Finance/share
Hot News: SCG Landscape X room
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
วีซ่า ' ชู' Agentic Ready
ในประเทศไทย-เอเชียแปซิฟิก
วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก ประกาศเปิดตัวโปรแกรม Agentic Ready ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยโปรแกรม Visa Agentic Ready ได้รับการออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับ Payments Ecosystem ในยุคที่ AI Agent เข้ามาเป็นศูนย์กลางของการซื้อขาย
นายแอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ระบบนิเวศการชำระเงินของประเทศไทยกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว สู่รูปแบบการค้าที่ชาญฉลาดและเป็นอัตโนมัติมากขึ้น โดยในขณะเดียวกัน ก็ยังคงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความน่าเชื่อถือ การกำกับดูแล และการคุ้มครองผู้บริโภค
“Visa Agentic Ready ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธนาคารผู้ออกบัตรประเมินได้อย่างเป็นรูปธรรมว่า ธุรกรรมที่ Agent เป็นผู้ดำเนินการจะส่งผลต่อระบบโครงสร้างการบริหารความเสี่ยง และกลไกการควบคุมลูกค้าอย่างไร ก่อนที่จะขยายการใช้งานในวงกว้าง ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้และพร้อมใช้งานจริงโดยเรามุ่งสนับสนุนธนาคารผู้ออกบัตรในประเทศไทยในการเสริมสร้างความพร้อมและความเชื่อมั่น เพื่อให้นวัตกรรมสามารถเดินหน้าได้อย่างมีความรับผิดชอบ และสอดคล้องกับความคาดหวังของตลาด”
Agentic Ready ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีหลักของเครือข่ายวีซ่า ที่ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย การยืนยันตัวตน การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมการใช้งาน เพื่อให้การชำระเงินผ่าน agent เกิดขึ้นได้อย่างน่าเชื่อถือในทุกรูปแบบ โดยต่อยอดมาจาก Visa Intelligent Commerce ซึ่งเป็นกลุ่มโซลูชันของวีซ่าที่มุ่งพัฒนาประสบการณ์การค้าด้วย AI ให้เกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง
การขับเคลื่อน Agentic Commerce ให้เกิดขึ้นจริงในวงกว้าง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในระบบนิเวศการชำระเงิน โดยวีซ่าได้ร่วมมือกับพันธมิตรจากกว่า 10 ตลาดทั่วภูมิภาค ภายใต้โครงการ Agentic Ready ขณะเดียวกัน พันธมิตรธนาคารผู้ออกบัตรกลุ่มแรกที่เข้าร่วมโครงการ Visa Agentic Ready ในประเทศไทย ได้แก่: บริษัท บัตรกรุงไทย (KTC) ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) และ อิออน ธนสินทรัพย์ (AEON Thana Sinsap) พร้อมพันธมิตรเพิ่มเติมที่คาดว่าจะเข้าร่วมภายในปีนี้
ภายใต้สภาพแวดล้อมการทดสอบที่ควบคุมได้และพร้อมใช้งานจริง โปรแกรมนี้ช่วยยืนยันและพิสูจน์ประสิทธิภาพการทำงานของธุรกรรมที่ Agent เป็นผู้ดำเนินการในสถานการณ์เสมือนจริง พร้อมทั้งเสริมความมั่นใจให้แก่ธนาคารผู้ออกบัตร ก่อนที่ประสบการณ์การชำระเงินรูปแบบใหม่นี้จะถูกนำไปใช้งานในวงกว้าง ความมุ่งมั่นนี้สะท้อนให้เห็นทิศทางของวีซ่าสู่ระบบการค้าที่ฉลาดขึ้นและทำงานโดยอัตโนมัติ ผ่านระบบยืนยันตัวตนที่น่าเชื่อถือและเครือข่ายที่แข็งแกร่ง เพื่อให้การชำระเงินสามารถตอบสนองต่อความต้องการและบริบทของผู้บริโภคได้อย่างปลอดภัย ยิ่งการช้อปปิ้งเป็นอัตโนมัติมากเท่าไร Agent ก็ยิ่งช่วยดำเนินการแทนได้อย่างราบรื่น โดยผู้ใช้งานยังคงเป็นผู้ตัดสินใจและควบคุมได้ตลอดเวลา
วีซ่าทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม AI นักพัฒนาระบบ ผู้ประกอบการร้านค้า และพันธมิตรในระบบนิเวศการชำระเงินทั่วโลก เพื่อขับเคลื่อนการชำระเงินที่ Agent ดำเนินการแทนผู้ใช้อย่างน่าเชื่อถือ ให้เกิดขึ้นในวงกว้าง ทั้งนี้ Visa Agentic Ready ช่วยให้ธนาคารผู้พร้อมรองรับธุรกรรมเหล่านี้ได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ โปรแกรมนี้เริ่มให้บริการแล้วในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม

Go To Lead


ไทยพาณิชย์ Financial Literacy
รับมือภัยไซเบอร์ยุค AI เปิดตัวซีรีส์ “ป้าเก๋าเล่ากลโกง”
นางสาวอินทิรา จิตรานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ Head of Marketing ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารตระหนักถึงภัยทางการเงินที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงได้ขยายบทบาทจากการดูแลความปลอดภัยเชิงระบบไปสู่การสร้างความรู้ เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับลูกค้าและสังคม เพราะความปลอดภัยที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากความเข้าใจของผู้ใช้งานควบคู่กันไปด้วย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่ธนาคารให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่องในเรื่อง Financial Literacy ซึ่งมุ่งเสริมสร้างให้ลูกค้ามีความสามารถในการเข้าใจและตัดสินใจทางการเงินได้อย่างเหมาะสมในชีวิตจริง อันเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงและความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาว ที่ผ่านมา ธนาคารได้ขับเคลื่อนการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญแก้เกมกลโกง เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ล่าสุดธนาคารได้ต่อยอดสู่ซีรีส์ “ป้าเก๋าเล่ากลโกง” ภายใต้แคมเปญดังกล่าว เพื่อมุ่งเน้นการให้ความรู้แก่กลุ่มลูกค้า ประชาชน และผู้สูงวัยให้ปลอดภัยจากมิจฉาชีพ”
“ป้าเก๋าเล่ากลโกง” ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสื่อสารกับกลุ่มผู้สูงวัยโดยเฉพาะ ภายใต้แนวคิดที่ต้องการสร้างความรู้เท่าทัน โดยถ่ายทอดผ่านคาแรคเตอร์ “ป้าเก๋า” ซึ่งเป็นภาพตัวแทนของผู้สูงอายุยุคใหม่ที่ไม่หยุดการเรียนรู้ กล้าตั้งคำถาม และไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ เนื้อหาของซีรีส์ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับ “สถานการณ์จริง” ที่เกิดขึ้นในสังคม โดยจำลองรูปแบบกลโกงที่มิจฉาชีพใช้ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น การหลอกลงทุน หลอกขายอาหารเสริม หลอกเป็นลูกหลาน หลอกเป็นหน่วยงานภาครัฐ หลอกทำบุญ หลอกให้โหลดซีรีส์แนวตั้ง เป็นต้น เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นและเข้าใจในรูปแบบการหลอกลวงอย่างครบถ้วนพร้อมชี้ให้เห็น “สัญญาณเตือน” ที่มักถูกมองข้าม รวมถึงแนวทางในการรับมือ และวิธีในการตรวจสอบก่อนตัดสินใจ
โดยธนาคารตั้งใจนำเสนอในรูปแบบ Edutainment เพื่อเปลี่ยนเรื่องภัยการเงินที่ดูมีความซับซ้อนให้กลายเป็นเนื้อหาที่เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ และน่าติดตาม จุดเด่นสำคัญของ “ป้าเก๋าเล่ากลโกง” คือการติดอาวุธให้ผู้สูงวัยซึ่งเป็นกลุ่มที่มักถูกมองว่าเป็น “เป้าหมาย” ของมิจฉาชีพ ให้กลายเป็น “ผู้ที่รู้ทันกลลวง” และสามารถถ่ายทอดความรู้ไปยังคนรอบข้างได้ โดยเฉพาะในระดับครอบครัวซึ่งถือเป็นด่านแรกของการป้องกันความเสียหาย โดย “ป้าเก๋าเล่ากลโกง” ประกอบด้วยเนื้อหาหลากหลายรูปแบบ ได้แก่
เพลงและมิวสิกวิดีโอเปิดตัว “ป้าเก๋าเล่ากลโกง” ซึ่งมีเนื้อหาเตือนภัยที่จดจำง่าย มีจังหวะและท่าเต้นที่สนุกสนาน สามารถแชร์ต่อได้ในวงกว้าง ซีรีส์เตือนภัย นำโดยป้าเก๋าและตัวแทนผู้สูงวัย มาบอกเล่าประสบการณ์ที่ได้พบเจอกลโกงจากมิจฉาชีพ โดยมีรูปแบบวิดีโอทั้งสั้นและยาว เผยแพร่ทางออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่องตลอดปี อินโฟกราฟิกเตือนภัย “สวัสดี 7 วัน” ที่ออกแบบให้เข้าใจง่ายและแชร์ต่อได้ผ่านช่องทางที่ผู้สูงวัยใช้งานจริง กิจกรรมร่วมสนุกทางโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเตือนภัยให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง
ธนาคารไทยพาณิชย์ เชื่อว่าความปลอดภัยในยุคดิจิทัลต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างเทคโนโลยี กระบวนการ และพฤติกรรมของผู้ใช้งานอย่างรอบด้าน เพราะแม้ระบบจะช่วยลดความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง แต่ “สติและการตัดสินใจของผู้ใช้งาน” ยังคงเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการป้องกันความเสียหาย โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียเงินเก็บที่สะสมมาทั้งชีวิต
“แนวคิดนี้สะท้อนการเป็น “Digital Bank with Human Touch” ของธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มุ่งดูแลลูกค้าไม่เพียงแค่เงินในบัญชี แต่รวมถึงความปลอดภัยในการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัล ธนาคารจึงมุ่งหวังว่า ซีรีส์ “ป้าเก๋าเล่ากลโกง” ภายใต้แคมเปญ “แก้ เกม กล โกง” จะมีส่วนช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยจากภัยไซเบอร์” นางสาวอินทิรา กล่าวสรุป ผู้สนใจสามารถติดตามซีรีส์ “ป้าเก๋าเล่ากลโกง” ได้ทางเว็บไซต์ “แก้ เกม กล โกง”www.scb.co.th/th/personal-banking/fraud-fighter และทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย SCB Thailand ของธนาคารไทยพาณิชย์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Go To Lead


BAM ยกพอร์ตทรัพย์กว่า 21,000 รายการ บุกงาน MONEY EXPO 2026
ชูโปรแรง ลดสูงสุด 30% พร้อมช่วยคนไทยมีบ้าน ผ่อนเริ่มต้น 500 บาท/เดือน
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้าง “โอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยและการลงทุน” ให้กับประชาชนทุกกลุ่มผ่านการจำหน่ายทรัพย์คุณภาพในราคาที่เหมาะสม ควบคู่กับเงื่อนไขทางการเงินที่ยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้การมีบ้านและการเริ่มต้นทางการเงินเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้จริง ล่าสุด BAM ร่วมงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 26 (MONEY EXPO 2026 BANGKOK): AI Wealth Creation ระหว่างวันที่ 7 – 10 พฤษภาคม 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี BAM ได้คัดทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ทั้งเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุนในทำเลศักยภาพทั่วประเทศกว่า 21,000 รายการ มาให้เลือกซื้อ โดยไฮไลท์สำคัญภายในงานคือโครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” ภายใต้แนวคิด 3 พลัส ได้แก่
• พลัสด้านราคา ขยายเพดานราคาทรัพย์จากเดิมไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 5 ล้านบาท • พลัสด้านทำเล เพิ่มจำนวนทรัพย์ในทำเลที่หลากหลายทั่วประเทศ ย่านศูนย์กลางธุรกิจ หัวเมืองใหญ่ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดภูเก็ต • พลัสด้านกลุ่มผู้ซื้อ ขยายกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมคนไทยทุกคน ทุกอาชีพ เช่น กลุ่มข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเอกชน
โครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” ออกแบบมาเพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ครอบคลุมบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ห้องชุด อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่าทั่วประเทศ ราคาสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยสามารถจองซื้อได้ด้วยเงินเพียง 1,000 บาท พร้อมเงื่อนไขผ่อนชำระพิเศษ อาทิ อัตราดอกเบี้ย 0 % ในปีแรก อัตราดอกเบี้ย 3 % ในปีที่ 2 – 3 และตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไปใช้อัตราดอกเบี้ย MRR ของ BAM โดยสามารถผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 500 บาทต่อเดือนนานสูงสุดถึง 20 ปี (โครงการตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2569) นอกจากนี้ BAM ยังจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่เสนอซื้อทรัพย์ภายในงานและโอนกรรมสิทธิ์ภายใน 30 วัน รับสิทธิ์ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนสูงสุด 900,000 บาทต่อรายการ พร้อมของสมนาคุณตามมูลค่าทรัพย์ที่ซื้อ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังนำเสนอแคมเปญ “คอนโด ลดหนัก กลางปี” ลดราคาสูงสุดถึง 30% สำหรับผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยในรูปแบบคอนโดมิเนียม โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ทั้งฟรีค่าธรรมเนียมการโอนตามเงื่อนไข และของสมนาคุณ อาทิ ไมโครเวฟ Smart TV และเครื่องซักอบผ้า ตามระดับราคาทรัพย์ ด้านการช่วยเหลือลูกหนี้ BAM ยังมีข้อเสนอพิเศษภายใต้แนวคิด “ผ่อนหนี้เบา รับบ้านคืน” สำหรับลูกค้าที่ต้องการกลับมาเป็นเจ้าของทรัพย์สินของตนเองอีกครั้ง รวมถึงโครงการ “เปลี่ยนชีวิต SME ปลดหนี้ได้ ธุรกิจไปต่อ” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถปรับโครงสร้างหนี้ และเดินหน้าธุรกิจได้อย่างยั่งยืน โดยมีเงื่อนไขพิเศษ เช่น การชำระปิดบัญชีขั้นต่ำ 75 % ของราคาประเมินภายใน 90 วัน หรือการผ่อนชำระขั้นต่ำ 80 % ภายในระยะเวลา 25 ปี พร้อมอัตราดอกเบี้ย 0 % สูงสุด 12 เดือน
ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษ พบกับกูรูด้านอสังหาริมทรัพย์ คุณคิม ชัชวาลย์ วัฒนะโชติ เจ้าของช่อง Kim Property Live ในวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.40 – 15.20 น. และกูรูด้านการแก้ไขหนี้ กับ คุณน้อย สุดารัตน์ คล่องขยัน ในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.40 – 15.20 น. เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีที่อยู่อาศัย การลงทุน และการเริ่มต้นทางการเงินครั้งใหม่ ภายใต้ข้อเสนอที่คุ้มค่าและเงื่อนไขที่ตอบโจทย์ในยุคเศรษฐกิจปัจจุบัน ผู้สนใจสามารถเลือกชมทรัพย์คอนโดที่ร่วมรายการได้ทั่วประเทศ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-6300-700 หรือ www.bam.co.th ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ของสมนาคุณจัดส่งภายใน 45 วัน หลังโอนกรรมสิทธิ์

Go To Lead


ออมสิน เสิร์ฟโปรแรง Money Expo 2026 เงินฝากดอกเบี้ยสูงสุด 9.99%
ธนาคารออมสิน เข้าร่วมงานมหกรรมการเงิน Money Expo 2026 กรุงเทพฯ เตรียมขนทัพผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์แนวคิด “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” หรือ Smart Social Bank for All Lives พร้อมโปรโมชันพิเศษเฉพาะช่วงวันงาน อาทิ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 113 วัน อัตราดอกเบี้ยแบบ Step up สูงสุด 9.99% ต่อปี (เฉลี่ย 1.88% ต่อปี หรือ เทียบเท่าเงินฝากประจำ 2.21% ต่อปี) จองสิทธิ์ภายในงาน จำนวนจำกัด วันละ 200 สิทธิ์ เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท และฝากสูงสุด 500,000 บาท รวมถึงเปิดตัวสินเชื่อใหม่ล่าสุดเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs เสริมสภาพคล่อง-รีไฟแนนซ์-ขยายธุรกิจ-เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ประกอบด้วย สินเชื่อ “ออมสิน SMEs Recharge” และ สินเชื่อ “ออมสินเต็มแม็กซ์” อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2.99% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี พร้อมรับเทรนด์พลังงานสะอาดกับ สินเชื่อ GSB Solar for Life สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือก
สินเชื่อ “ออมสิน SMEs Recharge” ให้กู้แก่ผู้ประกอบการทั้งลูกค้าเดิมและขอกู้ใหม่ เพื่อนำไปเสริมสภาพคล่องหรือรีไฟแนนซ์ลดภาระดอกเบี้ย วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท/ราย และ สินเชื่อ “ออมสินเต็มแม็กซ์” ให้ผู้ประกอบการได้ขยายธุรกิจ วงเงินกู้สูงสุดสำหรับผู้ประกอบการกลุ่ม SMEs รายละไม่เกิน 100 ล้านบาท และผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่รายละไม่เกิน 150 ล้านบาท เปิดตัวครั้งแรกในงาน Money Expo 2026 ผู้ที่สนใจสามารถขอข้อมูลหรือติดต่อยื่นกู้ได้ที่บูธธนาคารออมสิน ด้านผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่ “ออมสินออมรัก” เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้เช่นกัน เชิญชวนคุณพ่อคุณแม่เปิดบัญชีให้บุตรโดยกำเนิด ที่มีอายุต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ รับดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี และเพิ่มสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองอุบัติเหตุแก่บุตรเป็นระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่เปิดบัญชี โดยเมื่อฝากเงินในบัญชีไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท บุตรมีสิทธิ์ได้รับค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องจากอุบัติเหตุต่อครั้งสูงสุด 1,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ส่วนพ่อแม่ได้รับสิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิตในรอบระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่เปิดบัญชี จะได้รับความคุ้มครอง 2 เท่าของจำนวนเงินฝากคงเหลือในบัญชี ส่วนผู้ที่ต้องการลงทุนในพลังงานทางเลือก เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว สามารถยื่นขอสินเชื่อ GSB Solar for Life เพื่อการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก เริ่มต้น 3.50% ต่อปี แบบไม่มีหลักประกัน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย (กรณีเงินดาวน์ 20%) และแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5 ปีแรก เท่ากับ 3.25% ต่อปี (กรณีเงินดาวน์ 20%) และ 3.50% ต่อปี (กรณีเงินดาวน์ 10%) ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี สำหรับผู้มีรายได้ประจำเงินเดือนตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป และผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการมีรายได้รวมต่อเดือนตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป โดยมีอายุงานหรือดำเนินกิจการมาแล้ว 2 ปีขึ้นไป รวมไปถึงผลิตภัณฑ์เด่นอื่น ๆ ที่มอบสิทธิพิเศษและของสมนาคุณมากมายเฉพาะในงาน สำหรับลูกค้าสลากออมสินพิเศษฉลอง 113 ปี แคมเปญแห่งปีที่ธนาคารออมสินใจป้ำเพิ่มจำนวนรางวัลและเพิ่มเงินรางวัลพิเศษรวม 113 ล้านบาท และสินเชื่อเคหะ Refinance ดอกเบี้ยคงที่ปีแรกเริ่มต้น 0.99% ต่อปี เป็นต้น
นอกจากนี้ ผู้เยี่ยมชมบูธธนาคารออมสิน ยังจะได้ร่วมสนุกพร้อมเรียนรู้เรื่องการเงินในพื้นที่จัดแสดงต่าง ๆ เช่น Interactive Games (ออมตังค์ for All Lives) หรือท่องโลกเสมือนจริงบนแพลตฟอร์มออมมูนิตี้ : Aomunity และการทดลองวางแผนการออมด้วยตนเองบนแพลตฟอร์ม Coach AOM รวมถึงผู้ใจบุญสามารถร่วมสนับสนุนภารกิจธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต ไปกับกิจกรรม “ออมสิน ออมบุญ” เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนและโรงพยาบาล เป็นต้น โดยงานมหกรรมการเงินกรุงเทพฯ ครั้งที่ 26 Money Expo 2026 Bangkok ภายใต้แนวคิด “AI WEALTH CREATION การใช้เอไอสร้างความมั่งคั่ง” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Go To Lead


SAM ชูโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ร่วมงาน Money Expo Bangkok 2026
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เข้าร่วมงานมหกรรมการเงินครั้งที่ 26 (Money Expo Bangkok 2026) ระหว่างวันที่ 7–10 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี บูท หมายเลข M9 โดยนำเสนอแนวทางการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับประชาชน ภายใต้บทบาทใหม่ SAM Social AMC หรือ “บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม” ให้ลูกหนี้สามารถเริ่มต้นใหม่และเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง รวมถึงโอกาสในการบริหารสินทรัพย์มือสองทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุนด้วยโปรโมชันเด็ดอีกมากมาย ภายในบูทลูกค้าจะได้พบกับไฮไลต์สำคัญกับโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่มีเป้าหมายช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยบุคคลธรรมดา ที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) ประเภทบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และติ่งหนี้ของหนี้ที่เคยมีหลักประกัน เกินกว่า 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 รวมกันไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย ให้สามารถปิดจบภาระหนี้ได้เร็วขึ้น กับมาตรการช่วยเหลือแบบผ่อนปรน 2 ทางเลือก ได้แก่ 1. มาตรการ “จ่าย ปิด จบ” ลดเงินต้นสูงสุด 50% และปิดบัญชีในทันที และ 2. มาตรการ “ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด” ลดเงินต้น 30% ไม่มีดอกเบี้ย ผ่อนได้นานสูงสุด 3 ปี เพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้สามารถกลับเข้าสู่ระบบการเงินและวางแผนชีวิตทางการเงินใหม่ได้อย่างยั่งยืน ภายใต้กระบวนการที่โปร่งใสและเป็นธรรม
สำหรับผู้ที่ไม่เข้าเงื่อนไขโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” SAM ยังมีโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ที่ให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่เป็นหนี้เสียประเภทบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันที่มีหนี้ค้างชำระมากกว่า 120 วัน ด้วยอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนเพียง 3-5% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี โดยมียอดหนี้รวมกันไม่เกิน 2 ล้านบาท ที่คอยช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้อีกโครงการหนึ่ง ส่วนของลูกค้าที่กำลังมองหาทรัพย์มือสองเพื่อการอยู่อาศัยและทรัพย์เพื่อการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ โรงงาน/โกดัง และทรัพย์อื่น ๆ SAM ได้จัดโปรโมชันพิเศษสุดคุ้มเข้าร่วมงาน อาทิ “SAM Flash Day” แจก Gift Voucher มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท โปร “ฟรี! ค่าโอนคนละครึ่ง” ไม่เกิน 1% สำหรับทรัพย์ที่มีราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท “ฟรี! โอนไม่อั้น” ไม่เกิน 2% สำหรับทรัพย์ที่มีราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป และ “บ้าน SAM ผ่อนได้” ที่ให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระโดยตรงกับ SAM ได้นานสูงสุดถึง 4 ปี พร้อมรับ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ใน 2 ปี หรือ 24 เดือนแรก และผ่อนนานสูงสุดได้ถึง48 เดือน รวมถึงยังมีโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้า SAM ที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ (NPL) กับมาตรการ “ปรับหนี้มีสุข ผ่อนดีมีลด” ทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจที่มีหลักประกันและทุกประเภทสินเชื่อ โดยมีระยะเวลาปรับโครงสร้างหนี้นานสูงสุดถึง 6 ปี
ลูกค้าที่สนใจโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แอด ID Line @samsocialamc และชื่อบัญชี "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) www.bot.or.th/cleardebt และเว็บไซต์ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด www.sam.or.th ส่วนโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ได้ที่เว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com และ Facebook คลินิกแก้หนี้ by SAM หรือ แอด ID Line @debtclinicbysam ที่ให้บริหารรวมถึงลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ NPL สำหรับผู้สนใจทรัพย์ NPA สามารถดูรายละเอียดทรัพย์สินเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.sam.or.th รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @samline หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443

Go To Lead


SME D Bank ตั้ง ‘จุฑามาศ’ ‘รองกรรมการผู้จัดการ’
คณะกรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง “นางจุฑามาศ นวลพริ้ง” ดำรงตำแหน่ง “รองกรรมการผู้จัดการ” ผู้รับผิดชอบกลุ่มงานกำกับการปฏิบัติงานและบริหารความเสี่ยง ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank มีผลตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
จากมติดังกล่าว เมื่อรวมกับรองกรรมการผู้จัดการ 4 ท่านในปัจจุบัน ทำให้ SME D Bank มีรองกรรมการผู้จัดการ 5 ท่าน ครอบคลุมการทำงานครบถ้วนในทุกมิติ สามารถขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล

Go To Lead


PSH เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้อายุ 2-3 ปี ชูเรทสูงสุด 3.75% ต่อปี
บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ “PSH” ประกาศอัตราดอกเบี้ยสุดท้ายสำหรับหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ และมีประกัน (ค้ำประกันโดย บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด) โดยเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปหลังได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักลงทุนที่เชื่อมั่นในรากฐานธุรกิจ หุ้นกู้ที่เสนอขายแบ่งเป็น 2 รุ่น ได้แก่ หุ้นกู้อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.40% ต่อปี หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.75% ต่อปี
กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอให้กับผู้ลงทุน หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน คือ ความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินของ PSH โดยบริษัทมีภาระหนี้สินอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น สะท้อนถึงการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีวินัยและรอบคอบ ส่งผลให้บริษัทมีความยืดหยุ่นทางการเงินสูง สามารถรองรับความผันผวนของตลาดได้ดี และยังคงความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและคืนเงินต้นได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ หุ้นกู้ PSH ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “BBB+” แนวโน้ม “ลบ” (Investment Grade) จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 การเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้จะเปิดจองซื้อแก่ประชาชนทั่วไปในวันที่ 8 และ 11–12 พฤษภาคม 2569 ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โดยภายหลังการประกาศอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ทั้ง 2 รุ่น คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยที่มองหาทางเลือกการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน และต้องการกระจายพอร์ตสู่ตราสารหนี้คุณภาพในระยะกลาง ภายใต้ความเสี่ยงที่สามารถบริหารจัดการได้ ทั้งนี้นักลงทุนยังสามารถจองซื้อได้ในช่วงวันเปิดจองซื้อตามกำหนดดังกล่าว ผู้ลงทุนที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากร่างหนังสือชี้ชวนการเสนอขายได้ที่ www.sec.or.th หรือติดต่อผ่านสถาบันการเงินที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ ดังต่อไปนี้
- ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-888-8888 กด 869 และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) - บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02-165-5555 หรือจองซื้อผ่านแอปฯ Dime! สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา (ซึ่งรวมถึงธนาคารเกียรตินาคินภัทร ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร) - ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) โทร. 1428 กด #4 (เปิดจองซื้อเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น) - บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004 - บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 02-695-5555 หมายเหตุ: บริษัท อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับการจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน คำเตือน: โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในร่างหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนตามรายละเอียดด้านล่าง

Go To Lead


กรุงศรี 'ซื้อ'พอร์ตสินเชื่อยานยนต์ของบริษัทในเครือซีไอเอ็มบีไทย
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเข้าซื้อครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์เพื่อขยายฐานลูกค้าและเสริมความแข็งแกร่งให้กับกรุงศรี ออโต้ ในฐานะผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ในประเทศไทย และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกรุงศรีกรุ๊ปในการดำเนินกลยุทธ์โดยใช้ความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน”
“นอกเหนือจากการเติบโตของพอร์ต การเข้าซื้อในครั้งนี้จะทำให้กรุงศรีสามารถส่งมอบคุณค่าที่มากขึ้น โดยลูกค้าจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายของกรุงศรีกรุ๊ปภายใต้กลยุทธ์หลัก ONE Krungsri Collaboration ซึ่งผสานพลังความร่วมมือภายในกรุงศรี รวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ครอบคลุมด้านไลฟ์สไตล์และสินเชื่อยานยนต์แบบครบวงจรในที่เดียว กรุงศรีมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นอย่างไร้รอยต่อให้กับลูกค้าทุกคน” นายเคนอิจิ กล่าว
อนึ่ง กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ ธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ในเครือกรุงศรี บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ กรุงศรี ออโต้) ประกาศบรรลุข้อตกลงในสัญญาซื้อขายทรัพย์สิน (Asset Purchase Agreement) เพื่อรับโอนพอร์ตสินเชื่อรถยนต์และรถจักรยานยนต์จาก บริษัท ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ จำกัด และ บริษัท เวิลด์ลีส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) การเข้าซื้อครั้งนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาซึ่งต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนก่อน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 นี้

Go To Lead


ธ.ก.ส. ปรับโฉมรายการหอมแผ่นดิน season กลิ่นไอเกษตร ลุย Vlog ท่องเที่ยว สัมผัสวิถีเกษตร
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า รายการ "หอมแผ่นดิน" เป็นรายการที่สะท้อนเรื่องราวทรงคุณค่าด้านการเกษตร ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของธนาคาร โดยในซีซันล่าสุดนี้ มีการปรับโฉมให้มีความทันสมัยและเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้น โดยผสมผสานระหว่างความสนุกสนานและการเดินทาง พร้อมนำเสนอมนต์เสน่ห์ของดีของดังของจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย และผลิตภัณฑ์แกลมเกษตรที่เต็มไปด้วยคุณภาพของเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ผ่านการยกระดับบรรจุภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่มมานำเสนออย่างลงตัว เพื่อสร้างการรับรู้และสนับสนุนช่องทางการตลาดให้กับลูกค้าของ ธ.ก.ส. ส่งตรงถึงมือคุณผู้ชมอันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตรอย่างยั่งยืน
ประเดิมความสนุกเทปแรก ลุยเมืองปราสาทหิน "บุรีรัมย์" จังหวัดบุรีรัมย์ กับภารกิจตามหา “โจ๊กข้าวหอมภูเขาไฟ” เพื่อสัมผัสเสน่ห์วิถีชุมชนและลงมือทำกิจกรรมสนุก ๆ ในวิถีเกษตรผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดตัวแขกรับเชิญอย่าง "ปอ - อรรณพ ทองบริสุทธิ์" มาร่วมสร้างสีสันและเรียกเสียงหัวเราะตลอดทริป เริ่มด้วยการพาไปรับประทานลูกชิ้นยืนกินเจ้าดังในจังหวัดบุรีรัมย์ เที่ยวชมนกกระเรียนและสัมผัสธรรมชาติ ณ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านสวายสอ และศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทย และพบกับผลิตภัณฑ์เด็ดของบุรีรัมย์ “โจ๊กข้าวหอมภูเขาไฟ” จากสหกรณ์การเกษตร เพื่อการตลาดลูกค้า ธกส บุรีรัมย์ จำกัด เตรียมสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยววิถีเกษตรและร่วมสนุกไปกับรายการ หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร พบกันทุกวันเสาร์ พร้อมแขกรับเชิญพิเศษที่จะมาสร้างความสนุกทุกตอน เวลา 20.20 น. ทางช่อง MCOT HD หมายเลข 30 และรับชมผ่านไลฟ์บน Facebook Page: 9 MCOT หรือรับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube: BAAC Thailand ประเดิมความสนุกตอนแรกวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคมนี้
ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์สินค้าจากลูกค้า ธ.ก.ส. ได้คัดเลือกและรวบรวมผลิตภัณฑ์จากลูกค้า ธ.ก.ส. ทั่วประเทศมาไว้ในแพลตฟอร์ม BAAC Matching เพื่อสนับสนุนช่องทางการตลาดออนไลน์ให้กับเกษตรกรลูกค้า และอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคในการการเลือกซื้อมาอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวให้ผู้บริโภคสามารถเลือกชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพได้โดยตรงจากร้านค้าผู้ประกอบการลูกค้า ธ.ก.ส. เลือกชมและเลือกซื้อสินค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา คลิกเลย https://baacmatching.baac.or.th

Go To Lead


BAM รักษาฟอร์มแกร่งโชว์ผลกำไรไตรมาส 1 ปี 69 กว่า 217 ล้าน
'เร่ง'สร้างรายได้เพื่อขับเคลื่อนกำไรสู่เป้าหมาย 2,000 ล้าน
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 69 ว่าสามารถสร้างผลเรียกเก็บได้ 3,026 ล้านบาท และมีกำไรกว่า 217 ล้านบาท ถึงแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจยังคงมีความผันผวนแต่ BAM ยังสามารถรักษาผลประกอบการให้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ จากการเดินหน้าบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) อย่างต่อเนื่อง โดยเร่งการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ และหาทางออกที่เหมาะสมให้กับลูกหนี้แต่ละราย ซึ่ง BAM ยังคงยึดแนวทาง “ให้โอกาส” ลูกหนี้สามารถได้หลักประกัน โดยเป็นที่อยู่อาศัย หรือที่ทำกินกลับคืนไปด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน ส่งผลให้ในไตรมาสแรกปีนี้มีลูกหนี้รายใหม่เข้ามาเจรจาปรับโครงสร้างหนี้สูงถึง 582 ราย ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแนวทางการช่วยเหลือของ BAM ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูมากกว่าการเร่งรัดติดตามหนี้เพียงอย่างเดียว ด้วยการยกระดับบทบาทจากผู้บริหารสินทรัพย์สู่การเป็น “โรงพยาบาลแก้หนี้” แห่งแรกของประเทศไทย ที่เปลี่ยนแนวคิดจาก “การทวงถามหนี้” เป็น “การรักษาโรคหนี้” ผ่านการให้คำปรึกษา วิเคราะห์ปัญหา และออกแบบแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับศักยภาพของลูกหนี้แต่ละราย
นอกจากนี้ BAM ยังให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้เปราะบาง ผ่านมาตรการลดภาระค่างวดผ่อนชำระ เพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถฟื้นฟูกิจการหรือกลับมาตั้งหลักทางการเงินได้อีกครั้ง ควบคู่กับการวาง กลยุทธ์ความร่วมมือกับสถาบันการเงินในการบริหารจัดการลูกหนี้ ผ่านการเชื่อมต่อข้อมูลอย่างเป็นระบบ และการสนับสนุนแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเป้าหมายของ BAM ไม่ใช่เพียงการบริหารหนี้ แต่คือการช่วยให้ลูกหนี้กลับมามีชีวิตทางการเงินที่แข็งแรงและยั่งยืนอีกครั้ง พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง ขณะที่การดำเนินงานด้าน NPA ใช้แนวทางการร่วมมือผ่านการทำบันทึกข้อตกลงทางธุรกิจ (MOU) ระหว่างหน่วยงานข้าราชการและรัฐวิสาหกิจต่างๆ ผ่านโครงการ ทรัพย์มหาชน พลัส เช่น ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดกรุงเทพมหานคร (BKK) เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสมให้กับประชาชนและกลุ่มเปราะบาง ทำให้สามารถสร้างผลการจำหน่ายทรัพย์ได้เป็นจำนวนสูงถึง 853 รายการ พร้อมทั้งยังเดินหน้ากลยุทธ์พันธมิตรทางธุรกิจ (NPA Partnership) ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนหลักของการขยายฐานธุรกิจและเพิ่มแหล่งรายได้ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดย BAM เน้นการคัดสรรและนำเสนอทรัพย์ NPA ขนาด Big Lots ให้พันธมิตรนำไปพัฒนาและเพิ่มมูลค่า ทั้งบ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม และที่ดินเปล่า เพื่อพลิก “ทรัพย์ร้าง” ให้กลายเป็น “ทรัพย์สร้างมูลค่า” ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวเป็นการสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับ BAM ได้อย่างมั่นคง
ดร.รักษ์ฯ กล่าวอีกว่า จากการดำเนินงานด้วยกลยุทธ์ดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันให้ BAM สามารถสร้างผลกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้จำนวน 2,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน BAM ยังขยายการดำเนินธุรกิจด้วยการต่อยอดด้านนวัตกรรมและบริการผ่าน BAM e-Marketplace เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินทรัพย์ให้กับนักลงทุนและประชาชนในวงกว้าง ช่วยเร่งการหมุนเวียนทรัพย์และเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ พร้อมกันนี้ BAM ยังเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มนักลงทุน ผ่านการจัดกิจกรรม Roadshow เพื่อขยายฐานนักลงทุนสถาบันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชน นักลงทุน และภาคธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com