iClickNews.com
iClickNews.com Trade
iClickNews.com
iClickNews.com
iClickNews.com iClickNews.com iClickNews.com iClickNews.com
iClickNews.com
Go to Homepage www.iclicknews.com
Home
Select language >> English Version
English
Print This Page
Print
เอาท์ดอร์ 'ชู'นวัตกรรม เปิดตลาดใหม่'สแกนดิเนเวีย'
iClickNews.com iClickNews.com
iClickNews.com

 
เอาท์ดอร์ 'ชู'นวัตกรรม
   เปิดตลาดใหม่'สแกนดิเนเวีย'
สภาหอการค้า'จี้'พาณิชย์ค้าเป็นธรรม
นักธุรกิจ'หนุน'อังกฤษลงทุนไทย

เอาท์ดอร์ 'ชู'นวัตกรรม
เปิดตลาดใหม่'สแกนดิเนเวีย'
ค่ายเอาท์ดอร์ อินโนเวชั่น 'ดัน'แบรนด์ KARANA บุกตลาดโลก 'เล็ง'เจาะตลาดใหม่ สแกนดิเนเวีย 'เน้น'จุดขายนวัตกรรมใหม่ เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ ครอบครัว และนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ วางแผนสยายปีกช็อปครบวงจร มั่นใจรายได้ปีนี้ทะลุ 400 ล้านบาท
นายวาสิต สิโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอาท์ดอร์ อินโนเวชั่น จำกัด เปิดเผยกับ ไอคลิกนิวส์ดอทคอม (www.iclicknews.com) ว่า บริษัทผลิตและจำหน่าย อุปกรณ์แคมป์ปิ้งหลายแบรนด์ อาทิ แบรนด์ EQUINOX แบรนด์ KARANA จำหน่ายสินค้าทั้งในประเทศไทยและส่งออกต่างประเทศ ด้านตลาดส่งออกปีนี้บริษัทวางแผนขยายตลาดใหม่เพิ่ม ได้แก่ ตลาดในสแกนดิเนเวียน
สำหรับรูปแบบการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทอาจจะเข้าไปลงทุนเปิดตลาดเอง หรืออาจจะแต่งตั้งตัวแทนนายหน้า นำสินค้าของบริษัทไปจำหน่ายแทน อย่างเช่น ในตลาดสวีเดน อิสราเอลและเซาท์ แอฟริกา เป็นต้น ซึ่งมีตัวแทนจำหน่ายสินค้าของบริษัทแล้ว
'ปัจจุบันเรามีสินค้าจำหน่ายหลากหลาย ทั้งแบบขายส่ง(Wholsale)และขายปลีก(Retail) ปัจจุบันขายส่ง มีสัดส่วน 60 % ขายปลีก 40 %' นายวาสิตกล่าวและว่า สินค้าของบริษัทมีจุดเด่น คือ ผลิตโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างช่วงนี้โลกประสบปัญหาโลกร้อน ทำให้บริษัทต้องเปลี่ยนวัตถุดิบในการผลิตสินค้า บางตัว ให้เหมาะสมกับภาวะโลกร้อนมากขึ้น แม้ว่าจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตมีราคาสูงขึ้น แต่บริษัทยังคงไม่ปรับราคาในระยะนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจก็ยังชะลอตัว ประชาชนก็ ระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
กรรมการผู้จัดการกล่าวต่อว่า ปัจจุบันสินค้าที่ขายดีของบริษัท ได้แก่ เต๊นท์นอน ถุงกันน้ำ ชูชีพ และที่นอน เป็นต้น ลูกค้านิยมซื้อสินค้ากลุ่มดังกล่าวจำนวนมาก สำหรับกลยุทธ์การตลาดปีนี้ บริษัทเน้นการรีแบรนด์ดิ้งสินค้า เพื่อตอกย้ำให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์ของเรามากขึ้น รวมทั้งบริษัทเพิ่มบริการหลังการขาย การเปิดศูนย์ให้บริการซ่อม บริการเช่ายืมสินค้าแคมป์ปิ้ง เพื่อบริการให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย
ด้านช่องทางจัดจำหน่าย สินค้าของบริษัทมีการจัดจำหน่ายในช็อป ดิสเคาน์สโตร์ และในอนาคตบริษัทจะขยายช็อปที่มีขนาดใหญ่ ต้องใช้พื้นที่กว้างขวาง เพื่อรองรับ การโชว์สินค้าได้อย่างเต็มที่ อาทิ เต๊นท์ 10-20 หลัง สามารถกางเต๊นท์ให้ลูกค้าเห็นสินค้าของเราได้อย่างชัดเจน ขณะนี้พื้นที่ของแต่ละช็อปมีจำกัด เวลาลูกค้าจะดูเต๊นท์ เรา สามารถให้ดูได้ทีละเต๊นท์สองเต๊นท์เท่านั้น
'กลุ่มเป้าหมายของเรานั้น ได้แก่ ลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ครอบครัว นักท่องเที่ยวในประเทศไทยและต่างประเทศ ที่นิยมการเดินทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และรักการทำ กิจกรรมแบบแคมป์ปิ้ง' กรรมการผู้จัดการกล่าว
ด้านรายได้โดยรวมของบริษัทปีนี้ ตั้งเป้าหมายไว้ 300-400 ล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมารายได้บริษัท ประมาณ 110 ล้านบาท


กลยุทธ์การตลาด เอาท์ดอร์
หน่วย : ล้านบาท
กลยุทธ์ เป้าหมาย
1.รีแบรนด์ดิ้ง KARANA
2.จุดเด่น นวัตกรรมใหม่
3.กลยุทธ์การตลาด โหมกิจกรรม/แคมป์ปิ้ง/บริการหลังการขาย
4.กลุ่มเป้าหมาย คนรุ่นใหม่/ครอบครัว/นักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
5.รายได้ปี 2551 300-400

ที่มา : ศูนย์ข้อมูลไอคลิก (http://www.iclickmag.com)

Go To Lead


สภาหอการค้า'จี้'พาณิชย์ค้าเป็นธรรม
นายชาร์ลส์ เชิง ประธานคณะอนุกรรมการด้านแข่งขันทางการค้า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ค้าปลีกของไทยในขณะนี้ว่า แม้กระทรวงพาณิชย์กำหนดแนวทางปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมระหว่างห้างค้าปลีกขนาดใหญ่และผู้ผลิตสินค้า (ซัพพลายเออร์) หรือ "ไกด์ไลน์ค้าปลีก" ตั้งแต่ปี 2549 แต่การบังคับใช้ยังไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ยังมีพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมและเอาเปรียบซัพพลายเออร์อย่างต่อเนื่อง
"ส่วนหนึ่งเพราะในไกด์ไลน์ยังเปิดโอกาสให้ผู้ค้าปลีกรายใหญ่และซัพพลายเออร์สามารถทำสัญญากันได้อย่างยืดหยุ่น จึงจำเป็นที่รัฐบาลต้องปรับปรุงแก้ไขไกด์ไลน์ใหม่ ที่สำคัญต้องจัดตั้งหน่วยงานระงับข้อพิพาทภายใต้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เพื่อพิจารณาข้อพิพาทระหว่างผู้ค้าปลีกรายใหญ่และซัพพลายเออร์ด้วย รัฐบาลควรตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับสัดส่วนตลาดของรายใหญ่ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างรายใหญ่และรายเล็ก เพื่อไม่ให้มีอำนาจผูกขาดในตลาด" นายเชิงกล่าว
สำหรับสิ่งที่ต้องแก้ไขในไกด์ไลน์คือ ห้างค้าปลีกรายใหญ่ต้องทำสัญญากับซัพพลายเออร์แต่ละรายเป็นลายลักษณ์อักษรและมีผลทางกฎหมาย เพิ่มข้อบัญญัติการให้คำจำกัดความที่ชัดเจนในเรื่องการทำข้อตกลงที่เป็นธรรม ห้ามปรับปรุงแก้ไขข้อตกลงสินค้าย้อนหลัง ห้ามกำหนดภาระความเสียหายให้ซัพพลายเออร์ต้องรับกรณีสินค้าถูกขโมยหรือสูญหาย ต้องแจ้งให้ทราบอย่างสมเหตุผลกรณีถอดชื่อซัพพลายเออร์สินค้า หรือลดการทำธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ และกำหนดให้ผู้ค้าปลีกรายใหญ่มีเจ้าหน้าที่ประจำ

Go To Lead


นักธุรกิจ'หนุน'อังกฤษลงทุนไทย
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การเยือนอังกฤษครั้งนี้เป็นไปตามการเชิญของรัฐบาลอังกฤษ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศให้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสดีของไทยในการอธิบายให้นักลงทุนของอังกฤษทราบถึงภาวะเศรษฐกิจไทย รวมทั้งปัญหาการเมืองอย่างถูกต้อง โดยจะมีการหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงจากภาคราชการ เช่น เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งภาคเอกชนชั้นนำ เช่น กลุ่มบริษัทเซ็นทรัล กลุ่มแลนด์มาร์ค กลุ่มไทยเบฟเวอร์เรจ ตัวแทนจากธนาคารกรุงเทพ เทสโก้โลตัส และผู้บริหารระดับสูงจากตลาดหลักทรัพย์ฯ
"นักลงทุนของอังกฤษถือเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปที่เข้ามาลงทุนในไทย ขณะเดียวกันนักลงทุนไทยก็เข้าลงทุนในสหภาพยุโรปด้วย เช่น กิจการโรงแรม ห้างค้าปลีก และการผลิตอาหารสำเร็จรูป" นายสุวิทย์กล่าว
อังกฤษได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ 250 โครงการ โดยเฉพาะครึ่งปีแรกมีกิจการที่ได้รับการส่งเสริมลงทุนทั้งสิ้น 18 โครงการ มูลค่ารวม 4,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อนหน้า ซึ่งมีโครงการที่ยื่นคำขอ 13 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 1,140 ล้านบาท ซึ่งเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา รัฐมนตรีการค้าการลงทุนของสหราชอาณาจักรได้นำคณะนักธุรกิจชั้นนำ 10 บริษัทมาเยือนไทย.

Go To Lead



[ ENGLISH ] 
iClickNews.com iClickNews.com
iClickNews.com iClickNews.com iClickNews.com iClickNews.com
iClickNews.com
iClickNews.com iClickNews.com iClickNews.com
iClickNews.com