Trade
Hot News: 'ดึง'ผู้ส่งออกไทย'บุก' 'ตลาดอาหาร'ในจีน
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
'ดึง'ผู้ส่งออกไทย'บุก'
   'ตลาดอาหาร'ในจีน
“Roaring Twenties” มาแรง

'ดึง'ผู้ส่งออกไทย'บุก'
'ตลาดอาหาร'ในจีน
เวิลด์เด็กซ์ ไชน่า 'จับมือ' เฟียร่า มิลาโน่ กรุ๊ป เปิดงาน “ไชน่า กว่างโจว อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ด แอนด์ เบเวอเรจ เทรด แฟร์ 2012” มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน 'ชวน'ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกไทย 'บุก'ตลาดในประเทศจีน
นายฟรานเซสโก ซานต้า ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ เฟียร่า มิลาโน่ กรุ๊ป เปิดเผยว่า เฟียร่า มิลาโน่ เป็นบริษัทจัดงานแสดงสินค้าชั้นนำของอิตาลีและเป็นหนึ่งในผู้จัดงานรายใหญ่ของโลก มีความพร้อมทั้งในด้านสถานที่จัดงาน สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อประชาสัมพันธ์ พันธมิตรในประเทศต่างๆ และบริการที่เกี่ยวข้อง โดยในปี 2554 ที่ผ่านมาได้จัดงานมากกว่า 100 งาน ทั้งในประเทศอิตาลี บราซิล จีน อินเดีย และรัสเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานแสดงสินค้าที่มุ่งส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับธุรกิจกับธุรกิจ หรือ B2B ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม และได้ต้อนรับผู้แสดงสินค้ากว่า 30,000 ราย
เรามั่นใจว่าการผนึกกำลังกับผู้จัดงานแสดงสินค้านิทรรศการระดับแนวหน้าของเอเชียอย่าง กลุ่มบริษัทเวิลด์เด็กซ์ จะทำให้การจัดงาน ไชน่า กว่างโจว อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ด แอนด์ เบเวอเรจ เทรด แฟร์ (ฟู้ด ฮอสปิทาลิตี้ เวิลด์) 2012 ประสบความสำเร็จด้วยดีในการแสดงถึงศักยภาพของประเทศจีนซึ่งเป็นทั้งตลาดและแหล่งผลิตสินค้าที่สำคัญระดับโลก อีกทั้งช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กในการขยายตลาดอีก
ด้านนางสาวเจียง เหวินเหวิน รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท เวิลด์เด็กซ์ ไชน่า กล่าวว่า งานไชน่า กว่างโจว อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ด แอนด์ เบเวอเรจ เทรด แฟร์ (ฟู้ด ฮอสปิทาลิตี้ เวิลด์) 2012 เป็นงานแสดงสินค้าด้านอาหารระดับนานาชาติครั้งแรกที่จัดขึ้นในภาคใต้ของประเทศจีนกวางตุ้งยังเป็นผู้นำของกลุ่มมณฑลเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง (Pearl River Delta) หรือที่รู้จักกันในฐานะกลุ่ม 9+2 ประกอบด้วยมณฑลกวางตุ้ง ไหหลำ ยูนนาน กุ้ยโจว เสฉวน หูหนาน เจียงซี ฝูเจี้ยน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและมาเก๊า ภูมิภาคนี้มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจมากที่สุดในประเทศจีน และมีจำนวนประชากรมากกว่า 456 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 34.8 ของประชากรทั้งหมด ทั้งยังสร้างจีดีพีถึง 1.96 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่าหนึ่งในสามของจีดีพีทั้งหมดของจีนอีกด้วย จึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาลสำหรับผู้ประกอบการของไทย
สำหรับงานไชน่า กว่างโจว อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ด แอนด์ เบเวอเรจ เทรด แฟร์ 2012 ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการค้าต่างประเทศและความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งเมืองกว่างโจว และหอการค้าเพื่อการนำเข้าและส่งออกแห่งมณฑลกวางตุ้ง ภายในงานจะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหารสุขภาพ อาหารปลอดสารพิษ อาหารท้องถิ่น ขนม ผลไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง อาหารทะเล เนื้อสัตว์ต่างๆ เครื่องปรุงรส ผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มชนิดต่างๆ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลี้ยง บนพื้นที่จัดแสดงถึง 15,000 ตารางเมตร คาดว่าจะมีผู้เข้าชมจากภาคธุรกิจราว 10,000 คน และประชาชนทั่วไป 20,000 คน
อนึ่ง การที่การค้าระหว่างไทยกับจีนมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในปีนี้มีมูลค่าถึง 2.8 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าจากเมื่อ 10 ปีก่อน และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงมีการทำข้อตกลงทวิภาคีเพื่อแลกเปลี่ยนเงินสกุลท้องถิ่นกับธนาคารกลางของจีน ยิ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการธุรกิจในการทำธุรกรรมระหว่างกันด้วยสกุลเงินหยวนและบาท ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินดอลล่าร์ และช่วยสนับสนุนความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศต่อไปในอนาคต สำหรับงานไชน่า กว่างโจว อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ด แอนด์ เบเวอเรจ เทรด แฟร์ (ฟู้ด ฮอสปิทาลิตี้ เวิลด์) 2012 จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 1 ธันวาคม 2555

Go To Lead


“Roaring Twenties” มาแรง
Ms. Jennifer ผู้สังเกตการณ์แนวโน้มแฟชั่น ทำนายว่าแนวโน้มในปีต่อไปจะเป็น “Roaring Twenties”ประยุกต์จากแฟชั่นยุคทศวรรษ 1920 ไม่ว่าจะเป็นอัญมณีที่สร้างสรรค์ (inspired jewelry) และการแต่งกายจากแฟชั่นโชว์ช่วงฤดูใบไม้ผลิ รายการโทรทัศน์ HBO Boardwalk Empire และสินค้าอัญมณีชิ้นสำคัญจาก The Great Gatsby (ที่บริษัท Tiffany & Co ได้ออกแบบให้กับภาพยนต์เรื่องนี้) Ms. Jennifer คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อการสร้างแรงบันดาลใจในการออกแบบเครื่องประดับ รูปแบบลายดอกไม้ (Floral motifs) และ เครื่องประดับ (Accessories) สีขาวและดำ
ด้านสำนักการค้าต่างประเทศ ประจำนิวยอร์ก รายงานว่า 10 อันดับแนวโน้มการค้าปลีกอัญมณีและเครื่องประดับของปี 2011 ได้แก่
1. เงิน เมื่อเราถามว่าอะไรที่ขายได้ในปี 2011 จะได้คำตอบคือ “เงิน เงิน เงิน และเงินเท่านั้น” ในอดีตผู้จำหน่ายอัญมณีเครื่องประดับในระดับ Hi end (Fine jeweler) ไม่สนใจเครื่องประดับเงินแต่ปัจจุบันเงินกลายเป็นสินค้าที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในอุตสาหกรรม ส่วนหนึ่งเนื่องจากราคาทองคำที่สูงขึ้นและอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาของเงินราคาไม่สูงมาก ผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อถึงแม้เป็นช่วงเศรษฐกิจซบเซา
2. การรับซื้อเพชรจากผู้บริโภค สมาคม Jewelers' Circular Keystone (JCK) กล่าวว่า ผู้จำหน่าย อัญมณีหลายรายได้เปลี่ยนความคิดจาก “เรารับซื้อทอง” ไปเป็น “เรารับซื้อทองและเพชร” ร้านค้าปลีกแห่งหนึ่งได้กล่าวว่า เขาจะไม่ซื้อจากผู้จำหน่าย (dealer) อีกต่อไป เขาได้เพชรทั้งหมดที่ร้านต้องการจากการรับซื้อในร้านค้าของเขาเอง นักวิเคราะห์ Mr. Ben Janowski ได้ทำนายว่า ถึงแม้ว่าแนวโน้มนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นแต่เมื่อผู้บริโภครู้ว่าราคาเพชรเพิ่มสูงขึ้นมากในปัจจุบัน “ต่อไปแหล่งเพชรจะอยู่ที่ผู้บริโภคเพชรในสหรัฐอเมริกา (U.S public)”
3. เพชร ผู้บริหารบริษัท De Beers กล่าวว่าเขามีความแปลกใจมากกับการเพิ่มขึ้นของยอดขายเพชรไม่ใช่ในต่างประเทศเท่านั้นแต่รวมถึงในประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย เพชรสีเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ขายสินค้า อัญมณีราคาแพง (high-end jeweler)
4. มีผู้กล่าวว่าลูกค้าหลายคนกำลังมองหาแหวนหมั้นอัญมณีที่เป็นอัญมณีหินสี เป็นแนวโน้มของเครื่องประดับ
5. ลูกปัด/จี้สร้อยคอสร้อยข้อมือ (Beads/charms) ผู้ค้าอัญมณีบางรายมียอดขายที่ลดลง และไม่ได้เป็นปีที่ดีของบริษัท Pandora (และหุ้นของบริษัท) แต่ผู้ค้าอัญมณีหลายรายยังคงผลิตเครื่องประดับ ลูกปัด/จี้สร้อยคอสร้อยข้อมือเหมือนกับบริษัท Pandora โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัท Chamilia และบริษัท Trolldeads ถึงแม้สินค้าลูกปัด/จี้สร้อยคอสร้อยข้อมือเป็นแฟชั่น แต่สินค้าก็ยังคงเป็นที่นิยมอยู่
6. สินค้าเครื่องประดับที่มีลักษณะปรับเปลี่ยนอัญมณีได้ (Jewelpop) ของบริษัท Kameleon เป็นที่กล่าวถึงกันมากและมีผลให้ยอดขายสูงขึ้นและน่าจะมีการฟ้องร้องต่อบริษัทที่เลียนแบบ ซึ่งถือว่าเป็นสัญญลักษณ์ว่ารูปแบบสินค้าแบบนี้ประสบผลสำเร็จแล้ว
7. ร้านค้าอัญมณีรายงานว่าเทศกาลวันหยุดที่ผ่านมา Forevermark มียอดขายที่น่าพอใจถึงแม้จะเป็นเพียงฤดูกาลเดียว แต่ก็เป็นสัญญานที่ดีของสินค้าชนิดนี้
8. แนวโน้มสินค้าแฟชั่นใดที่จะมาแรงในอนาคตที่มีราคาจับต้องได้? เพื่อนร่วมงานของ Mr. Paul Holewa คิดว่าน่าจะเป็นไข่มุก: เขากล่าวว่า “การเลี้ยงมุกน้ำจืดทำให้ราคาของมุกดึงดูดผู้บริโภคมากขึ้น”
9. การออกแบบและผลิตเครื่องประดับตามความต้องการของลูกค้า (Custom work) ยังคงไปได้ดีในด้านของยอดขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้นทุนของวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น ผู้ค้าอัญมณีต้องการที่จะเก็บสินค้าในสต๊อคให้น้อยที่สุดที่จะทำได้ (ผู้ค้าอัญมณียังคงเก็บต้นแบบสินค้าไว้) และแนวโน้มนี้ยังเกิดขึ้นกับบริษัท online ด้วย ไม่ใช่เพียงบริษัท Gemvara แต่บริษัท Sterling ก็มีความสนใจด้วย 10. การจับคู่ทางธุรกิจ หลังจากที่สถานการณ์ทางเศรษกิจดีขึ้นจากปี 2008 – 2009 ผู้ค้าอัญมณีตระหนักว่าบริษัทผู้จำหน่ายรายใดที่ช่วยเหลือในเวลาที่ยากลำบาก – และบริษัทใดที่ไม่ช่วย ดังนั้นผู้ค้าอัญมณีจะมุ่งเน้นการทำธุรกิจบริษัทผู้จำหน่ายสินค้าที่เป็นบริษัทคู่ค้าที่จริงใจ

Go To Lead



[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com