Auto
Hot News: นิสสัน 'บริการ'มาตรฐานระดับโลกศูนย์ HPC
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
นิสสัน 'บริการ'มาตรฐานระดับโลกศูนย์ HPC
นายพิสิทธิ์ จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม นิสสัน กรุงไทย จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์ NHPC แห่งนี้ มีบริการครบวงจร ทั้งการบำรุงรักษาด้านเทคนิค และบริการด้านสีและตัวถัง มีเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการตรวจเช็คและซ่อมบำรุงนิสสัน จีที-อาร์ โดยเฉพาะ ช่างที่ดูแลรถจะถูกฝึกอบรมโดยตรงจากนิสสัน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะ ความชำนาญพร้อมที่จะให้บริการโดยตรง และในส่วนของบริการซ่อมสีและตัวถัง ก็มีอุปกรณ์ครบครัน เนื่องจากนิสสัน จีที-อาร์ มีสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ จำเป็นต้องมีการผสมสีที่แม่นยำ เพื่อให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานของนิสสัน
“ศูนย์ของเราผ่านการตรวจสอบคุณภาพทั้ง 3 ด้าน คือ อุปกรณ์เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน สถานที่ที่พร้อมให้บริการ มีความสะอาดปลอดภัย และช่างที่มีความรู้ความเข้าใจผ่านการอบรมทั้งด้านเทคนิคและบำรุงรักษาดูแลรถมาแล้วอย่างดี การได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ให้บริหารศูนย์ NHPC จึงเป็นความภูมิใจของเรา และเราพร้อมจะส่งต่อบริการคุณภาพระดับโลกให้แก่ลูกค้าทุกราย” นายพิสิทธิ์ กล่าว
สำหรับคนที่มี“นิสสัน จีที-อาร์” ไว้ในครอบครอง การดูแลรถอย่างดีเป็นเรื่องสำคัญ และคงไม่มีใครดูแลซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่ถือได้ว่าเป็นรถระดับตำนานในสนามแข่งมาเกือบ 60 ปีคันเก่งได้ดีไปกว่าศูนย์ Nissan High Performance Center (NHPC) ที่มีทั้งเครื่องมือครบครันและช่างที่มีความชำนาญและถูกฝึกมาเพื่อให้ดูแลจีที-อาร์โดยเฉพาะ แฟนพันธุ์แท้รถยนต์คงทราบกันว่า จีที-อาร์ เป็นรถยนต์ที่สร้างประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งให้กับวงการแข่งรถตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 จากการเป็นม้านอกสายตาที่ไม่มีใครสนใจ กลับกล้าท้าแข่งและเอาชนะแชมป์เก่าในรายการแข่งขันระดับนานาชาติได้อย่างที่ไม่มีใครคาดฝัน ด้วยพลังกว่า 600 แรงม้าของเครื่องยนต์ที่เป็นสุดยอดนวัตกรรมจากนิสสัน ด้วยความแข็งแกร่งเอาชนะในทุกรายการที่ลงแข่ง และครองตำแหน่งต่อเนื่องหลายปี ทำให้สื่อชั้นนำของโลกถึงกับขนานนามรถรุ่นนี้ว่าเป็น “ก๊อดซิลล่า” มอนสเตอร์ทรงพลังที่ยากจะหาใครมาล้มได้
นอกจากนี้ นิสสัน จีที-อาร์ ยังเป็นเหมือนงานศิลปะที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยความประณีตทั้งภายนอก ภายใน มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม เป็นเอกลักษณ์ ใช้วัสดุคุณภาพสูงที่คัดสรรมาอย่างดี และหัวใจของนิสสัน จีที-อาร์ คือเครื่องยนต์ทรงพลังที่ผลิตด้วยมือทุกชิ้นโดยนายช่างผู้ชำนาญมากด้วยประสบการณ์ การดูแลรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่ทรงพลัง เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยี ต้องอาศัยเครื่องมือที่ทันสมัย ช่างที่มีความรู้และความชำนาญ และสถานที่ที่เหมาะสม ศูนย์ NHPC จึงเกิดขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ สำหรับในประเทศไทย สยามนิสสัน กรุงไทย เป็นดีลเลอร์หนึ่งเดียวที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการและได้รับการรับรองจากนิสสันให้เป็นผู้ให้บริการศูนย์ NHPC แห่งนี้บนถนนรามอินทรา

Go To Lead


“Future Energy Asia and Future Mobility Asia 2024”
นายมาร์คัส เมกี รองประธานบริษัท ดีเอ็มจี อีเว้นท์ โกลบอลล์ เอนเอร์ยี ภูมิภาคเอเชีย เปิดเผยว่า จากข้อมูลของ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ว่าการใช้พลังงานของโลกจะเพิ่มขึ้นเกือบ 50% ระหว่างปี 2018 ถึง 2050 และภูมิภาคเอเชียเป็นผู้มีบทบาทสำคัญทั้งด้านการผลิตและความต้องการในการใช้พลังงาน เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และมีการศึกษาวิจัยนวัตกรรมใหม่ๆ เกี่ยวกับพลังงานเป็นปัจจัยสนับสนุน ดังนั้น ความร่วมมือด้านพลังงานในระดับภูมิภาคจึงเป็นวาระสำคัญที่ทุกประเทศให้ความสนใจ และมองหาแพลตฟอร์มที่จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจและนโยบายด้านพลังงานในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการมุ่งไปที่เป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอน
“ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคในฐานะการจัดการที่สะท้อนถึงความร่วมมือในระดับสากล และในปีนี้ ประเทศไทยเตรียมจัดมหกรรมยิ่งใหญ่ด้านพลังงาน ในงาน Future Energy Asia & Future Mobility Asia 2024 หรืองานประชุมด้านพลังงานและนวัตกรรมยานยนต์แห่งภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 แล้วสำหรับงาน Future Energy Asia และจัดเป็นครั้งที่ 3 สำหรับงาน Future Mobility Asia พร้อมด้วยการผนึกกำลังกับพันธมิตร และรวบรวมผู้แสดงสินค้าและบริการกว่า 350 ราย จากทั่วโลก มาร่วมนำเสนอผลงานนวัตกรรมด้านพลังงานและยานยนต์ที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น นวัตกรรมด้านพลังงาน ยานยนต์แห่งอนาคต และการประชุมสุดยอดผู้นำทางอุตสาหกรรมพลังงาน”
นายมาร์คัส กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในงาน Future Energy Asia & Future Mobility Asia 2024 มุ่งเน้นไปที่ภูมิทัศน์ด้านพลังงานของเอเชีย ซึ่งประกอบด้วย การดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) พลังงานจากไฮโดรเจนและแอมโมเนีย พลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีที่ควบคุมหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climatetech) ห่วงโซ่อุปทานและการขนส่งทางทะเล โดยมีธีมหลักคือการลดการปล่อยคาร์บอนผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสภาพภูมิอากาศ และยังมีการจัดการประชุม แลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อผลักดันนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมจากผู้นำกว่า 500 คน นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดในปีนี้ คือ Future Energy Club ซึ่งเป็พื้นที่วีไอพีที่มุ่งเน้นธุรกิจเฉพาะ เพื่อเชื่อมโยงผู้นำในอุตสาหกรรมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน นักสร้างสรรค์ นักลงทุน และผู้มีอำนาจตัดสินใจ เป็นพื้นที่เครือข่ายที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้การเจรจาสำเร็จลุล่วงด้วยดี
งาน Future Energy Asia & Future Mobility Asia 2024 มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแบ่งปันความรู้ กลยุทธ์ และนวัตกรรมที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภูมิภาคเอเชีย ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่ทำให้ประชาคมโลกสามารถเข้าถึงการเปลี่ยนผ่านห่วงโซ่คุณค่าของพลังงานในภูมิภาค ก่อให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมพลังงานและยานยนต์ในประเทศ ทั้งนี้ ความสำเร็จของงาน Future Energy Asia & Future Mobility Asia 2023 ที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 200 ราย จาก 70 ประเทศทั่วโลก และมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 17,458 คน จาก 70 ประเทศทั่วโลก โดยเป็นงานที่รวบรวมผู้ทรงอิทธิพลด้านอุตสาหกรรมพลังงานที่ครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่การต้นน้ำถึงปลายน้ำ ความยิ่งใหญ่ของการจัดงาน Future Energy Asia & Future Mobility Asia 2024 ในปีนี้ คือการสะท้อนให้เห็นถึงการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมสร้างความแข็งแกร่งทางพลังงานด้วยกัน โดยระหว่างวันที่ 15-17 พฤษภาคม 2567 จะมีการจัดประชุม Energy Regulators Forum (ERF) และการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการด้านพลังงานระหว่างประเทศ (ERC Forum 2024) อีกด้วย
นายอโศก บาร์กาวา กรรมการที่ปรึกษากลยุทธ์ สมาคมกำกับพลังงานระดับภูมิภาค (Energy Regulators Regional Association : ERRA) เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของหน่วยงานกำกับดูแลด้านพลังงานในช่วงเปลี่ยนผ่านว่า หน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลด้านพลังงานควรปกป้องประสิทธิภาพของระบบและตลาดของพลังงานสมัยใหม่ โดยสร้างความสมดุลระหว่างผู้ประกอบการ นวัตกรรม และการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่ง ERRA เป็นเวทีหารือที่สำคัญในระดับสากลเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practice) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวข้อที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะนำวาระด้านกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับกิจการพลังงานจาก 48 ประเทศที่เป็นสมาชิก มาร่วมงาน Future Energy Asia Exhibition and Summit ในปี 2567 นี้
ด้าน รศ. สุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวถึง วัตถุประสงค์ในการจัดประชุมสัมมนาเชิงวิชาการด้านพลังงานระหว่างประเทศ (ERC Forum 2024) ที่จะจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2567 ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากภาวะโลกร้อน มีส่วนสำคัญที่เปลี่ยนฉากทัศน์ด้านพลังงานจากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ ซึ่งกระแสดังกล่าวนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ไปทั่วโลก เป็นความท้าทายของทุกประเทศในการบรรลุเป้าหมาย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593 เพื่อร่วมมือกันรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับก่อนการปฎิวัติอุตสาหกรรม
"การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนำมาทั้งโอกาสและความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน การเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม และสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมต่อกิจการพลังงานของประเทศไทยโดยรวม จึงเป็นที่มาของการจัดการประชุม ERC Forum 2024 เพื่อเป็นเวทีประชุมหารือและแลกเปลี่ยนแนวคิด ข้อมูล และแนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practices) สำหรับการพัฒนานโยบายและกฎระเบียบการกำกับกิจการพลังงานของประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน" รศ. สุธรรม กล่าว ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน Future Energy Asia and Future Mobility Asia 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 - 17พฤษภาคม 2567 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สามารถลงทะเบียนได้ที่https://www.futureenergyasia.com/delegateregistration/ สำหรับตัวแทนองค์กร และที่ https://www.futureenergyasia.com/visitor-registration/ สำหรับบุคคลทั่วไป ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่าน https://www.futureenergyasia.com/ และช่องทางโซเชียลมีเดีย @futureenergyasia

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com