Editorial/Article
Hot News: จับตา! ทีมไทยแลนด์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English

บทบรรณาธิการ
จับตา! ทีมไทยแลนด์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
เมื่อการเลือกตั้งสิ้นสุด และมีการประกาศคะแนนผู้ได้รับการเลือกตั้ง เป็นตัวแทนในแต่ละเขต พื้นที่จังหวัดต่างๆ
ขณะนี้พรรคที่ได้คะแนนเสียงตัวแทนมากที่สุด ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม เป็นต้น
คาดว่าแต่ละพรรคบิ๊กๆ คงมีการพูดคุยตกลงกันแล้ว และคงจะได้รัฐบาลใหม่เร็วๆนี้ เพื่อให้การบริหารประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้า
เราได้แต่หวังว่า รัฐบาลใหม่คงจะคัดคนที่มีคุณภาพ มาบริหารประเทศ ในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่ หนี้ครัวเรือนต่างๆ ฝุ่นพิษ โรคภัยมากมาย ภัยพิบัติรุนแรง และสภาพดินฟ้าอากาศแปรปรวน ปัญหาสงครามชายแดน เป็นต้น
ดังนั้น หากเราได้คนที่มาบริหารประเทศ ด้วยหัวใจที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ ลดการรักพวกพ้อง ลดการกอบโกย บริหารงานอย่างโปร่งใส
บ้านเมืองก็จะสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ และที่สำคัญคนไทยก็ต้องใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
เนื่องจากปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ มีหนี้สินท่วมตัว หนี้ครัวเรือนมีตัวเลขพุ่งสูงขึ้น สาเหตุจากผลกระทบตั้งแต่วิกฤต COVID คนตกงาน รายได้ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
ฉะนั้น ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ใครจะเป็นผู้บริหารประเทศ ขอให้คนไทยสวมหัวใจสู้ชีวิต พึ่งตนเองก่อนหวังพึ่งคนอื่น ในยุคนี้

editorial@iclicknews.com


บทความวิชาการ
กรณีศึกษา "สงครามข่าว" Fake News
ผ่านสื่อออนไลน์-สื่อสังคม ผู้รับสารต้องรู้เท่าทันสื่อ

อ. กฤติกา นพรัตน์

กรณีศึกษาเรื่องราวของสงครามข่าว ทั้งสื่อออนไลน์ และสื่อสังคม Social Media ระบาดไปทั่วโลก ยิ่งในช่วงภาวะสงคราม สงครามข่าวปลอม Fake News เนื้อหาเบิดเบือน(disinformation) ข่าวสร้างกระแส มีการนำเสนอในสื่อดังกล่าวมากขึ้นทุกวัน ส่งผลให้ผู้รับสารที่รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ภาพ และเสียง ผ่านทั้งสื่อออนไลน์ และสื่อสังคม Social Media ต้องตระหนักรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นจริง
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ (The National Press Council of Thailand) ได้กำหนดแนวปฏิบัติ เรื่องการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของสื่อมวลชน ปี พ.ศ.2553‘สื่อสังคมออนไลน์’ (Social Media) หมายถึง ช่องทางการสื่อสารผ่านเว็บไซต์ และโปรแกรมประยุกต์บนสื่อใดๆ ที่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้ใช้สามารถสื่อสารเนื้อหา อาทิ x.com, facebook.com, youtube.com, weblog ต่าง ๆ
กรณีข่าวปลอม fake News ช่วงสงครามชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เนื้อหาบิดเบือน ไม่ตรงความจริง ทั้งจากผู้นำฮุนเซน ลูกชายฮุน มาเนต" และพลโทมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ตอบโต้ไทยจากเหตุกัมพูชายิงระเบิดขนาด 40 มม. ใกล้ฐานทัพไทย ลั่น ไม่เป็นความจริง ชี้เป็นความพยายามสร้างความตึงเครียดตามแนว... ภายใต้การบริหารงานของ นายเพน โบนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าโฆษกรัฐบาลกัมพูชา รวมทั้งเหล่าทหาร ชาวบ้าน บางส่วนของกัมพูชา ใช้ข่าวปลอม fake News เป็นอาวุธรายงานข่าวเป็นประจำ ในยุคข้อมูลข่าวสารท่วมท้นโลกออนไลน์
สงครามข่าวสารในช่วงภาวะสองประเทศ เกิดเหตุขัดแย้ง ข้อพิพาทต่างๆ เป็นยุทธวิธีที่มีความสำคัญ ทั้งในเชิงจิตวิทยา และการชักจูงมวลชน ให้คล้อยตามตัวเอง เมื่อเรากำลังเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง และข้อพิพาท ในพื้นที่ชายแดน กัมพูชา ‘อาวุธ’ ชนิดหนึ่งที่ถูกงัดขึ้นมาใช้ ก็คือการทำปฏิบัติการข่าวสาร หรือ Information Operations องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในการทำไอโอช่วงสงคราม คือ การทำโฆษณาชวนเชื่อ ข่าวปลอม (fake news) และเนื้อหาบิดเบือน (disinformation) จำนวนมาก เพื่อปลุกขวัญกำลังใจของคนในชาติตัวเอง และสร้างแรงจูงใจให้คนชาติอื่นสนับสนุนฝ่ายตัวเอง สงครามข่าวสารในยุคออนไลน์ สู้กันทุกช่องทาง ทั้งสื่อออนไลน์และสื่อสังคม Social Media
ดังนั้น ผู้รับสารต้องมีการกลั่นกรอง และตรวจสอบ ข้อเท็จจริงก่อน เสมอ กรณีวันที่ 24 กรกฎาคม ที่มีเหตุปะทะกันที่ชายแดน ไทย กัมพูชา - มีข่าวปลอม หรือ fake news เผยแพร่ออกมามากมาย และ เราไม่ควรเชื่อ ข้อความเหล่านี้ เพราะมีการตรวจสอบแล้วว่า "ไม่เป็นความจริง"
กรณี ข่าวปลอม Fake News สถานการณ์ปะทะไทย-กัมพูชา กองทัพกัมพูชาแข็งแกร่งมาก ขณะนี้ได้โจมตีผลักดันผู้รุกรานชาวไทยออกจากปราสาทตาควายแล้ว และควบคุมปราสาทตาควายไว้ได้ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ เวลา 18.45 DAP NEWS เผยแพร่ ทหารไทยเสียชีวิต 40 นาย ถูกจับกุม 30 นาย เวลา 21.00 : Khmer News เผยแพร่ "คืนนี้บริเวณภูเขาผี ทหารไทยยังคงยิงปะทะเข้ามาในพื้นที่ของเราอย่างต่อเนื่อง ส่วนปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และบริเวณมุมเบย เราควบคุมได้เต็ม 100% แล้ว
กองทัพกัมพูชายิงเครื่องบินรบไทยตก ทหารไทยยอมจำนนต่อรอง กองกำลังกัมพูชาควบคุมวัดท่ากระบี่ได้เต็มรูปแบบ ขับไล่ทหารไทยออก ทหารไทยเข้ายึดพื้นที่ปราสาทพระวิหารและวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ที่เคยเป็นของไทยได้สำเร็จแล้ว และขณะนี้ทหารไทยพร้อมอาวุธหนัก ได้ตรึงกำลังอยู่บริเวณรอบพื้นที่
ข่าวเหล่านี้ได้รับการตรวจสอบจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย Anti-Fake News Center Thailand แล้ว และไม่ใช่ข่าวจริงทั้งสิ้น
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ปี พ.ศ.2568 พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นายเพน โบนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชา-ไทย โดยระบุว่า “กัมพูชายังคงปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวาอย่างเคร่งครัด พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาการวางทุ่นระเบิดใหม่” นั้น
ถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอีกเช่นเคย เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุกำลังพลไทยเหยียบกับระเบิด ตั้งแต่ 16 ก.ค. ปี พ.ศ.2568 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 5 ครั้ง (รวมการปะทะในพื้นที่ปราสาทตาควาย) เป็นพื้นที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (T-MAC) เคยเก็บกู้และเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563–2565 โดยไม่เคยตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 มาก่อน
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม –12 สิงหาคม ปี พ.ศ. 2568 กองทัพบกได้รับรายงานการตรวจพบทุ่นระเบิด PMN-2 ในสภาพใหม่และพร้อมใช้งาน ภายในเขตอธิปไตยไทย ทั้งในจุดเกิดเหตุที่กำลังพลได้รับบาดเจ็บ และจากการตรวจพบในพื้นที่ตามแนวชายแดน รวมทั้งสิ้น 41 ทุ่น สะท้อนให้เห็นว่ากัมพูชายังคงใช้ทุ่นระเบิดเป็นอาวุธคุกคามฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง
โฆษกกองทัพบก ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความพยายามลอบทำร้ายฝ่ายไทย ผ่านการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในเขตประเทศไทย อีกทั้งยังมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายแสดงให้เห็นทหารกัมพูชาถือพวงทุ่นระเบิด PMN-2 ไว้จำนวนมาก บริเวณด้านหน้าปราสาทตาควาย ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และละเมิดพันธกรณีตามอนุสัญญาออตตาวา รวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
สำหรับประเด็นที่หัวหน้าโฆษกรัฐบาลกัมพูชาอ้างถึงข้อตกลงการประชุม GBC เรื่องการห้ามเคลื่อนย้ายกำลังหรือลาดตระเวนเกินจุดประจำการนั้น กองทัพบกยืนยันว่าหน่วยทหารของไทยยังไม่มีการเพิ่มเติมกำลัง ส่วนการดำเนินการต่างๆ ก็อยู่ภายในขอบเขตดินแดนประเทศไทย แต่กลับเป็นฝ่ายกัมพูชาที่มีเจตนาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ด้วยการลักลอบนำทุ่นระเบิดเข้ามาวางในขอบเขตดินแดนประเทศไทย เพื่อมุ่งหวังทำร้ายฝ่ายไทย จนทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายครั้ง รวมถึงการบิดเบือนข่าวสารด้วยการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ
มีข้อสังเกตว่า หากฝ่ายกัมพูชาจริงใจต่อการแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิด ควรแสดงออกที่ชัดเจนด้วยการตอบรับข้อเสนอฝ่ายไทย กรณีการร่วมกันแก้ปัญหาทุ่นระเบิด เมื่อครั้งการประชุมเวที GBC ที่ผ่านมา
พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เชื่อว่าการให้ข้อมูลเท็จของฝ่ายกัมพูชาในเรื่องการแอบนำทุ่นระเบิดมาใช้คุกคามฝ่ายไทยนั้น อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของกัมพูชาในสายตาชาวโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศภาคีสมาชิกอนุสัญญาออตตาวา เนื่องจากกัมพูชาเป็นประเทศที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนในการเก็บกู้ทุนระเบิดจากนานาประเทศต่อปีเป็นจำนวนเงินมหาศาล แต่กลับนำเงินเหล่านั้นมาใช้ผิดวัตถุประสงค์
ถ้าเป็นไปได้อยากให้กลุ่มประเทศผู้สนับสนุนเงินทุนให้แก่กัมพูชาสำหรับใช้ดำเนินงานด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ โดยเฉพาะการที่กัมพูชาแอบนำทุ่นระเบิดเหล่านั้นมาเป็นอาวุธ ทำร้ายฝ่ายไทย ซึ่งก็เป็นหนึ่งในภาคีสมาชิกอนุสัญญาออตตาวาเช่นกัน
“ถ้าคิดว่ามันใช่ อย่าปล่อยผ่าน ช่วยแชร์ ช่วยโพสต์ให้โลกรู้”
ส่วน เพจกองทัพบก ทันกระแส โพสต์คลิปวีดีโอ พร้อมข้อความ “ถ้าคิดว่ามันใช่ อย่าปล่อยผ่าน ช่วยแชร์ ช่วยโพสต์ให้โลกรู้”
ทั้งนี้ ในคลิปวีดีโอ ปรากฏภาพทหารกัมพูชา สวมกางเกงลายพราง เสื้อยืดคอกลมสีเขียว รองเท้าแตะ กำลังวางทุ่นระเบิดและเอาดินกลบ ในพื้นที่ที่ทหารไทยลาดตระเวน คาดว่าเป็นระเบิด PMN-2 โดยมีเพื่อนทหารกัมพูชาถ่ายคลิปไว้ ซึ่งคลิปนี้ลงวันที่ 21 กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2568
ขณะที่เพจ SMART Soldiers Strong ARMY โพสต์คลิปภาพ พร้อมข้อความว่า กัมพูชาละเมิดอีกแล้ว วานนี้(13 ส.ค.ปี พ.ศ.2568) เวลา 19.56 น. หน่วยในพื้นที่รายงานตรวจพบ โดรน 20 ลำ บินจากเขาพนมประสิทธิโส มุ่งหน้าสัตตะโสม นี่คือการละเมิดข้อตกลงระหว่างไทย–กัมพูชาอย่างชัดเจน
พลโทมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า กรณีระเบิดตกพื้นที่ผลาญหินแปดก้อน ไม่เป็นความจริง ยืนยันแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกองทัพไทย และไทยยอมรับแล้วว่า รายงานดังกล่าวเป็นเท็จ พร้อมชี้แจงว่า กองบัญชาการทหารภาคที่ 4 ของกัมพูชายืนยันว่า ทีมประสานงานได้ติดต่อกับฝ่ายทหารภาคที่ 2 ของไทยเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าสถานการณ์ที่สื่อไทยรายงานนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง
พลโทมาลี ยังเน้นย้ำว่า กัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปี พ.ศ.2568 ของการประชุมพิเศษครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา-ไทย (GBC) รวมถึงข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ ข้อตกลงเหล่านี้มีบทบัญญัติเพื่อต่อต้านข่าวปลอม เพื่ออำนวยความสะดวกให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ สันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยในระยะยาวตามแนวชายแดน เธอยังได้บอกไปถึงให้สื่อกัมพูชา อย่าเผยแพร่ข่าวปลอมที่ตีพิมพ์โดยสื่อไทย
ดังนั้น ในยุคข้อมูลข่าวสารท่วมท้น สื่อมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง และเที่ยงธรรม ยิ่งในกรณีภาวะปัญหาชายแดนระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา บางพื้นที่เป็นพื้นที่ซึ่งมีปัญหาทับซ้อนมาหลายสิบปี ต้องระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เนื้อหาข่าว ภาพ และคลิปวิดีโอ การนำเสนอทุกครั้งควรมีการตรวจสอบ เช็ค ที่มาแหล่งข้อมูลว่าถูกต้อง เป็นจริง หรือไม่?
ทฤษฎี Gatekeeper คือ แนวคิดผู้ทำหน้าที่ "คัดกรอง" และ "เลือก" ข้อมูลที่จะเผยแพร่สู่สาธารณะ โดยผู้ที่ทำหน้าที่ เช่น นักข่าว บรรณาธิการ หรือแม้แต่แพลตฟอร์มสื่อต่างๆ จะเป็นด่านแรกในการตัดสินใจว่าข่าวสารใดควรถูกนำเสนอหรือไม่ ทฤษฎีนี้มีต้นกำเนิดจากนักจิตวิทยาสังคมชื่อ เคิร์ต ลูวิน (Kurt Lewin): 2493 ปัจจุบันได้ขยายขอบเขตไปถึงการสื่อสารบนอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมด้วย
ส่วนข่าวปลอม Fake News หรือเนื้อหาบิดเบือน ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากนำเสนอผิดพลาด ต้องรีบแก้ไขและชี้แจงว่าเป็นข่าวปลอม Fake News หรือเนื้อหาบิดเบือน จากประเทศคู่กรณี รวมทั้งภาพข่าวที่ดูสยดสยอง อย่างกรณี ทหารโดนระเบิดขาขาด แขนขาด ต้องระมัดระวังในการนำเสนอข่าว ภาพข่าว หรือคลิป วิดีโอ Clip Veio หรือการถ่ายทอดสดแบบสตรีมมิ่ง Live
อ. กฤติกา นพรัตน์ (2560) ทำการวิจัยพบว่า ผู้สื่อข่าวมีความเห็นว่าการนำเสนอข่าวและภาพอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรมและขาดความรับผิดชอบต่อสังคมมากที่สุด จำนวน 300 ตัวอย่าง ร้อยละ 75.0 ข่าวและภาพสยดสยอง จำนวน 68 ตัวอย่าง ร้อยละ 17.00 ตีแผ่ข้อมูลกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จำนวน 36 ตัวอย่าง ร้อยละ 9.00
กรณีเรื่องปัญหาข้อขัดแย้ง ข้อพิพาทระหว่างสองประเทศ เป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อน ต้องใช้ความรู้รอบด้านหลายมิติ ทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การเมืองระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ ความมั่นคง เศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ สาธารณสุข เทคโนโลยีและนวัตกรรม ดังนั้น สื่อดั้งเดิม สื่อออนไลน์ และสื่อสังคม Social Media และสื่อดิจิทัล จึงต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง ชัดเจน และมีจริยธรรม เพื่อประโยชน์ต่อผู้รับสารในยุคนี้
เอกสารอ้างอิง :
กฤติกา นพรัตน์ (2560) งานวิจัย เรื่อง วิเคราะห์ความพึงพอใจของสื่อมวลชนในการรายงานข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์ สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media )และสื่อดิจิทัล
Kurt Lewin: 2493 ทฤษฎี Gatekeeper (ผู้เฝ้าประตู)
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ (The National Press Council of Thailand)แนวปฏิบัติ เรื่องการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของสื่อมวลชน ปี พ.ศ.2553
เว็บไซต์ :
https://ch3plus.com/news/international/morning/456663
https://www.msn.com/th-th/news/other
https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/858982
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2912673

kritnop@siam.edu


[ENGLISH] 
พันธมิตรสึ่อ

Online NewsTime       The Nice Brand.com

  --  
iClickNews.com