|
|
หัวเว่ย 'ชู'แนวคิด เร่งพัฒนาโครงข่าย AI-Ready Networks
นายเดนนี เติ้ง ประธานฝ่ายธุรกิจ Carrier ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของหัวเว่ย เปิดเผยว่า AI กำลังสร้างความต้องการด้านการประมวลผลเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยคาดว่าปริมาณ AI Token ที่ถูกสร้างขึ้นทั่วโลกในแต่ละวันจะเพิ่มขึ้นถึง 42 เท่าภายในปี 2573 ส่งผลให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต้องปรับบทบาทจากผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสาร ไปสู่ผู้บริหารจัดการทรัพยากรด้านการประมวลผล คลาวด์ และระบบอัจฉริยะ "โครงข่ายบรอดแบนด์และโครงข่ายส่งผ่านข้อมูลกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของ AI ความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนจะช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่รวดเร็ว ชาญฉลาด และมีประสิทธิภาพด้านพลังงาน เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค" นายเติ้งกล่าว
หัวเว่ยเสนอ 3 แนวทางสำคัญในการเร่งการประยุกต์ใช้ AI ในภูมิภาค ได้แก่ การยกระดับบรอดแบนด์สู่ความเร็ว 10Gbps อย่างทั่วถึง การพัฒนาเครือข่ายการประมวลผลแบบบูรณาการ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรประมวลผลได้อย่างชาญฉลาด และการเสริมสร้างการเชื่อมต่อระหว่างประเทศผ่านโครงข่ายภาคพื้นดินและเคเบิลใต้น้ำคุณภาพสูง เพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและบริการ AI ข้ามพรมแดน ภายในงานยังมีการกล่าวถึงประเทศไทยในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค จากการมีโครงข่ายบรอดแบนด์ครอบคลุมทั่วประเทศ การขยายโครงข่าย 5G อย่างต่อเนื่อง และการลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งใหม่ของเอเชียแปซิฟิก
นายคิม จิน รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจ Optical Business Product Line ของหัวเว่ย ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ F5G-A (F5G Advanced) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมโครงข่ายออปติคัลสำหรับยุค AI โดยมุ่งเน้นการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ระดับ 10Gbps โครงข่ายที่มีความหน่วงต่ำ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมนำเสนอเทคโนโลยี 50G PON, Optical Transport Network (OTN) และ Optical Cross-Connect (OXC) เพื่อรองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณสูง บริษัทได้นำเสนอ AI One โซลูชันสำหรับโครงข่าย Wide Area Network (WAN) ที่นำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงข่าย ระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการให้บริการอัตโนมัติ พร้อมยกตัวอย่างการใช้งานจริงในหลายประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ยกระดับคุณภาพบริการ และเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการ (ARPU)
นายอาร์เธอร์ หวัง รองประธาน กลุ่มธุรกิจ Data Communication Product Line ของหัวเว่ย กล่าวว่า AI ได้กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั่วโลก การผสาน AI เข้ากับการบริหารจัดการโครงข่าย ระบบความปลอดภัย และการพัฒนาบริการใหม่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว ผู้เข้าร่วมการประชุมยังได้หารือถึงวิสัยทัศน์ Broadband Vision 2030 ของ World Broadband Association (WBBA) ซึ่งระบุว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ AI บรอดแบนด์ระดับมัลติกิกะบิต บ้านอัจฉริยะ และการลดความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการเข้าถึงดิจิทัล จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมบรอดแบนด์ในทศวรรษหน้า หัวเว่ย จะเดินหน้าทำงานร่วมกับภาครัฐ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม องค์กรมาตรฐาน และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อเร่งพัฒนาโครงข่าย AI-Ready ที่รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
Go To Lead
|
Conicle เปิดตัว Conicle Skills แพลตฟอร์มพัฒนาทักษะคนยุคใหม่สู่โลกอนาคต
นายนกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ (ปูน) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โคนิเคิล จำกัด (Conicle) เปิดเผยว่า "เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของการเรียนรู้จาก Learning Management System และ Learning Experience Platform เราได้พัฒนาแพลตฟอร์ม "Conicle Skills ภายใต้สมการแห่งการพัฒนาทักษะคน 'Skills + AI + Ecosystem' ด้วยการนำ AI เข้ามาเป็นหัวใจหลัก ช่วยเปลี่ยนกระบวนการการเรียนรู้ตามโมเดล K (Knowledge) - A (Attitude) - S (Skills) หรือ 10% - 20% - 70% ให้กลายเป็นการสร้างทักษะ เพื่อเร่งสร้าง Skills-Based Workforce (กำลังคนที่ขับเคลื่อนด้วยทักษะ) โดยผสานการออกแบบเส้นทางการพัฒนาทักษะร่วมกับหลักสูตรจากสถาบันชั้นนำและครีเอเตอร์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจากภาครัฐ"
เพื่อให้เห็นภาพความอัจฉริยะของการยกระดับแพลตฟอร์มสู่เจเนอเรชั่นที่ 4 ของ Conicle นายนกรณ์ ได้ขยายความถึงกลไกการทำงานที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยพลิกโฉมองค์กร โดยเริ่มต้นจากการมี Skills Framework (โครงสร้างทักษะ) ทำหน้าที่เสมือน "ฐานข้อมูลตั้งต้น" ให้กับองค์กร โดยระบบได้เตรียมโครงสร้างไว้กว่า 280 ทักษะย่อย ครอบคลุม 7 กลุ่มหลัก (Business, Digital & AI, People, Leadership, Wellbeing, Money และ Language) พร้อมหลักสูตรรองรับกว่า 5,000 เนื้อหา เมื่อองค์กรรู้เป้าหมายที่ต้องการแล้ว ระบบ AI หรือ "AI Companion" ผู้ช่วยพัฒนาทักษะ จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นโค้ชส่วนตัว ดึงข้อมูลจากฐานมาออกแบบ Skills Path หรือ เส้นทางทักษะ ที่ผสมผสานการเรียนรู้ทั้งแบบออนไลน์ ออฟไลน์ และลงมือปฏิบัติจริงแบบรายบุคคล (Personalized Learning) โดย AI Companion จะแนะนำหลักสูตรที่เหมาะสมที่สุดอิงตามสายงาน พร้อมให้ "เช็คลิสต์" แก่พนักงานเพื่อให้นำความรู้นั้นไปลงมือปฏิบัติได้จริงในเนื้องานและเมื่อพนักงานได้เรียนรู้และพัฒนาตามเส้นทางทักษะ นำความรู้ไปปฏิบัติจริงจนได้ผลลัพธ์และผ่านการประเมิน ระบบก็จะมอบ Skills Badge (เหรียญตราทักษะ) เพื่อเป็น "หลักฐานยืนยันความสำเร็จ" ที่รับรองความสามารถเป็นรายทักษะ โดยเหรียญตราทักษะทั้งหมดจะถูกเก็บสะสมไว้ในบัญชีผู้เรียน "Skills Passport"
นายนกรณ์ กล่าวเสริมว่า Conicle Skills ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ HR ทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้มองเห็นภาพรวมทักษะ (Skills Landscape) อย่างทะลุปรุโปร่งว่าในองค์กรมีใครเก่งเรื่องอะไร หรือใครขาดทักษะไหน ผ่านการประเมินและการสะสม Skills Badge ทำให้สามารถจัดวางหรือพัฒนาคนได้ตรงจุด นอกจากนี้ ยังช่วยพัฒนาทักษะของพนักงานได้ทั้ง Reskill หรือ Upskill ย่นระยะเวลาให้พนักงานพร้อมทำงานได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ Skills Badge จะเป็นหลักฐานยืนยันความสามารถอย่างเป็นรูปธรรม เป็นการยกระดับและติดอาวุธให้องค์กรสามารถเปลี่ยนผ่านตัวเองไปสู่ Skills-Based Organization ได้อย่างสมบูรณ์แบบ"
การเชื่อมโยงตั้งแต่การกำหนดกรอบทักษะ (Skills Framework) การใช้ AI วิเคราะห์และสร้าง Skills Path ไปจนถึงการประเมินผลเพื่อรับรองด้วย Skills Badge ทำให้การพัฒนาทักษะสามารถวัดผลและสะท้อนศักยภาพที่เกิดขึ้นจริง นวัตกรรมดังกล่าวจึงก่อให้เกิด Skills Ecosystem ที่เชื่อมโยงแอปพลิเคชัน บริการ เทคโนโลยี AI ข้อมูล (Data) และเครือข่ายผู้สร้างองค์ความรู้ (Creator) เข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียวที่รองรับการพัฒนาคนและทักษะได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่องค์กรขนาดใหญ่ (Corporate) กลุ่ม SMEs ไปจนถึงคนวัยทำงานในทุกช่วงอาชีพ
สำหรับภาคธุรกิจยังสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในองค์กรผ่านระบบบริหารจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) ด้วยฟีเจอร์ Ask ซึ่งเป็น AI Agent สำหรับค้นหาและตอบคำถามจากองค์ความรู้ภายในองค์กรได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ พร้อมฟีเจอร์ Grow สำหรับการประเมินศักยภาพ วัดขีดความสามารถของพนักงาน และวางแผนการพัฒนารายบุคคล รวมถึง Conicle Analytics ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้านทักษะ ความพร้อมของบุคลากร และแนวโน้มการเติบโต เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจด้านการพัฒนาคนบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-Driven People Development)นอกจากนี้ Conicle ยังให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลระดับองค์กร โดยแพลตฟอร์มได้รับการออกแบบภายใต้มาตรฐานด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูล อาทิ ISO/IEC 27001:2022, ISO/IEC 29110, เอกสารรับรองด้าน IT Security Compliance, มาตรฐาน Data Center, Service Level Agreement (SLA) และมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลของ Huawei Cloud เพื่อรองรับการใช้งานขององค์กรอย่างมั่นใจ
อีกไฮไลต์สำคัญ คือ การผนึกกำลังร่วมกับภาครัฐ โดยในช่วงเสวนาหัวข้อ "Shaping Thailands Skills-Based Workforce Ecosystem" นายจิตรพงศ์ พุ่มสะอาด ผู้อำนวยการกองพัฒนาผู้ฝึกและเทคโนโลยีการฝึก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (DSD) ได้ให้มุมมองว่า "ปัจจุบันทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีความตื่นตัวและเร่งปรับเปลี่ยนการดำเนินงานเพื่อให้ทันกับโลกยุค AI โดยได้พัฒนาโครงการ 'One Platform for Skill Development' แพลตฟอร์มกลางในการให้บริการพัฒนาฝีมือแรงงานครบวงจร เพื่อยกระดับทักษะแรงงานไทยผ่านคลังหลักสูตรออนไลน์ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน วันนี้ เราได้รวมหลักสูตรที่พัฒนาโดยกรมพัฒน์ฯ และพาร์ทเนอร์อยู่บนระบบมากกว่า 1,000 หลักสูตร โดยมีหลักสูตรจาก Conicle ที่เป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์กว่า 350+ หลักสูตร ช่วยให้แรงงานไทยเลือกพัฒนาทักษะได้ตรงสายงานด้วยตนเอง ขณะที่องค์กรขนาด 100 คนขึ้นไป สามารถนำชั่วโมงเรียนไปเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้โดยตรง ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัวให้นายจ้างอย่างมหาศาล"
นายพิริยพงศ์ แจ้งเจนเวทย์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสถานประกอบการและการอบรมด้วยระบบคุณวุฒิ วิชาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ TPQI กล่าวเสริมว่า "ปัจจุบันสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) มีมาตรฐานอาชีพรองรับแล้วกว่า 1,000 อาชีพ และครอบคลุม 52 สาขาวิชาชีพ ล่าสุดได้ต่อยอดความสำเร็จผ่านโครงการ TPQI E-Training for SME แพลตฟอร์มพัฒนาทักษะแรงงานไทยและหลักสูตรนำร่องครอบคลุมกว่า 20 สายวิชาชีพ (อาทิ ช่างเทคนิค และงานบริการ) ร่วมกับ Conicle ที่ช่วยให้พนักงาน กลุ่มธุรกิจ SME ได้พัฒนาทักษะผ่านทางออนไลน์ได้อย่างยืดหยุ่น และนำผลไปยื่นสอบภาคปฏิบัติกับ TPQI เพื่อรับใบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพได้ และในอนาคตสถานประกอบการยังสามารถนำผลชั่วโมงการฝึกอบรมออนไลน์เข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้อีกด้วย นับเป็นการสร้างระบบนิเวศที่ช่วยยกระดับทักษะแรงงานและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ SME อย่างเป็นรูปธรรม"
"การลงทุนพัฒนาทักษะคน คือ หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและประเทศ ซึ่งการรับมือกับโลกอนาคต ต้องอาศัยความกล้าที่จะเปลี่ยน ความคิดสร้างสรรค์ที่จะปรับตัว และการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง จึงจะเห็นปลายทางแห่งความสำเร็จ Conicle ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาทักษะคน ขอเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันคนให้มีทักษะพร้อมทำงานเพื่อสนับสนุนให้ทุกองค์กรก้าวข้ามความท้าทายในยุค AI ได้อย่างยั่งยืน" นายนกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย องค์กรหรือหน่วยงานที่สนใจพัฒนาทักษะให้กับพนักงานทั้งแบบรายทีม หรือรายบุคคล สามารถติดต่อได้ที่ https://conicle.com/business/request-demoหรือพัฒนาทักษะสำหรับบุคคลทั่วไป พร้อมรับ Skills Badge ได้ที่ https://conicle.com/Line Official Account: https://lin.ee/ZxmzjuO
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|