Trade/Logistics
Hot News: “โก โฮลเซลล์” ต่อยอดความสำเร็จแคมเปญสติ๊กเกอร์ แปะอะไรก็ลด ท็อปส์
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
CPF เตรียมออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่ เสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไป ผ่าน 14 สถาบันการเงิน คาดเปิดจองซื้อ ม.ค.2570
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (“CPF”) ผู้ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจรภายใต้วิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” เตรียมเสนอขาย “หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2570 ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัทซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด และมีสิทธิเลื่อนชำระดอกเบี้ยโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ” (“หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ”) ชุดใหม่ โดยครั้งนี้คาดว่าจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ [18 – 21] มกราคม พ.ศ. 2570 และอัตราดอกเบี้ย จะประกาศให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำทั้ง 14 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารยูโอบี, บล.เกียรตินาคินภัทร, บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง, บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.บลูเบลล์, และบล.ดาโอ (ประเทศไทย)
CPF ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือองค์กรที่ระดับ “A” แนวโน้ม “คงที่” และหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “BBB+” แนวโน้ม “คงที่” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและความสามารถในการดำเนินธุรกิจของ CPF ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมระดับโลก ด้วยความหลากหลายของสินค้า และฐานการผลิตที่กระจายตัวใน 17 ประเทศ ครอบคลุมตลาดผลิตภัณฑ์อาหารกว่า 50 ประเทศ สถาบันการเงินผู้จัดการการจำหน่ายหุ้นกู้ให้ความเห็นว่า หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ของ CPF ที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี้ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงและความซับซ้อนได้สูงกว่าการลงทุนในหุ้นกู้ทั่วไป มีเป้าหมายการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว และต้องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน โดยจัดสรรเงินลงทุนบางส่วนมาลงทุนในหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ของบริษัทที่มีความมั่นคง มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ดังนั้น จึงคาดว่าการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุนเช่นเดียวกับทุกครั้งที่ผ่านมา
ส่วนผลการดำเนินงานของ CPF ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 CPF มีรายได้จากการขายทั้งสิ้น 283,883 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายของกิจการในต่างประเทศจำนวน 13 ประเทศ มีสัดส่วน 66% และรายได้จากการขายจากกิจการประเทศไทยมีสัดส่วน 34% ของรายได้จากการขายรวม และมีกำไรสุทธิ 8,951 ล้านบาท พร้อมรับปัจจัยบวกครึ่งหลังปี 2569 จากการฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์ ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ CPF ยังคงมุ่งพัฒนาธุรกิจเพื่อความมั่นคงทางอาหารของผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยความใส่ใจในผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ โดยผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 14 แห่ง ได้แก่ • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) โทร. 1333 หรือจองผ่านแอปพลิเคชัน Bangkok Bank Mobile Banking • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)* โทร. 02-888-8888 กด 869 (บุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS) • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-111-1111 หรือจองซื้อออนไลน์บนแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ผ่านระบบ Money Connect by Krungthai สำหรับผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดา • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)** โทร. 02-777-6784 (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY ได้อีก 1 ช่องทาง) • ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-626-7777 • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โทร. 1572 • ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) โทร. 02-285-1555 • บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)*** โทร. 02-165-5555 • บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004 • บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 02-695-5555 • บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) โทร. 02-658-5050 • บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-0098351-56 • บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด โทร. 02-249-2999 • บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 1538 กด 1
* ซึ่งรวมถึง บมจ. หลักทรัพย์ กสิกรไทย ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สำหรับการจอง การจัดจำหน่าย และการจัดสรรหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปเท่านั้น ** ซึ่งรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำหรับการจอง การจัดจำหน่าย และการจัดสรรหุ้นกู้ ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป (ไม่รวมถึงผู้ลงทุนสถาบัน) *** ซึ่งรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบล. เกียรตินาคินภัทร คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน

Go To Lead


“โก โฮลเซลล์”
ต่อยอดความสำเร็จแคมเปญสติ๊กเกอร์ แปะอะไรก็ลด ท็อปส์
นายริคาร์โด้ เบารอตโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจเซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ เปิดเผยว่า หัวใจของธุรกิจค้าส่งคือการเข้าใจว่าผู้ประกอบการ แต่ละประเภทมีความต้องการและใช้โครงสร้างต้นทุนแตกต่างกัน โดยพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มนี้จะซื้อสินค้าในปริมาณมาก ซื้อยกลัง ยกล็อต ให้ได้ราคาคุ้มค่าที่สุด เพื่อนำไปต่อยอดสร้างรายได้ โก โฮลเซลล์ จึงมีพันธกิจสำคัญในการพัฒนาทางเลือกใหม่ๆ ให้ลูกค้าผู้ประกอบการนำไปใช้บริหารต้นทุนให้เกิดความคุ้มค่า ตอบโจทย์ความต้องการ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในการนำแคมเปญสติ๊กเกอร์ของ ‘ท็อปส์’ ที่ประสบความสำเร็จในกลุ่มลูกค้า B2C มาใช้กับลูกค้า B2B แคมเปญสติ๊กเกอร์ แปะอะไรก็ลด เพื่อลูกค้า B2B นี้ เกิดขึ้นจากการซินเนอร์จี้ (Synergy) ระหว่าง โก โฮลเซลล์ กับ ท็อปส์ ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด ที่ตั้งใจผสานศักยภาพและองค์ความรู้ หรือกลไกการตลาดที่ประสบความสำเร็จในกลุ่มธุรกิจอาหารของเครือเซ็นทรัล รีเทล ไปยังลูกค้าทุกกลุ่ม เช่นเดียวกับผู้ประกอบการหรือ B2B ที่มีพฤติกรรมการซื้อสินค้าในแบบเฉพาะ เน้นการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แคมเปญนี้ จะทำให้ลูกค้าเลือกสินค้าที่ต้องการลดราคาเองได้ ซึ่งจะเป็นประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่จะสัมผัสได้ ณ โก โฮลเซลล์ ทั้ง 14 สาขา
นายจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้ เซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด กล่าวว่า แคมเปญ “GO สติ๊กเกอร์ แปะอะไรก็ลด” เป็นการต่อยอดแคมเปญของท็อปส์ หลังจากที่ประสบความสำเร็จในกลุ่มลูกค้า B2C สร้างความแตกต่างจากโปรโมชั่นทั่วไป ด้วยการเปลี่ยนจากแบรนด์เป็นผู้กำหนดส่วนลด มาให้อิสระลูกค้าเป็นผู้เลือกด้วยตัวเองว่าจะใช้ส่วนลดกับสินค้าใด นับเป็นกลไกที่เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์จนเป็นหนึ่งในแคมเปญซิกเนเจอร์ของท็อปส์ เมื่อนำมาขยายผลและปรับใช้กับกลุ่มลูกค้า B2B ของ โก โฮลเซลล์ ก็ยังคงเน้นจุดแข็งของแคมเปญที่เข้าใจง่าย สนุก และสร้างการมีส่วนร่วม ภายใต้กลยุทธ์การมอบอำนาจในการเลือกให้ผู้ประกอบการ หรือ Customer Empowerment ผนวกกับกลไกการออกแบบแคมเปญที่ตอบโจทย์อินไซด์ให้ผู้ประกอบการได้วางแผนและบริหารต้นทุนด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นครั้งแรกของวงการค้าส่ง ที่ให้อิสระกับผู้ประกอบการในการนำสติ๊กเกอร์ส่วนลดไปใช้ แปะ สินค้าที่ต้องการลด ช่วยบริหารส่วนลดเพื่อธุรกิจของตัวเองได้ ในแบบที่ต้องการ ได้ส่วนลดเพิ่มเติมขึ้นแบบตรงจุด ประหยัดต้นทุนได้ในทันที
“ด้วยกลไกที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมของแคมเปญ ที่สามารถตอบโจทย์การบริหารต้นทุนให้ผู้ประกอบการได้จริง เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการได้อย่างดี ทำให้เกิดการซื้อสินค้าต่อครั้งเพิ่มขึ้น เพื่อแลกรับสติ๊กเกอร์และแปะรับสิทธิประโยชน์ในหลายกลุ่มสินค้า อาทิ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และของใช้ (น้ำมัน, ข้าวสาร, เครื่องปรุงไทย นานาชาติ, อุปกรณ์ทำความสะอาด) และสินค้าอื่นๆ อีกหลายรายการ คาดว่าแคมเปญดังกล่าวจะทำให้ยอดซื้อต่อใบเสร็จเฉลี่ย (Average Basket Size) เพิ่มขึ้น 30% สร้างประสบการณ์แห่งความคุ้มค่าให้กับลูกค้ากลุ่ม B2B และอาจรวมไปถึง กลุ่มลูกค้าที่เป็นครอบครัวใหญ่ ที่รักชอบการซื้อสินค้าในปริมาณมาก เพราะประหยัดเงินในกระเป๋า ประหยัดต้นทุนได้ทันที สร้างแรงจูงใจในการกลับมาซื้อซ้ำผ่านสาขา เพิ่ม Traffic และทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น” นายจักรกฤษณ์ กล่าว
สำหรับแคมเปญ ‘สติ๊กเกอร์ แปะอะไรก็ลด’ ของโก โฮลเซลล์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 ผ่านสาขาทั้ง 14 แห่งทั่วประเทศ โดยมีกลไกสำคัญของแคมเปญแบ่งออกเป็น 3 ลำดับขั้นการใช้จ่ายสู่ความคุ้มค่าจากสติ๊กเกอร์ เพียงซื้อสินค้าในกลุ่มใดก็ได้ (ไม่รวม สินค้าเหล้า บุหรี่ นมผงเด็ก ยา) ซื้อครบ 1,200 บาทต่อใบเสร็จ รับสมุดสติ๊กเกอร์ Set A, ซื้อครบ 3,500 บาทต่อใบเสร็จ รับ Set B และซื้อครบ 12,000 บาทต่อใบเสร็จ รับ Set C โดยสามารถแลกรับสติ๊กเกอร์ ที่จุดแลกของแถมของทุกสาขา จำกัด สมุดสติ๊กเกอร์สูงสุด 3 เล่มต่อวันต่อคน (สติ๊กเกอร์ไม่สามารถใช้กับสินค้าชั่งน้ำหนัก เหล้า เบียร์ และบุหรี่) ‘แปะอะไรก็ลด’ แบบจัดเต็ม ถึง 3 รอบ รอบที่ 1: วันที่ 19 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 รอบที่ 2: วันที่ 2–15 กันยายน 2569 รอบที่ 3: วันที่ 16–30 กันยายน 2569 มีสินค้าเข้าร่วมมากมายกว่า 4,500 รายการ รวม 192 แบรนด์ รับส่วนลด 2-20% ทั้งสินค้าทั่วไป, สินค้า Own Brand (A Choice/ ProSave/ SuperSave), สินค้าแบรนด์ดัง และส่วนลดจากแบรนด์พันธมิตร
“ในอนาคต โก โฮลเซลล์ ในฐานะศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่เข้าใจผู้ประกอบการอย่างแท้จริง จะเดินหน้าผสานความแข็งแกร่ง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และความสำเร็จของธุรกิจภายในกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการตลาดใหม่ๆ ที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง มอบความคุ้มค่าและประสบการณ์ ที่เหนือกว่า ให้ผู้ประกอบการรายย่อย เติบโตไปพร้อมกันในทุกสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ” นายริคาร์โด้ กล่าวทิ้งท้าย WHOLESALE #GOWHOLESALE #GOAlwaysFreshForward #GOสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อคุณ #GOสดครบคุ้ม

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com