Trade/Logistics
Hot News: “พาณิชย์” ปลื้ม “บางกอกเจมส์” โต คาดเงินสะพัดกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ตรุษจีนนี้ CPF รวมทางเลือกของไหว้มงคล สืบสานประเพณีจีน รับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
ตรุษจีน เป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญของวัฒนธรรมจีนที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นปีใหม่ การแสดงความกตัญญู และการรวมตัวของครอบครัว วัฒนธรรมที่ดีเช่นนี้จึงควรค่าแก่การธำรงรักษา ควบคู่กับการปรับให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน เพื่อให้ประเพณียังคงอยู่และเข้าถึงได้ในทุกช่วงวัย ในเทศกาลตรุษจีนปีนี้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF คัดสรรผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ สด สะอาด อร่อย และปลอดภัย พร้อมเพิ่มความสะดวกในการเตรียมของไหว้ให้กับคนไทยเชื้อสายจีน ผ่านแคมเปญ “ชวนไหว้ให้ได้ดี ด้วยชุดไหว้ CP 5 ดี” ช่วยให้การไหว้เจ้าเป็นเรื่องง่าย ถูกต้องตามหลักความเชื่อ และสอดคล้องกับประเพณีตรุษจีนอย่างเหมาะสม
“ชุดไหว้ทองคำ CP 5 ดี” นำเสนอแนวคิด คัดสรรมาดี รสชาติดี สะดวกดี หาซื้อง่ายดี และชีวิตดี ผ่านการออกแบบชุดไหว้อย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ผ้าปูโต๊ะทองคำที่ช่วยแนะนำตำแหน่งการจัดวางของไหว้ตามธรรมเนียมจีน ช้อนทองคำสำหรับตักตวงความหมายอันเป็นมงคล ไปจนถึงของไหว้ที่คัดสรรมาให้เหมาะสมกับการเริ่มต้นปีใหม่ของทุกครอบครัว โดยชุดไหว้ CP 5 ดี วางจำหน่ายผ่านโลตัสและแม็คโครทุกสาขาทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน CPF ยังรวมแบรนด์อาหารในเครือที่หลายคนคุ้นเคย มาเป็นทางเลือกในการเตรียมของไหว้ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น ห้าดาว ที่มีเมนูไหว้เจ้าพร้อมเครื่องในแบบใกล้บ้าน เป็ดเจ้าสัว ที่จัดของไหว้ครบถ้วนตามธรรมเนียมโดยไม่ต้องลงครัว และ เชสเตอร์ กับชุดไก่ไหว้เจ้ายกกล่องที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ พร้อมไหว้ได้ทันที โดยทุกแบรนด์เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าและรับสินค้าในช่วงวันที่ 7–17 กุมภาพันธ์ 2569 (สินค้ามีจำนวนจำกัด ตามเงื่อนไขของแต่ละสาขา) การรวมพลังของแบรนด์ในเครือ CPF ครั้งนี้ สะท้อนความตั้งใจขององค์กรในการธำรงรักษาประเพณีที่ดีงาม ควบคู่กับการนำความเชี่ยวชาญด้านอาหารมาช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภค เพื่อให้การไหว้เจ้าในเทศกาลตรุษจีนมีความหมายและเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น

Go To Lead


“พาณิชย์” ปลื้ม “บางกอกเจมส์”
โต คาดเงินสะพัดกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา งานแสดงสินค้า Bangkok Gems and Jewelry Fair ได้ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ โดยมีบทบาทในการเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายจากทั่วโลก สร้างโอกาสทางธุรกิจและพันธมิตรการค้า ยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในเวทีนานาชาติ ตลอดจนส่งเสริมการส่งออกอย่างต่อเนื่อง จนในวันนี้ประเทศไทยได้บรรลุเป้าหมายการเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลกแล้ว อีกทั้งงานบางกอกเจมส์ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ไม่รวมทอง ซึ่งในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 เมื่อหักมูลค่าส่งกลับ การส่งออกสินค้าดังกล่าวมีมูลค่า 12,124 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวกว่าร้อยละ 53”
“งานบางกอกเจมส์เติบโตขึ้นอย่างมาก ทั้งด้านจำนวน Exhibitor, Visitor และ มูลค่าการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุบันงานแสดงสินค้านี้ได้รับการยอมรับให้เป็น 1 ใน 4 งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสำคัญของโลก ทั้งยังเป็นแหล่งค้าพลอยสีที่ใหญ่ที่สุดของโลก และเพื่อรับรองความต้องการของผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ผู้จัดงานจึงได้ขยายพื้นที่จัดแสดงสินค้าไปยัง Plenary Hall ชั้น 1 ทำให้งานบางกอกเจมส์ ครั้งที่ 73 สามารถรองรับผู้ประกอบการได้เพิ่มขึ้นกว่า 200 คูหา ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลก โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,300 บริษัท 2,800 คูหา มากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 45,000 ราย และสร้างมูลค่าการค้าได้มากกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ” อธิบดี DITP กล่าวเสริม
ด้าน นายบูณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) พันธมิตรร่วมจัดงาน กล่าวว่า “งานบางกอกเจมส์เป็นที่รู้จักดีในฐานะเวทีการค้าระดับนานาชาติที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทย สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตอัญมณีและเครื่องประดับที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งด้านทักษะฝีมือการผลิต และความเชี่ยวชาญในการปรับปรุงคุณภาพพลอยสี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำของโลกไว้วางใจให้ผู้ประกอบการไทยเป็นฐานการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง ภายในงานได้รวบรวมผู้ประกอบการไทยที่ให้บริการรับจ้างผลิตทั้งในรูปแบบ OEM และ ODM แบบครบวงจร กว่าร้อยละ 80 ของผู้แสดงสินค้าทั้งหมด ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญของงานในครั้งนี้”
ผู้ร่วมจัดงานยังเปิดเผยอีกว่า การจัดงานครั้งนี้คณะผู้จัดงานได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานในการเปิดงาน และได้รับพระราชทานพระอนุญาต ให้นำผลงานทรงออกแบบเครื่องประดับที่สร้างสรรค์โดยช่างฝีมือชั้นสูงของไทย มาจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ ซึ่งสะท้อนพระปณิธานในการสานต่อพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญางานหัตถศิลป์ไทยสู่สากล
งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 73 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bkkgems.com หรือ facebook.com/Bangkokgemsofficial

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com