Trade/Logistics
Hot News: เคอรี่ฯ 'ย้ำ'กลยุทธ์ Customer Centric ตอบรับตลาดโซเชียลคอมเมิร์ซพุ่ง
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
CPF รุกแพลตฟอร์มโซเชียล คว้ารางวัล Thailand Social Award 2024
นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก ที่ได้รับรางวัลนี้อีกครั้ง ปัจจุบันโซเชียลมีเดียเข้ามามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของทุกคน ไม่เพียงแค่ช่องทางการสื่อสาร แต่ยังเป็นสิ่งเชื่อมต่อและเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภค ทำให้เห็นพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น นำไปสู่การคิดค้นกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดเชิงรุก ควบคู่ไปกับการพัฒนาคอนเทนต์ต่างๆ และแคมเปญที่ส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมกับแบรนด์ ปี 2566 โครงการ ‘ไก่ไทยจะไปอวกาศ’ สร้างกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ระดับโลก เพียงเปิดตัวสร้างปรากฏการณ์จำนวนของการโพสต์ถึง 1,300 ล้านครั้ง ภายในเวลา 1 เดือน ทำให้แฮชแท็ก #ไก่ไทยจะไปอวกาศกับซีพี #CPMissiontoSpace ทะยานขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ X Thailand อันดับ 3 เทรนด์ X Worldwide ขณะที่หนังโฆษณา 'ครั้งแรกของโลก! ไก่ไทยจะไปอวกาศ กับ ซีพี' มียอดผู้ชมมากกว่า 100 ล้านวิวในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย สร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าเพิ่มขึ้นจากการตอบรับสินค้ามากกว่า 1,000 ร้านค้า ภายใน 1 เดือน
ด้าน แคมเปญ ‘ไข่ตุ๋น CP’ ที่ได้ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล พรีเซ็นเตอร์ขวัญใจคนรุ่นใหม่ ด้วยหนังโฆษณาสุดน่ารักชวนพักซอฟต์ใจ พร้อมกลยุทธ์การสื่อสารด้านการตลาด ที่มียอดวิวสูงกว่า 26 ล้านวิวในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และยังนำนวัตกรรม AR สร้างภาพสามมิติให้ทุกคนได้พักใจกับ ไข่ตุ๋น CP เพียงสแกนบนสื่อโฆษณาและสื่อ ณ จุดขาย พร้อมทั้ง แพลตฟอร์มใหม่ อย่าง ZEPETO โดยเลือกไอเท็มสุดพิเศษจากแบรนด์เพียง 30 วัน มีผู้เข้าร่วมเล่นเกม ทุบสถิติมากกว่า 14 ล้านยูสเซอร์ เป็นแคมเปญการตลาดผ่านโฆษณาภายในโลกเสมือนจริง ที่มีการเข้าชมสูงสุด อันดับ 2 ของโลกในปีที่ผ่านมา ส่วน แคมเปญที่ประสบความสำเร็จ คือ ‘CP โบโลน่า สไปซี่’ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ศิลปินเบอร์ 1 ของยุค ร่วมถ่ายทอดความเผ็ดร้อนและรสชาติแปลกใหม่ของผลิตภัณฑ์ สร้างปรากฏการณ์ #ซีพีโบโลน่าพริกxพีพี ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ X Thailand ภายใน 14 นาที ยอดรีโพสต์มากกว่า 40,000 ครั้ง สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการโฆษณาของไทยอีกด้วย
ซีพีเอฟ มุ่งผลิตและส่งมอบอาหารคุณภาพ ปลอดภัย มาตรฐานระดับโลก ควบคู่กับการคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีสู่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ นวัตกรรม (Innovation) สุขภาพ (Wellness) และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Planet) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมกับศึกษาความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก เพื่อนำมาต่อยอดงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งออกแบบการสื่อสารและสร้างสรรค์แคมเปญที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคและเทรนด์ต่างๆ

Go To Lead


เคอรี่ฯ 'ย้ำ'กลยุทธ์ Customer Centric
ตอบรับตลาดโซเชียลคอมเมิร์ซพุ่ง
นางสาววิรินดา อรดีดลเชษฐ์ Head of Brand Marketing บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริการและประโยชน์ต่างๆ ทั้งหมดของเราถูกคิดค้นและพัฒนามาจากความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคุลม ซึ่ง e-Label และการสร้างพัสดุจากแอปพลิเคชันนั้น จะเข้ามาช่วยตอบสนองความต้องการในด้านความรวดเร็ว และสะดวกสบายให้กับลูกค้ายิ่งกว่าที่เคย นอกจากบริการและประโยชน์ต่างๆ ที่ เคอรี่ฯ นำเสนอให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดีแล้ว เรายังมีจุดให้บริการที่ครอบคลุมกว่า 36,000 จุดทั่วไทย เข้าถึงทุกพื้นที่ ทุกชุมชน อีกทั้งพนักงานที่พร้อมดูแลพัสดุของลูกค้าอย่างมืออาชีพตลอดทั้งกระบวนการจัดส่งพัสดุ ตามคอนเซ็ปต์ ‘ส่งไวใส่ใจทุกกล่อง’”
เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ตอบรับกระแสการเติบโตของโซเชียลคอมเมิร์ซ พร้อมมอบบริการและประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้าอย่างตรงจุด โดย วันเดอร์แมน ธอมสัน เผยผลสำรวจของ “ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ช้อปเปอร์” (Thailand’s Future Shopper) ปี 2566 พบว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนผู้ซื้อสินค้าผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซสูงที่สุดในโลกอยู่ที่ร้อยละ 91 เมื่อเทียบกับสถิติปี 2565 ที่ร้อยละ 88 และยังพบว่ามีการใช้ไลฟ์สตรีมมิงคอมเมิร์ซในการซื้อและขายสินค้าเป็นอันดับ 3 ของโลกอยู่ที่ร้อยละ 73 ในปีที่ผ่านมา
เคอรี่ฯ ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย พร้อมตอบรับตลาดโซเชียลคอมเมิร์ซที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังตอบรับกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์บนแพลตฟอร์มต่างๆ ของนักช้อปชาวไทยที่ในปัจจุบันมีความต้องการสินค้ารวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด ไม่ชอบรอ และยังมองหาความสะดวกสบายให้กับตัวเองอีกด้วย ผ่านกลยุทธ์ Customer Centric เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มลูกค้ารายย่อย รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจโซเชียลคอมเมิร์ซ, อีคอมเมิร์ซ และเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็น
การจัดส่งพัสดุถึงมือผู้รับภายในวันถัดไป ซึ่งทางเคอรี่ฯ สามารถจัดส่งพัสดุไปยังปลายทางทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว บริการ e-Label ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อสร้างประสบการณ์และมิติใหม่ในการส่งพัสดุที่หน้าร้านให้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพียงแค่หยิบสติกเกอร์ e-Label ที่อยู่บริเวณโต๊ะแพ็กที่หน้าร้านเคอรี่ฯ แปะลงบนพัสดุที่ต้องการส่ง จากนั้นให้ลูกค้าสแกน QR Code จากสติกเกอร์เพื่อกรอกข้อมูลชื่อและที่อยู่ผู้รับแทนการเขียนด้วยมือ โดยลูกค้าสามารถคัดลอกที่อยู่จากโทรศัพท์และวางลงบนฟอร์มของระบบ e-Label ได้เลย จากนั้นสามารถนำพัสดุไปส่งกับพนักงานที่เคาน์เตอร์ได้ทันที ทำให้ลูกค้าประหยัดเวลา ไม่ต้องรอพนักงานคีย์ที่อยู่ผู้รับซ้ำ ไม่ว่าจะส่งพัสดุเยอะแค่ไหนก็ไม่หวั่น ให้ทุกการส่งพัสดุไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป

Go To Lead


DITP x GIT สร้างปรากฏการณ์
Networking Reception บางกอกเจมส์ ครั้งที่ 69
นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)เปิดเผยว่า “งานแสดงสินค้าบางกอกเจมส์จัดอย่างต่อเนื่องมากว่า 40 ปี โดยครั้งนี้ ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้าเกินเป้าหมาย กว่า 1,100 ราย 2,500 คูหา เต็มพื้นที่ฮอลล์ 1-8 ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กิจกรรม Networking Reception จึงถือเป็นงานสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานแสดงสินค้า ผู้ประกอบการ บุคคลสำคัญในแวดวงอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ แขกวีไอพี ผู้แทนจากสถานทูตต่างๆ และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลก ได้มีโอกาสพบปะและสร้างเครือข่ายทางการค้า ภายใต้งานเลี้ยงบรรยากาศหรูหรา ทว่าเป็นกันเอง โดยงานครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Cultivating Connections” สานสายสัมพันธ์เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้บายเยอร์จากทั่วโลกได้ชื่นชม ผ่านเครื่องประดับระดับมาสเตอร์พีซจากฝีมือช่างไทยที่คัดสรรมาโชว์ในงานนี้โดยเฉพาะ ตอกย้ำจุดยืนของงานบางกอกเจมส์ในฐานะงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับโลก”
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการ GIT เผยว่า งานบางกอกเจมส์ เป็นงานที่เหล่านักซื้อจากทั่วโลกต่างเฝ้ารอ เปรียบเสมือนประตูสู่โลกแห่งอัญมณีและเครื่องประดับชั้นเลิศ ที่ให้โอกาสแก่ผู้ซื้อได้สัมผัสกับสินค้าคุณภาพดีจากประเทศไทย แหล่งผลิตอัญมณีและเครื่อประดับที่ขึ้นชื่อ และมีอัตลักษณ์ของตนเอง ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ซื้อยังจะได้สัมผัสกับไมตรีจิตแบบไทยอันอบอุ่น ซึ่งจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และกันยายนโดย หวังว่ากิจกรรม Networking Reception นี้ จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ซื้อจากทั่วโลก และเป็นหมุดหมายสำคัญที่ผู้ประกอบการทั่วโลกต้องมา
นอกจากการจัดแสดงสินค้าแล้ว ภายในงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 69 ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการพิเศษ “Heirlooms of Elegance” โซนจัดแสดงสินค้าผู้ประกอบการหน้าใหม่ New Faces โซนนักออกแบบรุ่นใหม่ The Jewellers และนิทรรศการเครื่องประดับด้านความเชื่อโชคลางของไทย “ฤทธิ์ RICH” ตลอดจนกิจกรรมการให้คำปรึกษาแนะนำด้านการส่งออก จากผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ และการสัมมนาให้ความรู้ด้านเทคนิคการผลิต การตลาด และอื่นๆ อีกมากมาย และที่สำคัญภายในงาน GIT ยังได้เปิดให้บริการตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อ และผู้ขายที่ต้องการภายใน 24 ชั่วโมง ในราคาพิเศษ งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 69 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-25 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bkkgems.com หรือ facebook.com/Bangkokgemsofficial

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com