Realestate
Hot News: ‘เอพี ไทยแลนด์’ ลอนช์13 โครงการใหม่ มูลค่า 19,720 ล้าน
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
‘เอพี ไทยแลนด์’ ลอนช์13 โครงการใหม่ มูลค่า 19,720 ล้าน
นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) เผยว่า ตลาดอสังหาฯ ไตรมาส 1 มีแนวโน้มเติบโตดี กำลังซื้อในธุรกิจอสังหาฯ มีอยู่มาก ทั้งสินค้าแนวราบและแนวสูง สะท้อนได้จากยอดขายรวมของบริษัทฯ ที่ทำได้กว่า 12,585 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากคอนโดมิเนียมมูลค่า 6,365 ล้านบาท และแนวราบมูลค่า 6,220 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 25% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ 10,016 ล้านบาท เป็นผลงานที่น่าพอใจ เนื่องจากเป็นไตรมาสที่บริษัทฯ มีโครงการเปิดใหม่ไม่มาก ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายได้แล้ว 30% ของเป้ายอดขายปี 2562 ที่ตั้งไว้ (เป้ายอดขาย 41,800 ล้านบาท) โดยเอพีเตรียมเดินหน้ารุกตลาดต่อเนื่องในไตรมาส 2 เปิดตัวโครงการใหม่ จำนวนทั้งสิ้น 13 โครงการ มูลค่า 19,720 ล้านบาท เป็นทาวน์โฮมจำนวน 9 โครงการ มูลค่า 8,560 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 3 โครงการ มูลค่า 2,360 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 8,800 ล้านบาท
คีย์ซัสเซสที่ดันความสำเร็จของยอดขายไตรมาส 1 ของเอพี คือ ความเข้าใจดีมานด์ในแต่ละทำเล การมีสินค้าทื่หลากหลาย และความสามารถในการบริหารแพ็คเกจราคาที่คุ้มค่าจับต้องได้ ส่งผลให้ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากสินค้าแนวราบและแนวสูง โดยเฉพาะโครงการบ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์ THE CITY และ CENTRO ถือเป็นหนึ่งใน KEY DRIVE สำคัญต่อการเติบโตของยอดขายรวม นอกเหนือจากนี้โครงการอื่นๆ ของเอพี อาทิ ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียมที่ภาพรวมการขายเติบโตดีต่อเนื่อง อาทิ คอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ‘แอสปาย เอราวัณ’ ที่มีอัตราการขายโตกว่า 130% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่โครงการที่เปิดตัวใหม่ในไตรมาส 1 อย่าง ‘ริธึ่ม เอกมัย เอสเตท’ ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าคนเมือง โดยปัจจัยหลักที่ลูกค้าให้ความสำคัญและตัดสินใจซื้อ คือ ประสบการณ์การอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ ที่เติมเต็มให้การอยู่คอนโดฯ เป็นส่วนตัวเสมือนได้อยู่บ้าน ในส่วนของ ‘แอสปาย’ ทั้ง 2 ทำเล ได้แก่ ‘แอสปาย สุขุมวิท – อ่อนนุช’ และ ‘แอสปาย อโศก – รัชดา’ ที่เปิดตัวไปในไตรมาสแรก ก็ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะ ‘แอสปาย อโศก – รัชดา’ ที่สามารถปิดการขายในช่วงพรีเซลอย่างรวดเร็ว ด้วยจำนวน 1,025 ยูนิต มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ สะท้อนดีมานด์ในตลาดอสังหาฯ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าเครือเอพีเสมอมา
“ในส่วนของภาพรวมอสังหาฯ ไตรมาส 2 เอพีเชื่อว่า ดีมานด์ที่มองหาที่อยู่อาศัยใหม่มีต่อเนื่อง แม้มาตรการแอลทีวีจะมีผลบังคับใช้ แต่มั่นใจไม่ได้กระทบทั้งตลาด ขณะเดียวกันข้อดีของมาตรการกลับช่วยให้ลูกค้าเรียลดีมานด์สามารถเข้าถึงสินค้าที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น และยังช่วยบริหารจัดการภาพรวมของธุรกิจอสังหาฯ ในระยะยาวได้เป็นอย่างดี ดังนั้น บริษัทยังดำเนินงานตามแผนที่ประกาศช่วงต้นปี คือ การวางแผนแบบรบยาว เน้นความเข้าใจดีมานด์ในแต่ละทำเล เพื่อพัฒนาและส่งมอบสินค้าที่แตกต่าง โดยการบุกทุกเซกเมนต์เปิดตัวครบทั้ง 9 แบรนด์ในเครือ ภายใต้การส่งมอบคุณภาพการอยู่อาศัย และการใช้ชีวิตให้กับผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างยั่งยืน โดยไตรมาส 2 เอพีเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ทั้งหมด 13 โครงการ แบ่งเป็นแนวราบ 12 โครงการ มูลค่า 10,920 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 8,800 ล้านบาท” นายวิทการ กล่าว
ณ 31 มีนาคม 2562 บริษัทฯ มีสินค้ารอรับรู้รายได้รวมโครงการร่วมทุน (Backlog) มูลค่ามากถึง 58,960 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ มูลค่า 11,140 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียมรวมโครงการร่วมทุน มูลค่า 47,820 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดเอพี 6,530 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ในปีนี้ประมาณ 3,395 ล้านบาท และคอนโดร่วมทุน 41,290 ล้านบาท รับรู้ในปีนี้ประมาณ 7,750 ล้านบาท และที่เหลือจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566 สรุปภาพรวมแผนการดำเนินงานธุรกิจอสังหาฯ ในปี 2562 เอพีมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 39 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 56,800 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่า 22,400 ล้านบาท แนวราบ 34 โครงการ มูลค่า 34,400 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายยอดขาย 41,800 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้รวม 35,900 ล้านบาท (100%JV)

Go To Lead


“ALL” โรดโชว์ เสนอขาย IPO ปลายเม.ย.
นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ของบริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL เปิดเผยว่า จากการนำเสนอข้อมูล(โรดโชว์) ทั้งกลุ่มนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนทั่วไป ระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน ในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ALL มีความโดดเด่นในการมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพในพื้นที่ศักยภาพ และบริเวณพื้นที่แนวระบบขนส่งมวลชนหลักของกรุงเทพฯ เช่น BTS และ MRT เพื่อการคมนาคมที่สะดวกสบาย ใกล้แหล่งชุมชน ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ การอยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ จากจุดแข็งของบริษัทฯ ทำให้ทุกโครงการของ ALL ได้รับการการันตีด้วยยอดขาย ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งด้านสถานะทางการเงิน จะเห็นได้จากผลการดำเนินงาน ในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2559 – 2561 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม จำนวน 420 ล้านบาท, 714 ล้านบาท และ 2,343 ล้านบาท ตามลำดับ และในช่วงเวลาเดียวกันกลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 11 ล้านบาท, 81 ล้านบาท และ 343 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งจากอัตราการเติบโตของบริษัทฯ แสดงถึงสถานะทางการเงินและการเติบโตของบริษัทฯ ที่แข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ของบริษัทฯ มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 2.72 ในปี 2559 เป็นร้อยละ 54.50 ในปี 2561 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มบริษัท อยู่ในระดับที่ดีมาก จากผลตอบรับการเข้าร่วมรับฟังการนำเสนอข้อมูล สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนให้ความสนใจในธุรกิจของบริษัทฯ อีกทั้งยังเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจ และมองเห็นถึงศักยภาพที่จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต ทำให้มั่นใจว่า ในช่วงที่เปิดเสนอขายให้จองซื้อหุ้น ALL จำนวน 150 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.79% ของจำนวนหุ้นหลัง IPO มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท ได้ในช่วงปลายเดือนเมษายน จะได้กระแสตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ก่อนที่ ALL จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในเดือนพฤษภาคม
“การโรดโชว์ในที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะทั้งนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไป ได้ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังข้อมูลบริษัทฯ เป็นจำนวนมากถือเป็นแนวโน้มที่ดี เนื่องจากข้อมูลในเชิงพื้นฐานทางธุรกิจแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากแผนการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยให้ความสำคัญในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์บนพื้นที่แนวระบบขนส่งมวลชนหลักของกรุงเทพฯ เช่น BTS และ MRT และบนทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่งมีการออกแบบที่ทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ เน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน พื้นที่ใช้สอย พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งแวดล้อมที่ดี มุ่งเน้นการอยู่อาศัยได้จริง ในราคาที่จับต้องได้ รวมไปถึงการพิจารณาโอกาสการลงทุนซื้อขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างแล้วเสร็จจากผู้ประกอบการรายย่อย โดยปัจจุบันบริษัทมีการดำเนินโครงการ ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในเซกเมนต์ ซึ่งจากการวางกลยุทธ์ดังกล่าว จะทำให้ ALL ก้าวสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทที่วางไว้ ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก” นายเล็ก กล่าว
ด้าน นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ “ALL” กล่าวว่า ด้วยกระแสการตอบรับที่ดีจากกลุ่มนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนทั่วไป หลังจากที่มีการนำเสนอข้อมูลในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯ มีความมั่นว่า หุ้น IPO จำนวน 150 ล้านหุ้น ที่เตรียมเสนอขายในเร็วๆนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจาก ALL มีจุดแข็ง การเป็นผู้นำอสังหาฯ ที่สามารถตอบโจทย์ความหลากหลายด้านที่อยู่อาศัย โดยจะเห็นได้จาก กลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย ทั้งคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise และ High Rise ภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์ และ อิมเพรสชั่น รวมถึงทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ เดอะ วิชั่น ซึ่งเป็นโครงการที่พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทเอง และภายใต้กิจการร่วมค้าอีก 3 บริษัท คือ บริษัท ออลล์ อินสไปร์ - ฮูซิเออร์ สุขุมวิท 50 จำกัด (ALL Hoosiers) เพื่อพัฒนาโครงการ The Excel Hideaway Sukhumvit 50 ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise บริษัท เอเอชเจ เอกมัย จำกัด (AHJ Ekkamai) เพื่อพัฒนาโครงการ Impression Ekkamai ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแบบ High Rise และบริษัท เอจี ทองหล่อ 12 จำกัด (AG Thonglor) เพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมแบบ High Rise ย่านทองหล่อ
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ธุรกิจให้บริการเป็นตัวแทนและนายหน้าในการขายอสังหาริมทรัพย์สำหรับตลาดต่างประเทศ ดำเนินงานภายใต้ บริษัท ไทย ดี เรียลเอสเตท จำกัด (Thai D) ธุรกิจลงทุนและซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างแล้วเสร็จ ภายใต้ชื่อ “Rise Venture” ดำเนินงานภายใต้ บริษัท ไรส์ เอสเตท จำกัด (RISE) และธุรกิจให้บริการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุด ดำเนินงานภายใต้ บริษัท ออลล์ พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส จำกัด (ALL Prop) ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าว ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพความแข็งแกร่งของ ALL ในการเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร แบบ Total Real Estate Solutions ได้มากยิ่งขึ้น
“ALL เติบโตด้วยความแตกต่างอย่างมีสไตล์ โดยให้ความสำคัญกับ ราคา ทำเล และดีไซน์ ภายใต้แนวคิด “Class of Living : ชีวิตที่มีระดับ คือชีวิตที่คุณเลือกเอง” ทำให้ทุกโครงการของบริษัทฯ เป็นที่สนใจของกลุ่มลูกค้าและนักลงทุน โดยในปี 2561 มีรายได้รวม 2,343 ล้านบาท ซึ่งมาจากธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 1,978 ล้านบาท ธุรกิจนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 204 ล้านบาท และรายได้อื่น มูลค่า 161 ล้านบาท หรือคิดเป็น 84%, 9% และ 7% ตามลำดับ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมียอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) จำนวน 11 โครงการ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561 มูลค่าประมาณ 6,354 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป อีกทั้งยังมีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่รวม 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 18,250 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมไฮไรส์ (High Rise) จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ ทำเล ทองหล่อ 12 ทองหล่อ 16 และโครงการ อิมเพรสชั่น เอกมัย (Impression Ekkamai) โครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ (Low Rise) จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ ทำเลลาดพร้าว 62, 20 มิถุนาแยก 5 และลาซาล 83
อย่างไรก็ตาม จากแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ประกอบกับอัตราการเติบโตด้านผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ยิ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ และตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพ ของ ALL ในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ระดับชั้นนำของประเทศ สู่การสยายปีกต่อยอดธุรกิจจากการเตรียมเสนอขาย IPO และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถก้าวขีดจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั้นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน คู่ค้า และสถาบันการเงิน เพื่อต่อยอดการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ในอนาคต ตามนโยบายของ ALL ที่จะมุ่งเน้นการขยายธุรกิจ เพื่อสร้างผลการดำเนินงานให้มีความมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน และจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้มากขึ้น พร้อมทั้งจะมุ่งสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในบริษัทฯ
“ปัจจุบัน ALL มีทุนจดทะเบียนจำนวน 560 ล้านบาท และมีทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้วจำนวน 410 ล้านบาท หรือคิดเป็น 410 ล้านหุ้น โดยบริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ในการนำเงินระดมทุนที่ได้ จากการเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งนี้ ไปใช้เป็นเงินทุนเพื่อการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นหลัก ส่วนที่เหลือจะใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานในอนาคต” นายธนากร กล่าวทิ้งท้าย

Go To Lead


เฮเฟเล่ ชู Smart Home Experience งานสถาปนิก’62
บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและครัวเรือน พร้อมทั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ คุณภาพมาตรฐานเยอรมนี เตรียมขนไอเท็มนวัตกรรมสู่รั้วงานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและวัตถุก่อสร้างใหญ่ที่สุดในอาเซียน งานสถาปนิก’62 :กรีน อยู่ดี ภายใต้คอนเซ็ปต์ Smart Home Experience By H?fele รังสรรค์ Innovation Space นำเสนอรูปลักษณ์สินค้ายุคใหม่ ผสานที่สุดแห่งนวัตกรรม ตอบทุกโจทย์ความต้องการ ให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น ด้วยสารพัดไอเดีย ด้วยนวัตกรรมมาตรฐานเยอรมนี ไม่ว่าจะเป็น H?fele Connect ระบบควบคุมแสงสว่างอิสระไร้สาย ออกแบบบรรยากาศสุดสมบูรณ์แบบ ดีไซน์แสงสีได้ด้วยมือคุณเอง Smart Toilet สู่มิติใหม่แห่งความผ่อนคลาย ด้วยระบบอัตโนมัติจากห้องน้ำอัจฉริยะ Smart Lock ควบคุมทุกการเปิด-ปิด คอนโทรลได้ทุกระยะทางด้วย H?fele Access App พร้อมตื่นตาไปกับศูนย์รวมสินค้าเพื่อบ้านและอาคารชั้นนำระดับโลก รวมไว้ในที่เดียว ทั้ง มือจับก้านโยก Door Closer, โช้คประตู GEZE, ฮาร์ดแวร์ HAWA, อ่างล้างและคิทเช่นแวร์ Blanco, เฟอร์นิเจอร์ Kesseb?hmer, บานเลื่อน Slido, ฝักบัวและสุขภัณฑ์ hansgrohe, รวมไปถึง เตาฝังอินดักชั่น และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย
H?fele Smart Home Experience เป็นการพรีเซนต์ไลฟ์สไตล์ Next-Gen Living รวบรวมทั้งดีไซน์ที่สวยงาม ฟังก์ชันที่ครอบคลุม และประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือกว่า ไว้ในนวัตกรรมชิ้นเดียว พร้อมร่วมพูดคุยและแชร์สตอรี่ความพิเศษของ Smart Home Experience ไปกับแบรนด์แอมบาสเดอร์คนพิเศษ “คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ” ร่วมค้นหาประสบการณ์การใช้ชีวิต ในแบบที่เป็นตัวเองกับเฮเฟเล่ ได้ที่งานสถาปนิก’62 ณ บริเวณพื้นที่จัดแสดง HAFELE BOOTH หมายเลข S210 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 เมษายน - 6 พฤษภาคม 2562

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com