Finance/share
Hot News: กูรู 'แนะ'เทคนิค บริหาร ธุรกิจ
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
กูรู 'แนะ'เทคนิค
บริหาร ธุรกิจ
KBank Private Banking ผู้ให้บริการที่ปรึกษาการบริหารทรัพย์สินภายในครอบครัวครบวงจร ถอดบทเรียนจากซีรีส์เกาหลี เผย 4 เทคนิค ยุติศึกชิงธุรกิจครอบครัว “วางแผน-กำหนดกติกา-สร้างการมีส่วนร่วม-บริหารอย่างมืออาชีพ”
นายพีระพัฒน์ เหรียญประยูร Managing Director, Wealth Planning and Non Capital Market Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า สิ่งที่มาควบคู่กับธุรกิจครอบครัว ก็คือความอ่อนไหวและความเคยชินในการเป็นสมาชิกครอบครัว การข้ามผ่านความเป็นครอบครัวไปสู่การบริหารธุรกิจอย่างมืออาชีพจึงเป็นเรื่องยากสำหรับหลายๆ ครอบครัว แต่ก็ไม่ใช่ว่าการก้าวผ่านความเป็นธุรกิจครอบครัวจะไม่สามารถทำได้ ในประเทศไทยเองก็มีหลายธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จและสามารถส่งต่อธุรกิจกันมาหลายต่อหลายรุ่น
เรื่องราวประเด็นปัญหาของการส่งต่อธุรกิจ ได้ถูกนำมาถ่ายทอดเป็นซีรีส์เกาหลีที่ได้รับความนิยม เล่าเรื่องเกี่ยวกับตระกูลมหาเศรษฐีที่บริหารธุรกิจกันโดยสมาชิกในครอบครัว สะท้อนให้เห็นถึงปมปัญหาธุรกิจครอบครัวที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรุ่นพ่อไปสู่รุ่นลูก โดยที่พ่อยังยึดมั่นในธรรมเนียมดั้งเดิมที่ต้องการส่งต่อธุรกิจให้กับลูกชายคนโต เมื่อเกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรม พี่น้องจึงพร้อมแย่งชิงธุรกิจและทรัพย์สมบัติกันเองจนแทบไม่เหลือความเป็นครอบครัว
KBank Private Banking ได้ถอดบทเรียนจากซีรีส์เกาหลี สรุปปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การส่งต่อธุรกิจครอบครัวประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 4 ประการได้แก่ “วางแผน-กำหนดกติกา-สร้างการมีส่วนร่วม-บริหารอย่างมืออาชีพ” โดยมีรายละเอียด ดังนี้ วางแผน สมาชิกในครอบครัวต้องร่วมกันกำหนดเป้าหมาย และร่วมกันวางแผนเพื่อให้สามารถเดินไปถึงเป้าหมายนั้นได้ ซึ่งนอกจากจะต้องวางแผนในเชิงธุรกิจแล้ว ระบบการจัดการภายในเป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ดังนั้น ครอบครัวที่ประสบความสำเร็จจึงต้องมีการตั้งเป้าหมาย วิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของครอบครัว วางแผน และลงมือปฏิบัติเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้ เช่น ตั้งเป้าหมายให้ผลิตภัณฑ์ของครอบครัวเป็นสินค้าระดับโลก ธุรกิจครอบครัวจะต้องมีการปรับตัวอย่างไร สมาชิกต้องมีบทบาทและหน้าที่อะไรบ้าง สิ่งใดเป็นข้อดี สิ่งใดที่ยังขาด จะต้องมีการนำเรื่องเหล่านี้มากำหนดเป็นแผน และทำให้สมาชิกทุกคนเข้าใจตรงกัน เป็นต้น
กำหนดกติกา สมาชิกครอบครัวจะต้องมีการกำหนดกติกาต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ลดความขัดแย้ง โดยสมาชิกจะต้องรับรู้ถึงบทบาท สิทธิและหน้าที่ของตนเอง รวมถึงผลประโยชน์ที่สมาชิกครอบครัวแต่ละคนจะได้รับ ซึ่งหากเป็นการตกลงร่วมกัน จะช่วยลดความรู้สึกไม่เป็นธรรม นอกจากกติกาแล้ว การบริหารจัดการยังจะต้องแยกเสาหลักของการจัดการ “ธุรกิจ” และ “ครอบครัว” ออกจากกัน แต่ยังต้องมีความเชื่อมโยงซึ่งประสานประโยชน์ระหว่างสองเรื่องนี้ได้ เช่น การบริหารจัดการธุรกิจอาจทำเป็นระบบเช่นเดียวกับองค์กรธุรกิจทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันการตัดสินใจในฐานะผู้ถือหุ้น การปันผลเพื่อประโยชน์ของสมาชิกในครอบครัว ยังคงเป็นเรื่องภายในครอบครัว เป็นต้น
สร้างการมีส่วนร่วม สมาชิกในครอบครัวไม่จำเป็นต้องเข้าไปมีส่วนในการดำเนินธุรกิจหรือระบบการจัดการภายในครอบครัวทุกคน แต่สิ่งสำคัญคือการยึดถือและมีส่วนร่วมในการปฏิบัติตามกติกาที่ครอบครัวได้ตกลงร่วมกันไว้ นอกจากนี้ การสื่อสารภายในครอบครัวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสร้างความเข้าใจ ลดความเคลือบแคลงที่อาจเกิดเป็นปัญหาผิดใจกัน และส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้ ในปัจจุบัน หลายๆ ครอบครัวจะมีการจัดกิจกรรมระหว่างสมาชิกครอบครัวในรุ่นต่างๆ เพื่อให้คนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น ลูกพี่ลูกน้อง ป้าหลาน ปู่ย่าตายาย มีความใกล้ชิดกัน ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีในแง่ของความสัมพันธ์ในครอบครัวแล้ว ยังจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจครอบครัวมีความเข้มแข็ง
บริหารอย่างมืออาชีพ หนึ่งในการข้ามผ่านความเป็นธุรกิจครอบครัวคือการบริหารอย่างมืออาชีพ บางครอบครัวอาจมีข้อตกลงร่วมกันที่จะว่าจ้างผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาบริหารธุรกิจครอบครัว เพื่อทำให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ บางครอบครัวอาจจะยังให้สมาชิกในครอบครัวบริหารเองอยู่ แต่ก็จำเป็นจะต้องเรียนรู้ทักษะและประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อให้มีความพร้อมในการบริหารมากขึ้น นอกจากตัวบุคคลแล้ว โครงสร้างของธุรกิจครอบครัว จะต้องมีการจัดระบบที่สามารถรองรับการบริหารอย่างมืออาชีพได้แทนการบริหารจัดการธุรกิจแบบครอบครัวอย่างเดิม
“สำหรับการส่งมอบบริการบริหารจัดการทรัพย์สินครอบครัว KBank Private Banking นำประสบการณ์และองค์ความรู้กว่า 225 ปีที่ได้รับถ่ายทอดจาก Lombard Odier ซึ่งยังเป็นธุรกิจครอบครัวที่ส่งต่อกันมาถึง 7 รุ่นด้วยกัน ทำให้สามารถส่งมอบบริการที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพย์สินครอบครัวได้อย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้ทุกครอบครัวสามารถวางแผนและดำเนินการบริหารธุรกิจครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างการเติบโตให้สินทรัพย์ครอบครัวงอกเงยอย่างยั่งยืน ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างเป็นระบบได้ และเป็นกำลังขับเคลื่อนที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยต่อไป” นายพีระพัฒน์ กล่าวhttps://kbank.co/3ETkS5v

Go To Lead


กรุงศรี 'ดัน' Hattha Bank เปิดบริการโมบายแบงก์กิ้ง
นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กัมพูชาเป็นอีกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จำนวนประชากรมีอายุน้อยที่สุด ผนวกกับความคุ้นเคยในการใช้สมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ต ตลอดจนการเติบโตอย่างรวดเร็วในภาคบริการทางการเงิน จึงทำให้กัมพูชามีรากฐานที่ดีเยี่ยมต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัล การนำเสนอบริการโมบายแบงก์กิ้งที่เพิ่มมูลค่านี้จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ทั้งผู้ประกอบกิจการรายย่อย ขนาดย่อม และขนาดกลาง (MSME) ในประเทศรวมกว่า 500,000 รายได้รับประโยชน์จากวิธีการรับชำระเงินและการโอนเงินที่รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น เราคาดหวังว่าบริการโมบายแบงก์กิ้งจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มชนชั้นกลางที่ค่อย ๆ เพิ่มจำนวนขึ้น ตลอดจนผู้บริโภคที่ร่ำรวยมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนความเจริญก้าวหน้าของธุรกิจ
การเติบโตของร้านค้าออนไลน์และความคุ้นเคยกับการชำระเงินรูปแบบดิจิทัลในกลุ่มมิลเลนเนียล และกลุ่มเจน Z กำลังขับเคลื่อนการยอมรับการชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน (Mobile Payment) ในกัมพูชา จากการเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ทำให้เห็นว่ามากกว่าหนึ่งในสี่ (29%) ของชาวกัมพูชามีการใช้งานโมบายแบงก์กิ้งเป็นครั้งแรก ในช่วงกลางปี 2564 ธนาคารแห่งชาติกัมพูชาเริ่มออกคิวอาร์โค้ดกลางในตลาดการเงินของกัมพูชา และในเดือนมกราคม 2565 Hattha Bank ก็ได้เปิดตัวบริการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด ซึ่งมีลูกค้ามากกว่า 63,000 รายที่สามารถสร้างคิวอาร์โค้ดของตนเองเพื่อการใช้จ่ายก่อนสิ้นปี 2565 โอกาสในการบริโภคสำหรับผู้บริโภค และการยอมรับดิจิทัลแบงก์กิ้ง ประกอบด้วย
ภาคอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า การศึกษา และการคมนาคมขนส่ง การนำเสนอบริการใหม่ ๆ อาทิ บริการการแพทย์ทางไกล และเทคโนโลยีการศึกษา (EduTech)
โมเดลธุรกิจใหม่ ที่รวมถึง การเปิดรับสมัครสมาชิก (subscription) การให้เช่าและแบ่งปัน (renting and sharing) จะได้รับการผลักดันให้รุดหน้า
ความต้องการค้าปลีกที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ที่ผู้บริโภคต้องการให้มีทั้งธุรกิจในแบบออนไลน์และออฟไลน์ การเติบโตของบริการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน การเติบโตของซูเปอร์แอป ที่รวมบริการทั้งหมดไว้ในแอปเดียว ผู้บริโภคทั่วทั้งภูมิภาคกำลังยอมรับไลฟ์สไตล์แบบดิจิทัลกันเพิ่มมากขึ้น ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งของภูมิภาค กรุงศรีได้ช่วยให้คนและธุรกิจทั่วอาเซียนเชื่อมโยงกันผ่านเครือข่ายทางการเงินที่แข็งแกร่ง และหยิบยื่นโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการ กิจการต่าง ๆ และผู้บริโภคในการซื้อ ขาย และทำธุรกิจร่วมกัน การได้เห็นพัฒนาการทางภูมิทัศน์ด้านธนาคารและการชำระเงินดิจิทัลในกัมพูชา ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคและธุรกิจทั้งในประเทศกัมพูชาเองรวมทั้งประเทศไทย และเรายังมีเป้าหมายที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ประเทศกัมพูชามีประชากรราว 17 ล้านคน โดยมีอายุเฉลี่ยที่ 25 ปี ขณะที่ประเทศกัมพูชานับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเข้าถึงการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่สูงที่สุดในโลก โดยมีการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์เคลื่อนที่มากถึง 20.8 ล้านหมายเลข หรือ 124% ของจำนวนประชากร นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนกับอินเทอร์เน็ตมากถึง 10.7 ล้านเครื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราค่าบริการที่ถูกที่สุดในภูมิภาคนี้

Go To Lead


ทีเอ็มบีธนชาต ซื้อประกันภัยรถผ่านแอป ทีทีบี ทัช
นายชวมนต์ วินิจตรงจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารผลิตภัณฑ์พันธมิตรทางธุรกิจกลุ่มลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยว่า จากกลยุทธ์ด้านดิจิทัลของธนาคารภายใต้แนวคิด ‘Humanized Digital Banking’ หรือ ดิจิทัลแบงก์กิ้งที่เป็นมิตร รู้จัก และรู้ใจ เพื่อให้ดิจิทัลโซลูชันของธนาคารสามารถตอบโจทย์และมีประโยชน์ต่อลูกค้าอย่างแท้จริง ล่าสุด ธนาคารพัฒนาฟีเจอร์ด้านประกันภัยบนแอปพลิเคชัน ทีทีบี ทัช (ttb touch) เพื่อยกระดับประสบการณ์เข้าถึงบริการด้านประกันภัยของลูกค้าให้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยวันนี้ ลูกค้าสามารถซื้อประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ ผ่านแอป ทีทีบี ทัช ได้แล้ว ได้แก่ ประกันรถยนต์ มอเตอร์ 1 ซิงเกิ้ล เรท จัดเต็ม ประกันภัยชั้น 1 ราคาเดียวที่คุ้มครองครอบคลุมทุกภัยทั้งชน หาย ไฟไหม้ โจรกรรมและจัดเต็มค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บนอนโรงพยาบาล ช่วยเหลืออุบัติเหตุบนท้องถนนและค่าเดินทางกรณีนำรถเข้าซ่อม, ประกันรถยนต์ มอเตอร์ 1 ไลท์ ประกันภัยชั้น 1 ราคาเบา ๆ แบบมีค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท กรณีเป็นฝ่ายผิดหรือไม่มีคู่กรณี ไม่ต้องตรวจสภาพ รับประกันรถยนต์อายุสูงสุด 16 ปี และ ประกันรถยนต์ มอเตอร์ 2+ จัดเต็ม ประกันภัยชั้น 2+ ค่าเบี้ยฯ คุ้มค่าเพราะเริ่มต้นเพียง 7,999 บาทแต่คุ้มครองทั้งชน หาย ไฟไหม้ พร้อมจัดเต็มค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บนอนโรงพยาบาล ช่วยเหลืออุบัติเหตุบนท้องถนนและค่าเดินทางกรณีนำรถเข้าซ่อม ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้รับประกันภัยโดย บริษัทธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) พันธมิตรประกันวินาศภัยที่แข็งแกร่งของธนาคาร นอกจากนี้ ธนาคารยังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันและบริการใหม่ ๆ บน ttb touch ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลให้กับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
การซื้อประกันภัยรถยนต์ผ่านแอป ttb touch ลูกค้าสามารถซื้อได้ 2 ช่องทาง คือ ผ่านทางเมนูประกัน หรือเมนู My Car และสามารถเช็กเบี้ยประกันภัยได้ โดยระบบจะแสดงรายการรถยนต์ที่ลูกค้ามีข้อมูลอยู่หรือสามารถกรอกเพิ่มเติมลงไปได้ จากนั้นลูกค้ากดเลือกคันที่ต้องการซื้อประกันภัย ระบุข้อมูลรถยนต์เพื่อค้นหาประกันที่เหมาะสม ระบบจะแสดงผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ที่เกี่ยวข้องขึ้นมาให้เลือกซื้อ แต่หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ก็เลือกกดปุ่มให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับตามวันและเวลาที่ลูกค้าต้องการได้ โดยระบบจะแสดงค่าเบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระขึ้นมา นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกซื้อ พ.ร.บ.และประกันภัยอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ด้วย โดยลูกค้าสามารถระบุวันเริ่มต้นและสิ้นสุดความคุ้มครอง ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและวิธีการรับเล่มกรมธรรม์ โดยเลือกได้ทั้งรับทางอีเมลหรือรับแบบกระดาษทางไปรษณีย์ ลูกค้าที่สนใจสามารถซื้อประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ด้วยตัวเองง่าย ๆ ได้แล้ววันนี้บนแอป ttb touch หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ttb contact center โทร.1428

Go To Lead


ออมสิน 'ปรับขึ้น'ดอกเบี้ยเงินฝาก-เงินกู้ ตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย
นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% ต่อปี เป็น 1.50% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ธนาคารออมสินจึงได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 0.30% ต่อปี เพื่อมุ่งส่งเสริมการออมให้ประชาชนผู้ฝากเงินได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และช่วยเพิ่มกำลังซื้อในช่วงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป
และได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทในอัตรา 0.25% ต่อปี ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยของตลาด ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ครั้งแรกของธนาคารในรอบกว่า 2 ปี หรือตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา ตามนโยบายของกระทรวงการคลังในการช่วยดูแลลูกค้าและประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ค่าครองชีพยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ.

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com