ITC/Sciences
Hot News: "ยูนิเวอร์ซัล โรบอท" จัดงานประชุมหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน (โคบอท)บิ๊กสุดในเอเชีย แปซิฟิก
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
"ยูนิเวอร์ซัล โรบอท" จัดงานประชุมหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน (โคบอท)บิ๊กสุดในเอเชีย แปซิฟิก
นายมาเธียส วิกลันด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ (ซีซีโอ) บริษัท ยูนิเวอร์ซัล โรบอท เปิดเผยว่า แนวโน้มของการนำระบบอัตโนมัติเข้ามาปรับใช้ในองค์กรกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเราเชื่อว่าไม่น่าจะมีเหตุผลใดที่จะชะลอการเติบโตดังกล่าวได้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในภาคส่วนของระบบอัตโนมัติได้สร้างโอกาสใหม่ให้กับองค์กรธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งเรามีความชัดเจนในเรื่องนี้มาโดยตลอด กล่าวคือเราต้องการสร้างโลกที่คนทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ได้ ไม่ใช่จำกัดเฉพาะแค่หุ่นยนต์เพียงอย่างเดียว หุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงานสามารถให้การสนับสนุน เสริมสร้างกำลังการผลิต และอยู่ร่วมกับแรงงานที่เป็นมนุษย์ได้อย่างเหมาะสมโดยที่ไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์แต่อย่างใด บริษัท ยูนิเวอร์ซัล โรบอท จะจัดแสดงรูปแบบการใช้งานโคบอทจากยูอาร์พลัส ซึ่งเป็นระบบนิเวศของพันธมิตรและผู้รวมระบบเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรอง พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์และโซลูชันต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อผสานรวมเข้ากับหุ่นยนต์ได้อย่างราบรื่น เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการผลิตและการดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะ
บรรดาผู้เข้าร่วมงานจะมีโอกาสได้สัมผัสแนวคิดและแนวทางใหม่เกี่ยวกับระบบอัตโนมัติที่เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์อันสมบูรณ์แบบ ทั้งยังรับทราบถึงรายละเอียดเชิงลึกของความสำเร็จในการใช้งานโคบอทสำหรับสายงานด้านการประกอบชิ้นส่วน การจ่ายหรือหยอดของเหลว การขัดเงาพื้นผิว การทำงานร่วมกับเครื่องจักร การจัดการวัสดุ การกำจัดวัสดุ การตรวจสอบคุณภาพ การวางพาเลท การเชื่อม และอื่นๆ อีกมากมาย ภายในงานยังจัดแสดงให้เห็นประโยชน์ที่สำคัญของโคบอทผ่านการสาธิตแบบสดๆ เพื่ออธิบายให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่า ธุรกิจต่างๆ สามารถนำระบบอัตโนมัติไปใช้งานอย่างง่ายดายได้อย่างไร นอกจากนี้ยังจะมีการเปิดตัวโคบอท UR20 รุ่นใหม่ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกที่งาน Collaborate APAC 2022 ด้วย ซึ่งผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ตรงของโคบอท UR20 ในการขนถ่ายชิ้นงานที่มีน้ำหนักมากเข้าและออกจากระบบจับยึดของเครื่องจักร
ปีนี้เรามีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 200 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้มีอำนาจในการตัดสินใจขององค์กรต่างๆ ผู้มีอิทธิพลในแวดวง ผู้ใช้งานโคบอท และพันธมิตรในระบบนิเวศยูอาร์พลัสของเรา ที่พร้อมเข้าร่วมการอภิปรายเกี่ยวกับระบบอัตโนมัติโดยเฉพาะ เรามีผู้เชี่ยวชาญที่จะมาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบริษัทและสำรวจความเป็นไปได้ในการนำโคบอทไปใช้งาน โดยเราจะจัดแสดงโคบอท UR20 ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ ซึ่งเป็นโคบอท ยูอาร์ เจเนอเรชันถัดไปที่สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ถึง 20 กก. อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ผู้เข้าร่วมงานสามารถรับชมการสาธิตนวัตกรรมของเรา รวมถึงโคบอท ยูอาร์ 20 รุ่นล่าสุดแบบสดๆ ได้ภายในงาน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนฟรีได้ที่เว็บไซต์ https://www.universal-robots.com/seao/collaborate-apac-conference/

Go To Lead


กลุ่มบริษัทซีดีจี ต่อยอดโครงการโรงเรียนต้นแบบโค้ดดิ้ง
กลุ่มบริษัทซีดีจี ตอกย้ำศักยภาพในฐานะผู้นำด้านดิจิทัลเทคโนโลยี เดินหน้าโครงการ Code Their Dreams จัดกิจกรรมการแข่งขันการสร้างเกมด้วยภาษา Scratch รอบสุดท้าย ตามโครงการโรงเรียนต้นแบบโค้ดดิ้ง โดยตัวแทนโรงเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจาก 20 โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งผ่านการเรียนตามหลักสูตรการเรียนการสอนโคดดิ้งจากครูผู้สอนที่ผ่านการอบรมตามรูปแบบ SEED OF WISDOM ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัทซีดีจี และ บริษัท ดีบิค จำกัด (ROBBO BY DBIC) โดยผลการแข่งขันมีทีมผู้ชนะการแข่งขันในระดับประถมศึกษา (ป. 4)และมัธยมศึกษา (ม.1) ได้แก่ ทีม Godzilla บุกรางกำหยาด จากโรงเรียนวัดรางกำหยาด จังหวัดนครปฐม และทีม The fight place of world จากโรงเรียนสาธิตเทศบาลเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ตามลำดับ ถือได้ว่ากิจกรรมนี้เป็นอีกกลไกสำคัญในการสนับสนุนทักษะไอทีให้กับนักเรียนนักศึกษาและเยาวชนของประเทศไทยในชั้นเรียนจริงและต่อยอดสู่การสร้างผลงานอย่างเป็นรูปธรรม
กลุ่มบริษัทซีดีจียังวางแผนขยายความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย เพื่อพัฒนากำลังคนที่มีทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งประสานความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพและมีศักยภาพสู่สังคมต่อไปผู้สนใจติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมในกิจกรรมต่อไปได้ที่ : Facebook : Code Their Dreams https://www.facebook.com/codetheirdreams

Go To Lead


หัวเว่ย 'เผย'เทรนด์อุตสาหกรรมดิจิทัล 2030 ชูเทคโนโลยีเด่น 5G Cloud AI
ดร. ชวพล จริยาวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในมุมมองของหัวเว่ย เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยผลักดันให้เกิดผลกระทบใหม่ในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่องค์กรต้องมีเพื่อให้สามารถปฏิวัติ (Disrupt) วงการและตัวองค์กรเองได้ ถึงแม้ในวงการธุรกิจ การที่เราตามหลังคู่แข่งเป็นเวลา 1-2 ปียังสามารถพลิกกลับมาไล่ตามได้ทัน แต่ในแง่ของเทคโนโลยี หากเราล้าหลังกว่ารายอื่น 1-2 ปีก็ตามไม่ทันแล้ว องค์กรต่าง ๆ จึงไม่ควรวางตัวเองในสภาพแวดล้อมเดิม ๆ เพราะจะทำให้โดนทิ้งอยู่เบื้องหลังเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากโทรศัพท์มือถือแบบอนาล็อกมาเป็นสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ สิ่งสำคัญของเทคโนโลยีคือช่วยให้องค์กรเข้าใจความคิดและความต้องการของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้คาดการณ์ได้ว่าลูกค้ากำลังอยากจะได้อะไร ไปจนถึงใช้เพื่อช่วยวางกลยุทธ์ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าในอนาคตก่อนที่ลูกค้าจะรู้ตัวเสียอีก ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะหันมาประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G Cloud และ AI เป็นหลักในยุคอุตสาหกรรมดิจิทัลที่กำลังจะมาถึง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคืออุตสาหกรรม 5G Smart Port ในท่าเรือเทียนจิน ประเทศจีน ที่ต้องรองรับจำนวนตู้คอนเทนเนอร์สินค้ามากถึง 3-5 ล้านตู้ต่อปี ด้วยสภาพแวดล้อมการปฏิบัติงานของท่าเรือที่มีความเสี่ยงและมีอันตรายสูงต่อบุคลากรในพื้นที่ การนำเทคโนโลยี 5G Cloud AI มาประยุกต์ใช้จะทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถสั่งการจากระยะไกลได้เป็นระยะทาง 1-2 กิโลเมตร ด้วยความเร็วการเชื่อมต่อ 1 Gbps การมีค่าความหน่วง (Latency) ที่ต่ำมาก และการรองรับพื้นที่การเชื่อมต่อเป็นวงกว้าง ทั้งนี้ เทคโนโลยีท่าเรืออัตโนมัติและการควบคุมสั่งการจากระยะไกลช่วยให้ท่าเรือเทียนจินสามารถลดต้นทุนด้านบุคลากรลงไปได้ประมาณ 60-70% ลดต้นทุนการประกอบการในภาพรวมได้ถึง 10% ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน โดยเครือข่าย 5G จะทำให้เจ้าหน้าที่เพียง 1 คน สามารถควบคุมเครนจากระยะไกลได้ถึง 4 ตัว และเปลี่ยนยานพาหนะขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ด้านล่างให้เป็นรถอัตโนมัติไร้คนขับ มีความเร็วและเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังควบคุมมาตรฐานของประสิทธิภาพการทำงานได้ดีขึ้น
“ทิศทางอุตสาหกรรมปี 2030 ใน 7 ภาคอุตสาหกรรมสำคัญจะประกอบด้วย 1. ภาคสาธารณสุขที่จะเน้นเรื่องการป้องกันโรค (Wellness) มากกว่าการรักษา โดยใช้เทคโนโลยีช่วยคาดการณ์ความเป็นได้ของกลุ่มลูกค้าที่อาจมีความเสี่ยงต่อโรค รวมทั้งการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาเพิ่มศักยภาพให้บุคลากรจำนวนเท่าเดิมสามารถดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้น 2. ภาคอุตสาหกรรมอาหาร อาจมีการทำ Precision Farming หรือ เกษตรที่มีความแม่นยำ เพื่อให้ประสิทธิภาพการเพาะปลูกดีขึ้น ลดการใช้ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมี รวมถึงไปภาคโภชนาการ สามารถใช้เครื่องพิมพ์ 3D เพื่อทำอาหารประเภทแพลนต์เบส 3. ภาคอสังหาริมทรัพย์จะสามารถใช้เทคโนโลยีจัดการพื้นที่อยู่อาศัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้อุปกรณ์ในบ้านสื่อสารข้อมูลกันเองได้อัตโนมัติ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมเจ้าของบ้านมากขึ้น 4. ภาคคมนาคม จะเน้นรถอัตโนมัติไร้คนขับแบบคาร์บอนต่ำ 5. ภาคเมือง จะเปลี่ยนเป็นสมาร์ทซิตี้ โดยประชาชนจะสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้สะดวกยิ่งขึ้น 6. ภาคองค์กรธุรกิจ จะนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาปรับกระบวนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และ 7. ภาคอุตสาหกรรมพลังงาน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง มีการใช้สร้างพลังงานทางเลือกอื่น ๆ มากขึ้น” ดร. ชวพล กล่าว
ทั้งยังกล่าวเสริมว่า บริการต่าง ๆ ในอนาคตจะต้องส่งมอบประสบการณ์แบบ Deterministic Experience เพื่อการันตีความเร็วและค่าความหน่วงให้กับลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมแต่ละแบบที่มีความต้องการใช้งานที่แตกต่างกัน นอกจากนี้เทรนด์การประมวลผลคอมพิวเตอร์ในอนาคตก็จะกระจายตัว (Decentralized) ให้เข้าถึงได้อย่างแพร่หลายมากขึ้น เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง และเทรนด์ดิจิทัลพาวเวอร์ หรือพลังงานสะอาดรูปแบบอื่น ๆ จะเข้ามาทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างแน่นอน
ด้าน ดร. อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวถึงความสำคัญของนวัตกรรมในงานประชุมวิชาการดังกล่าวว่า “จุดประสงค์ของการประชุมครั้งนี้คือการแลกเปลี่ยนความรู้ ผนึกกำลังวิชาการ นำไปสู่การปรับปรุง ต่อยอด จนเกิดนวัตกรรมในที่สุด โดยเราจำเป็นต้องอาศัยความก้าวหน้าทันสมัยและการเป็นผู้นำทางวิชาการ จึงจะสามารถขยายประสิทธิภาพการทำงานและสร้างความยั่งยืนได้ โดยในอุตสาหกรรมการเกษตรและการทำอาหารสัตว์ก็จำเป็นต้องพึ่งพาวิทยาการ ความรู้ด้านวิศวกรรม และเทคโนโลยีด้าน IoT แปรรูป ระบบอัตโนมัติ เพื่อให้ผลิตผลได้คุณภาพ ตอบโจทย์ข้อนิยมของเครือซีพีที่ต้องการงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง รองรับการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การคิดค้นสิ่งใหม่ เพื่อการแข่งขันและเป็นผู้นำทางธุรกิจ ทั้งนี้ ผมต้องขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้มาให้ความรู้แก่พวกเรามา ณ งานประชุมครั้งนี้ด้วย”

Go To Lead


IT CLICK
OPPO Reno9 Pro

ออปโป้ ไทยแลนด์ แบรนด์เทคโนโลยีระดับโลก
สมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ IoTแบบจัดเต็ม
ลอนช์ OPPO Reno 9 Pro
ดีไซน์สีทองสุดหรูและหน้าจอโค้ง
โฉบเฉี่ยว บางเบา และฝาหลังไล่เฉดสี
OPPO Glow Design
ครบครันเทคโนโลยี สุดไฮเทค
Go To Top

[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com