Insurance
Go to  i click
Hot News: 'ประกันสุขภาพ' รุ่ง ปีมังกรทอง
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
'ประกันสุขภาพ' รุ่ง ปีมังกรทอง
นายกฯ สมาคมประกันชีวิตไทย 'เผย' ปี 2567 ประมาณการอัตราการเติบโตธุรกิจประกันชีวิต ร้อยละ 2.0 – 4.0 สอดคล้องอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP)สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้คาดการณ์ไว้ ร้อยละ 2.2 – 3.2 พร้อมปัจจัยสนับสนุนจากกระแสคนรักสุขภาพ เบี้ยประกันภัยรับรวม ปี 66 เติบโต 3.61 % คาดการณ์ ปี 67 เติบโต 2 – 4 %
นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตของปี 2566 ระหว่าง มกราคม - ธันวาคม มีเบี้ยประกันภัยรับรวม (Total Premium) อยู่ที่ 633,445 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.61 เมื่อเทียบกับปี 2565 จำแนกเป็น เบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ (New Business Premium) 178,470 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.06 และเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป (Renewal Premium) 454,975 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.06 สำหรับเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ ประกอบด้วย 1.) เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (First Year Premium) 112,377 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.83 2.) เบี้ยประกันภัยจ่ายครั้งเดียว (Single Premium) 66,093 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.18
จำแนกเบี้ยประกันภัยรับรวมแยกตามช่องทางการจำหน่าย ดังนี้1. การขายผ่านช่องทางตัวแทนประกันชีวิต (Agency) เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 338,920 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.21 เมื่อเทียบกับปี 2565 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 53.50 2. การขายผ่านช่องทางธนาคาร (Bancassurance) เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 239,112ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.41 เมื่อเทียบกับปี 2565 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 37.75 3. การขายผ่านช่องทางนายหน้าประกันชีวิต (Broker) เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 30,808ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.19 เมื่อเทียบกับปี 2565 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.86 4. การขายผ่านช่องทางดิจิทัล( Digital) เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 1,930 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.07 เมื่อเทียบกับปี 2565 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.305. การขายผ่านช่องทางอื่น (Others) เช่น การขาย Worksite , Walkin การขายผ่านการออกบูธการขายผ่านร้านค้าสะดวกซื้อ Direct Mail , Tele Marketing เป็นต้น เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 22,676 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.58 เมื่อเทียบกับปี 2565 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.58
ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตมากขึ้น ในปี 2566 คือ สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพและคุ้มครองโรคร้ายแรง ที่มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 109,786 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.93 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.33 ซึ่งหลัก ๆ มาจากการที่ประชาชนใส่ใจดูแลสุขภาพและเริ่มตระหนักถึงความสำคัญในการทำประกันสุขภาพมากขึ้น เพื่อบริหารความเสี่ยงและรับมือกับค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น (Medical Inflation) ในขณะที่ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Pension) ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจากการที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว รวมถึงมีการเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนทางการเงินช่วงวัยเกษียณกันมากขึ้น เพราะนอกจากเป็นรูปแบบการออมประเภทหนึ่งที่มีความเสี่ยงต่ำแล้ว ยังได้รับความคุ้มครองชีวิต และ สิทธิการลดหย่อนภาษีที่ทางภาครัฐให้การสนับสนุนมาตรการลดหย่อนภาษี จึงส่งผลให้ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Pension) ในปี 2566 มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 17,986 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.26 หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.84
ส่วนในปี 2567 สมาคมประกันชีวิตไทยได้ประมาณการอัตราการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตอยู่ที่ในช่วงร้อยละ 2.0 – 4.0 ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปี 2567 ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 2.2 – 3.2 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากกระแสคนรักสุขภาพ อันเนื่องมาจากการที่ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบของการเกิดโรคอุบัติใหม่ เช่น โควิด – 19 สายพันธุ์ใหม่ และมลภาวะจากฝุ่น PM 2.5 มากขึ้น รวมถึงแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ และ มีการทำประกันสุขภาพมากขึ้น รวมถึงการที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged Society) นโยบายสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีของภาคธุรกิจ เช่น AI และ Data Analytics เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสนับสนุนในทุกกระบวนการในธุรกิจประกันชีวิต ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ การเสนอขาย การพิจารณารับประกันภัย การพิจารณาสินไหม ไปจนถึงการส่งมอบบริการและธุรกรรมหลังการขายที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ เพื่อยกระดับความพึงพอใจของผู้เอาประกันภัยให้เพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกันในปีนี้ ธุรกิจประกันชีวิตยังคงต้องติดตามแนวโน้ม และความผันผวน ของสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและเศรษฐกิจโลก อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอัตราดอกเบี้ย สถานการณ์เงินเฟ้อ และตลาดหุ้นไทย ที่ส่งผลกระทบต่อการออม การลงทุน และการใช้จ่ายของภาคประชาชน รวมถึงต้องติดตามสถานการณ์สงครามการค้าหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการเกิดโรคอุบัติใหม่ เพราะส่งผลต่อความต้องการและความเชื่อมั่นของภาคประชาชนที่มีต่อธุรกิจประกันชีวิตโดยตรง
ดังนั้น สมาคมประกันชีวิตไทยจึงมีแผนดำเนินงานเพื่อเตรียมพร้อมรับมือต่อปัจจัยท้าทายรอบด้าน โดยนำแนวคิดการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน (ESG) มาประยุกต์ใช้ในการประกอบการพิจารณาลงทุนและดำเนินงานที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ ESG ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และการกำกับดูแล (Governance) เพื่อให้ธุรกิจประกันชีวิตมีความยั่งยืนมากขึ้น
สมาคม ฯ มีนโยบายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตรูปแบบใหม่ และสนับสนุนในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้พัฒนากระบวนการต่าง ๆ ของธุรกิจประกันชีวิต เพื่อยกระดับความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของผู้เอาประกันภัยให้มากขึ้น มีการส่งเสริมให้ความรู้แก่ประชาชน เช่น เรื่องการรู้เท่าทันของเทคโนโลยีและภัยไซเบอร์ เพื่อช่วยปกป้องผลประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย รวมถึงมีนโยบายเชิงรุกในการปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบัน โดยทางสมาคม ฯ จะเป็นแกนกลางในการประสาน
พันธกิจทั้งในรูปแบบประชุมหารือรับฟังความคิดเห็นระหว่างบริษัทประกันชีวิต กับ หน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงจัดตั้งคณะทำงานกลุ่มย่อยที่มีคณะกรรมการบริหารสมาคมเป็นประธานเพื่อติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งผลักดันระบบการจัดสอบและอบรมความรู้ ระบบออกใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทั้งบริษัทสมาชิก และ บุคคลทั่วไปที่สนใจสมัตรสอบเข้าสู่เส้นทางอาชีพตัวแทนประกันชีวิต
ที่สำคัญ สมาคมประกันชีวิตไทยมีนโยบายที่มุ่งให้แต่ละบริษัทประกันชีวิต มีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงการบริหารและจัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ทั้งก่อนและหลังการรับประกันภัย และมีฐานะทางการเงินที่มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนตามความเสี่ยง (CAR Ratio) สูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่กำหนด (Supervisory CAR) เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยมั่นใจว่า บริษัทประกันชีวิตสามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันของกรมธรรม์ประกันภัยได้ทุกกรมธรรม์ที่ออกให้แก่ผู้เอาประกันภัย และพร้อมที่จะให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัยจนกว่าจะครบกำหนดสัญญา ดังจะเห็นได้จาก ในไตรมาสที่ 3/2566 จากข้อมูลบนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ภาคธุรกิจประกันชีวิตมีอัตราส่วนความพอเพียงของเงินกองทุนตามความเสี่ยง อยู่ที่ร้อยละ 350 ซึ่งสูงกว่าอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนที่ใช้ในการกำกับ (Supervisory CAR) จึงขอให้ผู้เอาประกันภัยทุกท่านเชื่อมั่นว่าธุรกิจประกันชีวิตมีความมั่นคง แข็ง แกร่ง และยึดมั่นคำสัญญาตามข้อผูกพันในกรมธรรม์ประกันชีวิตทุกกรมธรรม์ที่ออกให้แก่ผู้เอาประกันภัย นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าว

Go To Lead


“Siam Pavalai Royal Grand Theatre by Krungthai-AXA Life”
บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านบริษัทประกันชีวิต และสุขภาพ ร่วมกับ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร ฉลองเปิด โรงภาพยนตร์ระดับเวิลด์คลาส “Siam Pavalai Royal Grand Theatre by Krungthai-AXA Life” เพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษเหนือระดับให้กับลูกค้าคนสำคัญ พร้อมมอบโปรโมชัน และสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้า กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ณ ชั้น 6 พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน
นางแซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ในฐานะผู้สนับสนุนเนมมิ่งสปอนเซอร์โรงภาพยนตร์ระดับเวิลด์คลาส Siam Pavalai Royal Grand Theatre by Krungthai-AXA Life รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในการสนับสนุนในครั้งนี้ ทั้งนี้การสนับสนุนดังกล่าว ถือเป็นอีกหนึ่งในแผนการตลาดของบริษัทฯ ในปี 2024 Year of Double Growth เพื่อเป็นการมอบความสุข และการบริการที่เหนือระดับ พร้อมตอบแทนลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจบริษัทฯ ให้ดูแลอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Health Wealth Travel Lifestyle และรวมถึง Entertainment ซึ่งการรับชมภาพยนตร์ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทางเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
โดยความร่วมมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จะมีการจัดแคมเปญสุดพิเศษ รูปแบบใหม่ๆ พร้อมทั้งการบริการระดับเวิลด์คลาสจากโรงภาพยนตร์ Siam Pavalai Royal Grand Theatre by Krungthai-AXA Life ที่จะร่วมสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้เติบโต สร้างประสบการณ์ การบริการที่สุดพิเศษเหนือระดับให้กับลูกค้าคนสำคัญ ของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่น และเป้าหมายหลักของบริษัทฯ ในการมีลูกค้ามาเป็นที่หนึ่ง และพร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป

Go To Lead


OCEAN LIFE ไทยสมุทร จัดอบรม Train the Trainer ธีม Year of Active .
บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดย นันทวัฒน์ บุญทันเจริญพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และคุณอภิพงศ์ พงศ์เสาวภาคย์ Chief Agency Strategy Officer ได้จัดอบรม “TRAIN THE TRAINER” ใน 4 ภูมิภาค เพื่อให้ผู้บริหารฝ่ายขายในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมทั้ง Sale Coach ได้ทำความเข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ภายใต้โครงการ Active Club ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ระหว่างที่ปรึกษาประกันชีวิต และผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ การจัดกิจกรรมทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ ตลอดจนแนะนำการใช้เครื่องมือส่งเสริมการขายรูปแบบใหม่ ๆ และการดูแลลูกค้าโดยใช้เทคนิคการขายบนพื้นฐานความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า (Need Based Selling) เพื่อช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างผลงานอย่างยั่งยืน ล่าสุดได้จัดขึ้นกิจกรรมดังกล่าวขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ ณ โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช
ในวาระครบรอบ 75 ปี OCEAN LIFE ไทยสมุทร ช่องทางการขายผ่านที่ปรึกษาประกันชีวิต ได้ชูให้ปี 2567 เป็น “Year of Active” ที่จะมุ่งเน้น ผลักดัน ส่งเสริม และพัฒนา ให้ที่ปรึกษาประกันชีวิตยกระดับความรู้ความสามารถ เพิ่มศักยภาพในการดูแลลูกค้ารายเก่า และขยายฐานสู่กลุ่มลูกค้ารายใหม่ เพื่อสร้างผลงานและรายได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ยังมีส่วนในการสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของประกันชีวิตได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายใหญ่คือการสร้างโลกใหม่เพื่อชีวิตและสุขภาพดีของคนไทยอีกด้วย
OCEAN LIFE ไทยสมุทร ไม่หยุดใช้พลังความรักพัฒนาที่ปรึกษาประกันชีวิตกว่า 14,000 คนทั่วประเทศ ให้มีความเป็นมืออาชีพที่เข้าใจความต้องการและความจำเป็นในการทำประกันชีวิตเพื่อปิดความเสี่ยงในโลกยุคใหม่ พร้อมและยินดีให้บริการมอบคำแนะนำที่ดีที่สุดกับลูกค้าทุกคน ร่วมติดตามข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ จาก OCEAN LIFE ไทยสมุทร ได้ที่ OCEAN CLUB APP / LINE / Facebook / Instagram / Youtube : oceanlife เว็บไซต์ www.ocean.co.th หรือติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER 1503

Go To Lead


กรุงเทพประกันชีวิต 'ชู'ประกันใหม่ “กรุงเทพ สุดคุ้ม”
สร้างเงินออมที่มั่นคงให้คนทุกเจน
นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การซื้อประกันชีวิตเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งสำหรับการวางแผนการเงิน ซึ่งควรพิจารณาเป้าหมายของตนเองตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน ไม่ว่าจะเพื่อสร้างครอบครัว, มีบุตร, เป็นทุนในการประกอบธุรกิจ จนถึงการวางแผนเพื่อใช้หลังเกษียณ อย่างไรก็ตาม การเลือกประกันชีวิต นอกจากคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ นอกจากการได้รับเงินคืนเมื่อครบสัญญาแล้ว ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ความสามารถในการเบิกค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ กรุงเทพประกันชีวิต จึงได้ออกแบบประกันสะสมทรัพย์ตัวใหม่ล่าสุด “กรุงเทพ สุดคุ้ม” ที่นอกจากจะช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนการเงินได้ตามเป้าหมายแล้ว ยังมอบความคุ้มครองเพิ่มเติมด้านอุบัติเหตุ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกย่างก้าวของการดำเนินชีวิตจะได้รับความคุ้มครองรอบด้านเพื่อให้แผนการออมเงินไปสู่ความสำเร็จ โดยมีแบบประกันให้เลือกตามระยะเวลาที่ต้องการ 3 แบบ คือ กรุงเทพ สุดคุ้ม 15/9 , 18/12 และ 21/15 โดยรับประกันตั้งแต่อายุ 15 – 65 ปี ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุเพิ่มเติมไม่ว่าจะเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะและสายตา ตลอดจนค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ
สำหรับรายละเอียดของแบบประกัน กรุงเทพ สุดคุ้ม 15/9 มีระยะเวลาเอาประกันภัย 15 ปี ชำระเบี้ยประกันภัย 9 ปี เมื่อมีชีวิตจนครบสัญญารับเงินคืน 115% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมตามจริง กรุงเทพ สุดคุ้ม 18/12 ระยะเวลาเอาประกันภัย 18 ปี ชำระเบี้ยประกันภัย 12 ปี รับเงินคืน 118 % ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมตามจริง และ กรุงเทพ สุดคุ้ม 21/15 ระยะเวลาเอาประกันภัย 21 ปี ชำระเบี้ยประกันภัย 15 ปี รับเงินคืน 121% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมตามจริง หากเสียชีวิตก่อนครบสัญญารับ 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย พร้อมกับ 115%, 118% หรือ 121% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมตามจริง นอกจากนี้กรณีเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ รับเพิ่มอีก 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลหากเกิดอุบัติเหตุ จ่ายตามค่าใช้จ่ายจริง สูงสุด 5 เท่าของเบี้ยประกันชีวิตรายเดือน (ต่อครั้งที่เข้ารักษา)
“กรุงเทพ สุดคุ้ม” เป็นแบบประกันที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน จากระยะเวลาคุ้มครองและระยะเวลาชำระเบี้ยประกันที่แตกต่างกันตามเป้าหมายของลูกค้าแต่ละราย โดยสามารถเลือกชำระได้ทั้งแบบรายเดือน, ราย 3 เดือน, ราย 6 เดือน จนถึงรายปี นอกจากนี้ ยังสามารถนำเบี้ยประกันมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีส่วนบุคคลตามที่กรมสรรพากรกำหนดได้อีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถสมัครทำประกันได้ผ่านตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน กรุงเทพประกันชีวิต และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรุงเทพประกันชีวิต www.bangkoklife.com หรือติดต่อ Call Center โทร. 02-777-8888

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com