academy"Academy" จัดโดย "กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต" วัตถุประสงค์เพื่อ สนับสนุน และยกระดับทักษะฟุตบอลของเยาวชนไทยสู่ระดับสากล พร้อมคัดเลือกเยาวชนไทยอายุ 13-15 ปี เพื่อบินลัดฟ้าฝึกฟุตบอลที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากเยาวชนในการคัดตัวสนามแรกที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อ 15 ก.พ.63
อย่างไรก็ตาม จากการแพร่ระบาดของ "โควิด-19" หรือ "โคโรน่าไวรัส 2019" จึงต้องเลื่อนการคัดเลือกออกไป ทั้งนี้เมื่อมีประกาศของรัฐบาลให้สามารถกลับมาดำเนินกิจกรรมกีฬาได้อีกครั้ง ทางบริษัทฯ จึงสานต่อเจตนารมณ์เดิม โดยได้จัดโครงการดังกล่าวต่อในเดือนพฤศจิกายน 2563 และถึงแม้จะมีข้อจำกัดด้านการเดินทางระหว่างประเทศ แต่บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ผ่านการฝึกทักษะฟุตบอลระดับสากลแก่เยาวชนไทย จึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือก ได้รับโอกาสในการเข้าแคมป์ฝึกซ้อมฟุตบอลระดับสากลจากโค้ชมากประสบการณ์ดีกรี AFC-A-License เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ที่ ทรู อารีน่า หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมรับทุนการศึกษาคนละ 5,000 บาท ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการ และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ Line@ : ktaxa-u15, เว็บไซต์

Go To Lead


OCEAN LIFE ไทยสมุทร ส่งตัวเลือกสุดคุ้มในการลดหย่อนภาษี
นางนุสสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า บริษัทส่งแบบประกัน “โอเชี่ยนไลฟ์ ซูเปอร์ รีเทิร์น 10/5” เป็นตัวเลือกสุดคุ้มช่วงปลายปี ในการลดหย่อนภาษีให้กับกลุ่มคนวัยทำงาน ชำระเบี้ยประกันภัยระยะสั้นเพียง 5 ปี คุ้มครองถึง 10 ปี รับเงินคืนสูงทุกปีตั้งแต่ปีแรกจนปีสุดท้าย โดย ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1 - 6 รับเงินคืน 20% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และ ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 7 - 9 รับเงินคืน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ครบกำหนดสัญญารับเงินก้อน 110% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย รวมรับผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงสุดถึง 530% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย มีเงินคืนทุกปีสร้างโอกาสให้คุณนำไปต่อยอดลงทุนได้ตามต้องการ รับประกันภัยบุคคลตั้งแต่อายุ 30 วัน - 70 ปี ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงแถลงคำถามสุขภาพ จำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้นที่ 50,000 บาท โดยเบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 100,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
OCEAN LIFE ไทยสมุทร เดินหน้าดำเนินธุรกิจภายใต้ Love Mindset โดยใช้พลังความรักมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน พร้อมสู้ศึกในยุค Digital Insurer ด้วยนวัตกรรมการประกันชีวิต เพื่อให้บริการที่เหนือความคาดหมาย และทำให้การประกันชีวิตเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน พร้อมการขายในรูปแบบใหม่ Digital Face to Face จากตัวแทนประกันชีวิตมืออาชีพ สะดวก ปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากโควิด-19 สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.oceanlifeonline.com หรือ ติดต่อที่ปรึกษาทางการเงิน โทร.0 2207 8844 *ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.oceanlifeonline.com

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com